ศูนย์ช่วยเหลือ

ทุกอย่างที่ต้องรู้ รวมไว้ในหน้านี้แล้ว

วิธีใช้งานทุกเมนูอย่างละเอียด อ่านต่อเนื่องได้ตามขั้นตอน 1-2-3 พร้อมเคล็ดลับและคำถามที่พบบ่อย หรือแตะหัวข้อในสารบัญเพื่อข้ามไปยังเรื่องที่ต้องการ

ป้ายมุมขวาบนของแต่ละหัวข้อบอกว่าใครใช้งานได้:ทุกคนเฉพาะบางบทบาท

1. เริ่มต้นใช้งาน

สมัคร ยืนยันอีเมล สร้างองค์กร และตั้งค่าเริ่มต้นก่อนเพิ่มทรัพย์สิน

1.1 ภาพรวมระบบ
ทุกคน

AssetFlow คือระบบบริหารทรัพย์สิน/ครุภัณฑ์ด้วย QR Code สำหรับองค์กรไทย ช่วยรวมงานทะเบียนทรัพย์สิน การติด QR ตรวจนับประจำปี ค่าเสื่อมราคา โอนย้าย/ยืม-คืน แจ้งซ่อม และจำหน่าย ไว้ในที่เดียว ทำงานบนเว็บ ใช้ได้ทั้งคอมพิวเตอร์และมือถือ

งานหลักที่ทำได้

  • ทะเบียนทรัพย์สิน: บันทึกหมวด สถานที่ แผนก ผู้ครอบครอง มูลค่า ประกัน รูปภาพ และออกเลขครุภัณฑ์อัตโนมัติ
  • QR Code: สร้าง QR ต่อทรัพย์สิน พิมพ์ป้ายเป็นชุดลงกระดาษ A4 หรือสติกเกอร์ม้วน และเปิดหน้าสแกนสาธารณะดูข้อมูลทั่วไป
  • ตรวจนับประจำปี: เปิดรอบตรวจนับ แล้วสแกน QR ด้วยมือถือ ทำงานออฟไลน์ได้ พร้อมรายงานส่วนต่าง พบ/ไม่พบ/พบเกิน/ผิดสถานที่
  • ค่าเสื่อมราคา: คำนวณวิธีเส้นตรงอัตโนมัติ พร้อมตารางรายปีและมูลค่าตามบัญชี
  • โอนย้าย/ยืม-คืน แจ้งซ่อม และจำหน่าย: บันทึกความเคลื่อนไหว ติดตามสถานะ และออกเอกสารประกอบ

ฟีเจอร์ตามแพ็กเกจ

รายการความหมาย
ทะเบียนทรัพย์สิน QR พิมพ์ป้าย และตรวจนับใช้ได้ทุกแพ็กเกจ รวมแพ็กเกจฟรี
ค่าเสื่อมราคาต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป
นำเข้าทรัพย์สินจาก Excelต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป
โอนย้าย / ยืม-คืนต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป
แจ้งซ่อมต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป
จำหน่ายต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป
รายงานต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป
แผนบำรุงรักษา / สอบเทียบต้องใช้แพ็กเกจโปร
ส่งออก Excelต้องใช้แพ็กเกจโปร
รายงาน PDF สำหรับผู้บริหารและผู้สอบบัญชีต้องใช้แพ็กเกจโปร
แจ้งเตือนทาง LINEต้องใช้แพ็กเกจโปร

ข้อมูลของแต่ละองค์กรแยกขาดจากกัน คนในองค์กรหนึ่งจะไม่เห็นข้อมูลอีกองค์กร สิ่งที่แต่ละคนทำได้ขึ้นกับบทบาท ซึ่งมี 5 บทบาท คือ เจ้าของ ผู้ดูแล เจ้าหน้าที่ พนักงาน และผู้ดูอย่างเดียว คนที่สร้างองค์กรจะเป็นเจ้าของ ดูว่าแต่ละบทบาททำอะไรได้ที่หัวข้อ ข้อมูลพื้นฐานและตั้งค่าองค์กร > ผู้ใช้และสิทธิ์

1.2 ขั้นตอนเริ่มต้น 1-2-3
ทุกคน

ทำตามลำดับนี้เพื่อให้ระบบพร้อมใช้งานจริงตั้งแต่ทรัพย์สินชิ้นแรก ขั้นตอนตั้งค่าข้อมูลพื้นฐานทำครั้งเดียวตอนต้น แล้วใช้ได้ตลอด

สร้างบัญชีและองค์กร

  1. 1
    กด สมัครใช้งาน ที่หน้าเข้าสู่ระบบ กรอกชื่อ-นามสกุล อีเมล และรหัสผ่าน (อย่างน้อย 8 ตัวอักษร มีทั้งตัวอักษรและตัวเลข) ติ๊กยอมรับข้อกำหนดการใช้งาน แล้วกด สมัครใช้งาน
  2. 2
    เปิดอีเมลที่ระบบส่งไป แล้วกดลิงก์ยืนยันอีเมล ระบบจะพาเข้าใช้งานให้เอง ลิงก์ใช้ได้ 24 ชั่วโมง ถ้าไม่พบให้ดูในจดหมายขยะ
  3. 3
    ถ้าไม่ได้รับอีเมลหรือลิงก์หมดอายุ กด ส่งลิงก์ยืนยันอีกครั้ง ที่หน้าสมัคร หรือเข้าสู่ระบบด้วยอีเมลและรหัสผ่าน แล้วกดปุ่มเดียวกันในกล่องเตือน
  4. 4
    ที่หน้า สร้างองค์กร กรอกชื่อองค์กร แล้วกด เริ่มใช้งาน - องค์กรนี้คือพื้นที่เก็บข้อมูลทรัพย์สินทั้งหมดของคุณ
ปีงบประมาณตั้งต้นไว้ที่เดือนตุลาคม (แบบราชการ) หากองค์กรของคุณใช้ปีงบแบบเอกชนที่เริ่มเดือนมกราคม ให้เปลี่ยนที่ ตั้งค่า > ข้อมูลบริษัท > ปีงบประมาณ ก่อนเริ่มบันทึกทรัพย์สิน เพราะค่านี้เป็นตัวตัดงวดค่าเสื่อมราคา
หน้าแดชบอร์ดของเจ้าของและผู้ดูแลมีการ์ด เริ่มต้นใช้งานระบบของคุณ บอกขั้นตอนที่ยังเหลือ 4 ข้อ คือ เพิ่มหมวดทรัพย์สิน / เพิ่มสถานที่ / เพิ่มแผนก/หน่วยงาน (ไม่บังคับ) / เพิ่มทรัพย์สินชิ้นแรก กด เริ่ม ที่ข้อไหน ระบบจะเปิดฟอร์มเพิ่มข้อมูลของขั้นนั้นให้ทันที (หมวดเปิดหน้าต่างเลือกชุดหมวดสำเร็จรูปตามประเภทธุรกิจ ซึ่งกดเพิ่มหมวดเองแทนได้ สถานที่และแผนกเปิดเป็นหน้าต่างบนหน้ารายการ ส่วนทรัพย์สินไปที่หน้าเพิ่มทรัพย์สิน) กดกากบาทเพื่อซ่อนชั่วคราวได้ การ์ดจะกลับมาในการเข้าใช้ครั้งถัดไปจนกว่าจะทำครบ

ตั้งค่าข้อมูลพื้นฐาน

  1. 1
    ที่แถบเมนูซ้าย กลุ่ม ข้อมูลและรายงาน เปิด หมวดทรัพย์สิน แล้วกด เพิ่มหมวด กรอกรหัสหมวด ชื่อหมวด และอายุการใช้งานเริ่มต้น (วิธีคิดค่าเสื่อมเลือกตอนเพิ่มทรัพย์สินรายชิ้น)
  2. 2
    เปิด สถานที่ แล้วเพิ่มอาคาร/ชั้น/ห้อง สำหรับระบุว่าทรัพย์สินอยู่ที่ไหน
  3. 3
    เปิด แผนก แล้วเพิ่มแผนก/หน่วยงานที่ดูแลทรัพย์สิน (ไม่บังคับ)

เพิ่มทรัพย์สินชิ้นแรกและพิมพ์ QR

  1. 1
    เปิดเมนู ทะเบียนทรัพย์สิน แล้วกด เพิ่มทรัพย์สิน (ถ้ายังไม่มีหมวด หน้านี้จะมีปุ่ม เพิ่มหมวดทรัพย์สิน เพิ่มเสร็จระบบพากลับมาที่ฟอร์มให้)
  2. 2
    กรอกข้อมูลแล้วกด บันทึกทรัพย์สิน - ระบบออกเลขครุภัณฑ์และสร้าง QR ให้ทันที
  3. 3
    เลือกทรัพย์สินหลายชิ้นในตาราง แล้วกด พิมพ์ป้าย (ดูหัวข้อ QR Code และพิมพ์ป้าย) แล้วติดป้ายบนตัวทรัพย์สินจริง
ช่องที่ต้องกรอกมี 3 ช่อง คือ ชื่อทรัพย์สิน หมวดทรัพย์สิน และวันที่ได้มา ค่าเสื่อมเริ่มนับจากช่อง วันเริ่มคิดค่าเสื่อม (ไม่บังคับ) ถ้าเว้นว่างจะนับจากวันที่ได้มา ความหมายของทุกช่องดูที่หัวข้อ ทะเบียนทรัพย์สิน
เลขครุภัณฑ์ตั้งต้นเป็นรูปแบบ รหัสหมวด-ปี พ.ศ.-เลขลำดับ 5 หลัก เช่น COM-2569-00001 เจ้าขององค์กรปรับรูปแบบได้ที่ ตั้งค่า > ภาษี & เอกสาร > รูปแบบเลขครุภัณฑ์ ควรตั้งให้เรียบร้อยก่อนเพิ่มทรัพย์สินชิ้นแรก
มีทะเบียนเดิมเป็นไฟล์ Excel อยู่แล้ว ไม่ต้องพิมพ์ทีละชิ้น กดปุ่ม นำเข้า Excel ที่หน้า ทะเบียนทรัพย์สิน เพื่ออัปโหลดทั้งทะเบียนในครั้งเดียว แล้วค่อยพิมพ์ป้ายเป็นชุด (ต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป)
1.3 เช็กลิสต์สิ่งที่ควรเตรียม
ทุกคน

เตรียมให้พร้อมก่อนกรอกข้อมูลจริง

  • รายการหมวดทรัพย์สินขององค์กร พร้อมรหัสหมวดสั้น ๆ (เช่น CPU, FUR) และอายุการใช้งานเริ่มต้นของแต่ละหมวด
  • ผังสถานที่ (อาคาร/ชั้น/ห้อง) และรายชื่อแผนก/หน่วยงาน
  • ทะเบียนทรัพย์สินเดิม (ถ้ามี) - ไฟล์ Excel ที่มีชื่อ ราคาทุน วันที่ได้มา ฯลฯ สำหรับนำเข้า
  • ปีงบประมาณขององค์กร (ราชการ ต.ค. / เอกชน ม.ค.)
  • สติกเกอร์/กระดาษสำหรับพิมพ์ป้าย QR และมือถือสำหรับสแกน
ทรัพย์สินที่ไม่คิดค่าเสื่อม เช่น ที่ดิน ให้เลือกวิธีคิดค่าเสื่อมเป็น “ไม่คิดค่าเสื่อม (เช่น ที่ดิน)” ตอนเพิ่ม/แก้ไขทรัพย์สินชิ้นนั้น
ทรัพย์สินจะไม่ถูกลบถาวร เมื่อเลิกใช้/ตัดบัญชีจะเปลี่ยนสถานะเป็น จำหน่ายแล้ว และคงประวัติไว้เพื่อการตรวจสอบ ข้อมูลเก่าจึงไม่หาย
ต้องสร้าง QR เองไหม?
ไม่ต้อง ระบบสร้าง QR ให้อัตโนมัติเมื่อบันทึกทรัพย์สิน โดยใช้รหัสสุ่มเพื่อกันการเดา/ไล่เลข คุณแค่สั่งพิมพ์ป้ายแล้วนำไปติด
ใครเห็นมูลค่าและค่าเสื่อมได้บ้าง?
หน้าสแกน QR สาธารณะแสดงเฉพาะข้อมูลทั่วไป ส่วนมูลค่าและค่าเสื่อมจะเห็นได้ก็ต่อเมื่อผู้สแกนเข้าสู่ระบบและเป็นสมาชิกขององค์กรนั้น
เริ่มใช้ฟรีได้ไหม?
ได้ แพ็กเกจฟรีรองรับทรัพย์สิน 100 ชิ้นและผู้ใช้ 3 คน (ทรัพย์สินที่จำหน่ายแล้วไม่นับรวม) ใช้ทะเบียนทรัพย์สิน QR และตรวจนับได้เต็มที่ ฟีเจอร์อื่นดูตาราง ฟีเจอร์ตามแพ็กเกจ ด้านบน เมื่อต้องการเพิ่ม เจ้าขององค์กรกดชิปแพ็กเกจที่มุมล่างซ้ายของแถบเมนู เลือกแพ็กเกจแล้วชำระด้วย PromptPay ระบบเปิดสิทธิ์ให้อัตโนมัติ (บทบาทอื่นเห็นชิปแต่กดอัปเกรดไม่ได้)

2. บัญชีและการเข้าสู่ระบบ

เข้าสู่ระบบ โปรไฟล์ อุปกรณ์ เครื่องมือบนแถบด้านบน และการสลับองค์กร

2.1 เข้าสู่ระบบและออกจากระบบ
ทุกคน

ถ้ายังไม่มีบัญชี ให้สมัครและยืนยันอีเมลก่อน (ดูหัวข้อ เริ่มต้นใช้งาน) เมื่อเข้าสู่ระบบสำเร็จ ระบบจะพาไปที่แดชบอร์ดขององค์กรที่ใช้งานล่าสุด แต่ถ้าคุณกดลิงก์จาก LINE อีเมล หรือหน้าสแกน QR แล้วถูกขอให้เข้าสู่ระบบ ระบบจะพากลับไปหน้าที่ลิงก์นั้นชี้ไว้

เข้าสู่ระบบ

  1. 1
    เปิดหน้าเข้าสู่ระบบ กรอกอีเมลและรหัสผ่านที่ใช้สมัคร
  2. 2
    ติ๊ก จดจำฉันไว้ ถ้าเป็นเครื่องส่วนตัว (ติ๊กไว้ให้แล้ว เอาออกได้ถ้าเป็นเครื่องที่ใช้ร่วมกัน)
  3. 3
    กดปุ่ม เข้าสู่ระบบ

ปุ่มอื่นบนหน้าเข้าสู่ระบบ

  • เข้าสู่ระบบด้วย LINE: ใช้ได้เฉพาะบัญชีที่เชื่อมต่อ LINE ไว้แล้วที่หน้า บัญชีของฉัน สมัครบัญชีใหม่ด้วย LINE ไม่ได้
  • ทดลองใช้งาน: เข้าบัญชีสาธิตโดยเลือกบทบาทที่อยากลอง ข้อมูลในบัญชีสาธิตใช้ร่วมกันหลายคน ไม่ใช่ข้อมูลของคุณ
  • ลืมรหัสผ่าน?: ขอลิงก์ตั้งรหัสผ่านใหม่ทางอีเมล (ดูหัวข้อถัดไป)
ถ้าขึ้นว่าอีเมลยังไม่ได้ยืนยัน กด ส่งลิงก์ยืนยันอีกครั้ง ในกล่องเตือน แล้วกดลิงก์ในอีเมลก่อนเข้าใช้งาน

ออกจากระบบ

  1. 1
    กดที่ชื่อหรือรูปโปรไฟล์ของคุณที่มุมล่างซ้ายของแถบเมนู
  2. 2
    เลือก ออกจากระบบ ระบบจะพากลับไปหน้าเข้าสู่ระบบ
หากใช้เครื่องสาธารณะหรือเครื่องที่ใช้ร่วมกัน ควรกดออกจากระบบทุกครั้งหลังเลิกใช้งาน เพื่อป้องกันผู้อื่นเข้าถึงข้อมูลทรัพย์สินขององค์กร
2.2 รหัสผ่านและความปลอดภัย
ทุกคน
ลืมรหัสผ่าน: กดลิงก์ ลืมรหัสผ่าน? ที่หน้าเข้าสู่ระบบ กรอกอีเมลแล้วกด ส่งลิงก์ตั้งรหัสผ่านใหม่ (ถ้าไม่พบในกล่องขาเข้า ลองดูในจดหมายขยะ) ลิงก์มีอายุจำกัด หากหมดอายุให้กด ขอลิงก์ใหม่ ขอลิงก์ได้ 3 ครั้งต่อ 15 นาที

เปลี่ยนรหัสผ่าน

  1. 1
    เปิดเมนูผู้ใช้มุมล่างซ้าย > บัญชีของฉัน แล้วเลื่อนลงไปที่การ์ด เปลี่ยนรหัสผ่าน
  2. 2
    กรอกรหัสผ่านปัจจุบัน รหัสผ่านใหม่ (อย่างน้อย 8 ตัวอักษร) และยืนยันรหัสผ่านใหม่
  3. 3
    สวิตช์ ออกจากระบบอุปกรณ์อื่นทั้งหมด เปิดไว้ให้แล้ว (เครื่องอื่นต้องเข้าสู่ระบบใหม่ด้วยรหัสผ่านใหม่) แล้วกด เปลี่ยนรหัสผ่าน
ตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายาก ไม่ซ้ำกับบริการอื่น และไม่บอกรหัสผ่านให้ผู้อื่น หากต้องการให้คนอื่นเข้าใช้งานองค์กร ให้เชิญเป็นสมาชิกแล้วกำหนดบทบาทแทนการแชร์บัญชีเดียวกัน ทุกการกระทำที่กระทบทรัพย์สินหรือสิทธิ์ เช่น สร้าง/โอนย้ายทรัพย์สิน ปิดรอบตรวจนับ หรืออนุมัติจำหน่าย ถูกบันทึกไว้ในบันทึกกิจกรรมพร้อมชื่อผู้ทำรายการ
2.3 อุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบ
ทุกคน

บัญชีหนึ่งเข้าสู่ระบบพร้อมกันได้สูงสุด 2 เครื่อง เท่ากันทุกแพ็กเกจ เพื่อกันการใช้บัญชีเดียวร่วมกันหลายคน ถ้าเข้าสู่ระบบเครื่องที่ 3 ระบบจะออกจากระบบเครื่องที่ไม่ได้ใช้นานที่สุดให้อัตโนมัติ (เครื่องที่ จดจำ ไว้จะถูกเก็บไว้ก่อน)

ดูและจัดการอุปกรณ์ของคุณ

  1. 1
    เปิดเมนูผู้ใช้มุมล่างซ้าย > บัญชีของฉัน แล้วกดการ์ด อุปกรณ์ & การเข้าสู่ระบบ จะเปิดหน้า อุปกรณ์ของฉัน
  2. 2
    แต่ละแถวมีปุ่ม ถอนอุปกรณ์ (ให้เครื่องนั้นออกจากระบบทันที) เปลี่ยนชื่อ (ตั้งชื่อให้จำง่าย) และ จดจำอุปกรณ์นี้ / ยกเลิกการจดจำ
  3. 3
    ถ้าเห็นเครื่องที่ไม่รู้จัก กด ออกจากระบบอุปกรณ์อื่น ที่ด้านบนของหน้า แล้วเปลี่ยนรหัสผ่านทันที
อุปกรณ์ที่ จดจำ ไว้จะไม่ถูกให้ออกจากระบบเมื่อองค์กรเปิดใช้ บังคับหนึ่งอุปกรณ์ต่อผู้ใช้ (เจ้าขององค์กรตั้งที่ ตั้งค่า > ความปลอดภัย)
2.4 โปรไฟล์และการสลับองค์กร
ทุกคน

ข้อมูลบัญชีของคุณ (หน้า บัญชีของฉัน)

ฟิลด์คำอธิบาย
ชื่อที่แสดงบังคับชื่อที่ปรากฏในเมนูผู้ใช้และในประวัติการทำรายการ แก้แล้วกด บันทึก
อีเมลใช้เข้าสู่ระบบ แก้เองไม่ได้ ข้างอีเมลมีป้าย ยืนยันอีเมลแล้ว หรือ ยังไม่ยืนยันอีเมล (พร้อมปุ่มส่งลิงก์ยืนยันอีกครั้ง) หากต้องเปลี่ยนอีเมล กรุณาติดต่อทีมงาน AssetFlow
รูปโปรไฟล์อัปโหลดหรือ ลบรูป ได้เอง (JPG หรือ PNG ไม่เกิน 5MB)

บัญชีหนึ่งเป็นสมาชิกได้หลายองค์กร ข้อมูลแต่ละองค์กรแยกขาดจากกัน คุณจึงทำงานทีละองค์กรตามองค์กรที่เลือกอยู่ และบทบาทอาจต่างกันในแต่ละองค์กร

สลับองค์กร

  1. 1
    กดที่ชื่อองค์กร (มีไอคอนรูปอาคาร) ที่มุมบนซ้ายของแถบเมนู
  2. 2
    เลือกองค์กรจากรายการ ระบบเปลี่ยนไปทำงานในองค์กรนั้น และจำไว้ใช้ตอนเข้าสู่ระบบครั้งถัดไป
  3. 3
    ต้องการสร้างองค์กรใหม่ กด เพิ่มองค์กร ท้ายรายการ (บัญชีหนึ่งเป็นเจ้าขององค์กรแพ็กเกจฟรีได้ 1 แห่ง องค์กรเพิ่มต้องมีองค์กรเดิมที่เคยชำระค่าแพ็กเกจแล้ว)
ลิงก์จาก LINE อีเมล หรือปุ่ม เปิดในระบบ บนหน้าสแกน QR จะสลับไปองค์กรที่ถูกต้องให้เอง ไม่ต้องสลับเองก่อน (ต้องเป็นสมาชิกขององค์กรนั้น)
ถ้าเห็นหน้า องค์กรนี้ถูกระงับการใช้งาน แปลว่าทีมงาน AssetFlow ระงับองค์กรไว้ชั่วคราว หน้านั้นบอกเหตุผล (ถ้ามี) พร้อมปุ่มติดต่อทีมงานทาง LINE และอีเมล ระหว่างนี้ยังสลับไปองค์กรอื่นหรือออกจากระบบได้ตามปกติ
2.5 เครื่องมือบนแถบด้านบน
ทุกคน
รายการความหมาย
ค้นหา... (⌘K / Ctrl+K)พิมพ์อย่างน้อย 2 ตัวอักษรเพื่อค้นทรัพย์สิน (เลขครุภัณฑ์ ชื่อ ยี่ห้อ รุ่น ผู้ครอบครอง) ใบแจ้งซ่อม ใบโอนย้าย/ยืม (เลขเอกสารหรือชื่อผู้ยืม) แผนบำรุงรักษา ใบจำหน่าย และรอบตรวจนับ มีทางลัดไปทุกหน้า และคำสั่ง สลับโหมดสว่าง/มืด กับ ออกจากระบบ
ปุ่ม + สร้างด่วนจากทุกหน้า พาไปสร้างรายการใหม่ได้ทันที: ทรัพย์สิน / แจ้งซ่อม / แผนบำรุงรักษา / เปิดรอบตรวจนับ
กระดิ่ง แจ้งเตือนรวม สิ่งที่ต้องทำ ขององค์กร เช่น งานซ่อมค้าง ยืมเกินกำหนด ประกันใกล้หมด และ ประกาศจากผู้ให้บริการ กด ดูประกาศทั้งหมด เพื่อเปิดหน้าประกาศย้อนหลัง
ผลค้นหา รายการสร้างด่วน และงานในกระดิ่ง แสดงเฉพาะเรื่องที่บทบาทและแพ็กเกจของคุณใช้ได้ บางคนจึงเห็นไม่เท่ากัน
2.6 เชื่อมต่อ LINE
ทุกคน

ผูกบัญชี LINE ไว้เพื่อรับแจ้งเตือนขององค์กรทาง LINE และใช้ปุ่ม เข้าสู่ระบบด้วย LINE ได้ ทุกคนต้องเชื่อมบัญชี LINE ของตัวเอง

เชื่อมต่อ LINE

  1. 1
    เปิดเมนูผู้ใช้มุมล่างซ้าย > บัญชีของฉัน
  2. 2
    กดปุ่ม เชื่อมต่อ LINE แล้วเข้าสู่ระบบ LINE และกดยินยอม
  3. 3
    LINE ถามให้เพิ่มเพื่อน AssetFlow ให้กดเพิ่มเพื่อน (ข้อความแจ้งเตือนส่งถึงเฉพาะคนที่เป็นเพื่อน)
  4. 4
    ระบบพากลับมาที่หน้าบัญชีของฉัน การ์ดจะขึ้นว่า เชื่อมต่อแล้ว ถ้ายังไม่ได้เพิ่มเพื่อน การ์ดมีปุ่ม เพิ่มเพื่อน และ QR ให้สแกนจากมือถือ
เรื่องที่แต่ละบทบาทได้รับขึ้นกับการตั้งค่าขององค์กร (ดูหัวข้อ ข้อมูลพื้นฐานและตั้งค่าองค์กร > การแจ้งเตือนทาง LINE) นอกจากนี้ ถ้าคุณเป็นคนแจ้งซ่อมหรือเสนอจำหน่าย จะได้รับความคืบหน้าของเรื่องนั้นทาง LINE ด้วย ไม่ว่าจะมีบทบาทใด การแจ้งเตือนทาง LINE ต้องใช้แพ็กเกจโปร
2.7 ธีมและการแสดงผล
ทุกคน

เปลี่ยนธีม (สว่าง/มืด)

  1. 1
    กดที่เมนูผู้ใช้ที่มุมล่างซ้าย แล้วชี้หรือแตะที่ ธีม: (ตามด้วยค่าปัจจุบัน)
  2. 2
    เลือก สว่าง มืด หรือ ตามระบบ (ปรับอัตโนมัติตามการตั้งค่าของอุปกรณ์) การแสดงผลเปลี่ยนทันที
เปลี่ยนธีมแล้วกระทบข้อมูลหรือคนอื่นไหม
ไม่กระทบ ธีมจำไว้ที่เบราว์เซอร์ของเครื่องที่ใช้อยู่ ไม่ได้ผูกกับบัญชี เข้าจากเครื่องอื่นจึงต้องเลือกใหม่ และไม่เปลี่ยนข้อมูลทรัพย์สินหรือหน้าจอของผู้ใช้คนอื่น
เข้าสู่ระบบแล้วเจอองค์กรผิดอัน
ระบบเปิดองค์กรที่ใช้งานล่าสุดให้ก่อน ให้สลับจากเมนูชื่อองค์กร (ไอคอนอาคาร) ที่มุมบนซ้ายของแถบเมนู ระบบจะจำไว้ใช้ครั้งถัดไป
วันที่ในระบบเป็นปีอะไร
ระบบแสดงวันที่เป็นพุทธศักราช (พ.ศ.) ทั้งหมด และคำนวณวันตามเวลาประเทศไทย

3. แดชบอร์ดภาพรวม

อ่านค่าสถิติ แถบงานค้าง และแผนผังเส้นทางงานบนหน้าแดชบอร์ด

3.1 แดชบอร์ดคืออะไร
ทุกคน

แดชบอร์ดคือหน้าแรกหลังเข้าสู่ระบบ (เมนู แดชบอร์ด) สรุปสถานะทรัพย์สินทั้งองค์กรในหน้าจอเดียว ตัวเลขทั้งหมดคิดเฉพาะองค์กรที่กำลังใช้งานอยู่ หากดูแลหลายองค์กร ให้สลับที่ชื่อองค์กร (ไอคอนอาคาร) มุมบนซ้ายของแถบเมนูด้านข้างก่อน มูลค่าแสดงเป็นบาท วันที่แสดงเป็น พ.ศ.

สิ่งที่เห็นบนหน้า เรียงจากบนลงล่าง

  • การ์ด เริ่มต้นใช้งานระบบของคุณ - เฉพาะเจ้าของและผู้ดูแล แสดงจนกว่าจะเพิ่มหมวด สถานที่ และทรัพย์สินชิ้นแรกครบ (แผนกไม่บังคับ) กดปุ่ม เริ่ม ที่แต่ละขั้นเพื่อเปิดฟอร์มเพิ่มข้อมูลของขั้นนั้นทันที กด X เพื่อซ่อนชั่วคราว ถ้ายังทำไม่ครบการ์ดจะกลับมาในการเข้าใช้ครั้งถัดไป ขั้นตอนละเอียดดูหัวข้อ เริ่มต้นใช้งาน
  • แถบงานค้างตามขั้นตอน หรือแผนผังเส้นทางงานเต็มสำหรับองค์กรที่เพิ่งเริ่ม
  • การ์ดสรุปตัวเลข 4 ใบ
  • กล่อง ตามสถานะ และ มูลค่าตามหมวด (สูงสุด 8)
ทุกบทบาท (เจ้าของ / ผู้ดูแล / เจ้าหน้าที่ / พนักงาน / ผู้ดูอย่างเดียว) เปิดแดชบอร์ดได้และเห็นการ์ดสรุปชุดเดียวกัน ส่วนแถบงานค้าง เมนู และลิงก์เป็นไปตามสิทธิ์ของบทบาท เช่น พนักงานเน้นสแกนตรวจนับและแจ้งซ่อม จึงเห็นเมนูน้อยกว่า และแก้ไขทะเบียนทรัพย์สินไม่ได้
3.2 การ์ดสรุปสถิติ
ทุกคน

ถัดจากแถบงานค้างคือการ์ดสรุปตัวเลขหลัก 4 ใบ สองใบหลังเกี่ยวกับค่าเสื่อมราคาซึ่งต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป จึงเห็นแค่ 2 ใบแรกถ้าแพ็กเกจยังไม่ถึง กดการ์ด ทรัพย์สินทั้งหมด เพื่อเปิดทะเบียนที่กรองไว้แล้ว จำนวนแถวเท่าตัวเลขบนการ์ด

ความหมายของแต่ละการ์ด

รายการความหมาย
ทรัพย์สินทั้งหมดจำนวนชิ้นที่ยังอยู่ในทะเบียน (ใช้งาน ซ่อม ยืมออก และรอจำหน่าย) ไม่นับที่จำหน่ายแล้ว
มูลค่ารวม (ราคาทุน)ผลรวมราคาทุนของทรัพย์สินชุดเดียวกับการ์ดแรก
ค่าเสื่อมปีงบ ตามด้วยปี พ.ศ.ค่าเสื่อมราคารวมของปีงบปัจจุบันทั้งปี ใช้ประกอบการทำงบและวางแผนงบประมาณ องค์กรที่เริ่มปีงบเดือนมกราคมจะเห็นชื่อการ์ดเป็น ค่าเสื่อมปี ตามด้วยปี พ.ศ.
มูลค่าตามบัญชีคงเหลือมูลค่าตามบัญชี ณ วันสิ้นปีงบปัจจุบัน หลังหักค่าเสื่อมของทั้งปีงบนี้แล้ว (เป็นตัวเลขล่วงหน้าถึงสิ้นปีงบ ไม่ใช่ ณ วันนี้) นับรวมทรัพย์สินที่ไม่คิดค่าเสื่อม เช่น ที่ดิน ที่คงมูลค่าเท่าราคาทุน จึงมากกว่าการ์ดชื่อเดียวกันในรายงานค่าเสื่อมราคา แต่ตรงกับรายงาน PDF ของปีงบเดียวกัน
มูลค่าตามบัญชีและค่าเสื่อมเป็นข้อมูลภายในองค์กร ผู้ที่สแกน QR จากภายนอก (ไม่ได้เป็นสมาชิกองค์กร) จะไม่เห็นตัวเลขเหล่านี้ในหน้าสแกนสาธารณะ
3.3 แถบงานค้างตามขั้นตอน
ทุกคน

ใต้หัวแดชบอร์ด (และใต้การ์ดเริ่มต้นใช้งานถ้ามี) คือแถบงานค้างตามขั้นตอน รวมงานที่รอจัดการไว้ในบรรทัดเดียว เรียงตามลำดับขั้นของงาน แต่ละกลุ่มมีชื่อขั้นและตัวเลขที่กดได้ ถ้าไม่มีอะไรค้างจะขึ้นว่า ไม่มีงานค้าง

งานค้างที่แถบติดตามให้

  • ทะเบียนทรัพย์สิน - ประกันใกล้หมดอายุภายในจำนวนวันที่เจ้าของตั้งไว้ใน ตั้งค่า > การแจ้งเตือน (ค่าเริ่มต้น 30 วัน)
  • รับคืน - ของที่ยืมออกไปและเกินกำหนดคืนแล้ว
  • แจ้งซ่อม - ใบที่ยังไม่มีคนรับเรื่อง (แจ้งแล้ว)
  • ซ่อม / ปิดงาน - ใบที่รับเรื่องแล้วและใบที่กำลังซ่อม
  • แผนบำรุงรักษา - แผนที่เกินกำหนด ครบกำหนดวันนี้ หรือใกล้ครบกำหนด (แพ็กเกจโปร)
  • รอบตรวจนับ - รอบที่ยังเปิดอยู่ (กำลังตรวจนับ)
  • เสนอจำหน่าย - ใบที่รออนุมัติ

แถบแสดงเฉพาะงานที่บทบาทของคุณเปิดดูได้ และขั้นที่แพ็กเกจยังไม่ถึงจะไม่มีตัวเลข เช่น รับคืนต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป กดตัวเลขแล้วระบบพาไปหน้ารายการที่กรองสถานะนั้นไว้ให้ ป้ายบนตัวกรองเป็นคำเดียวกับที่เห็นบนแถบ อยากดูทั้งหมดกด ล้าง ที่แถบตัวกรอง หรือเปิดเมนูเดิมจากแถบด้านซ้ายซึ่งไม่มีตัวกรองค้าง

กระดิ่งมุมขวาบน (หัวข้อ สิ่งที่ต้องทำ) นับจากข้อมูลชุดเดียวกับแถบ แต่รวมกลุ่มต่างไปเล็กน้อย เช่น รวมใบแจ้งซ่อมที่ยังไม่ปิดทั้งหมดเป็น งานซ่อมค้างดำเนินการ และรวมแผนที่ถึงรอบเป็น ครบกำหนดบำรุงรักษา / สอบเทียบ ตัวเลขสีแดงบนกระดิ่งนับประกาศจากผู้ให้บริการที่ยังไม่ได้อ่านด้วย จึงอาจมากกว่าผลรวมบนแถบ
องค์กรที่เพิ่งเริ่ม (ทรัพย์สินยังไม่ถึง 10 ชิ้น) จะเห็นแผนผังเส้นทางงานเต็มบนแดชบอร์ดแทนแถบ กดหัวการ์ดเพื่อย่อหรือขยาย ระบบจำไว้ในเครื่องนั้น ตอนย่อ หัวการ์ดสรุปงานค้างเป็นบรรทัดเดียว เช่น เกินกำหนด 2 · รออนุมัติ 1 เมื่อทรัพย์สินครบ 10 ชิ้น แดชบอร์ดจะเหลือแถบบรรทัดเดียวพร้อมลิงก์ ดูแผนผังเต็ม
ทำให้แถบกลับมาเป็นไม่มีงานค้างเป็นนิสัยประจำสัปดาห์ ช่วยให้ทะเบียนทรัพย์สินตรงกับของจริง และทำให้รายงานกับการตรวจนับประจำปีราบรื่นขึ้น
3.4 แผนผังเส้นทางงาน
ทุกคน

เมนู เส้นทางงาน (ใต้แดชบอร์ดในแถบด้านซ้าย) แสดงว่างานแต่ละเรื่องต่อกันอย่างไร แยกเป็นแถวตามงาน ได้แก่ ขึ้นทะเบียน เคลื่อนย้าย ซ่อม บำรุงรักษาตามรอบ ตรวจนับ และจำหน่าย ปิดท้ายด้วยแถว สิ้นปีงบ (ค่าเสื่อมราคาและรายงาน) เปิดจากแถบค้นหา (Ctrl+K) ด้วยคำว่า แผนผัง หรือ ขั้นตอน ก็ได้

อ่านกล่องในแผนผัง

รายการความหมาย
กล่องปกติกดชื่อกล่องเพื่อเปิดหน้านั้น ตัวเลขในกล่องคืองานค้างของขั้นนั้น กดแล้วเปิดรายการที่กรองไว้
ทางแยกเส้นแนวตั้งพร้อมข้อความ เช่น ถ้าให้ยืม ถ้าผลไม่ผ่าน หรือ ถ้าไม่พบหรืออยู่ผิดที่ บอกว่าขั้นนั้นทำเฉพาะบางกรณี
กล่องสีจางบทบาทของคุณเปิดหน้านั้นไม่ได้ กล่องเขียนว่า เจ้าหน้าที่หรือผู้ดูแลดูแลขั้นนี้ เช่น พนักงานเห็นขั้นจำหน่ายเป็นกล่องจาง
กุญแจและชื่อแพ็กเกจขั้นนั้นต้องใช้แพ็กเกจที่สูงกว่า กดกล่องเพื่อดูรายละเอียดการอัปเกรด ถ้ากุญแจบอกเฉพาะบางส่วน เช่น นำเข้า Excel ส่วนอื่นของหน้ายังใช้ได้ตามปกติ
ปุ่ม สร้างมีที่กล่องทะเบียนทรัพย์สินสำหรับผู้ที่เพิ่มทรัพย์สินได้ ขั้นอื่นเริ่มจากหน้ารายละเอียดทรัพย์สินหรือหน้ารายการของขั้นนั้น

หน้ารายละเอียดของทรัพย์สิน ใบแจ้งซ่อม ใบจำหน่าย และรอบตรวจนับ มีกล่อง ขั้นต่อไป บอกว่าระบบทำอะไรให้แล้ว ตอนนี้ต้องทำอะไร และใครเป็นผู้ทำ หลังเพิ่มทรัพย์สิน แจ้งซ่อม หรือเสนอจำหน่าย ระบบพาไปหน้าของรายการที่เพิ่งสร้างเพื่อให้เห็นกล่องนี้ทันที ถ้าไม่มีอะไรค้างกล่องจะไม่แสดง

3.5 สรุปตามสถานะและมูลค่าตามหมวด
ทุกคน

สองกล่องล่างสุดของหน้า

รายการความหมาย
ตามสถานะจำนวนทรัพย์สินแยกตามสถานะ ใช้งาน / ซ่อม / ยืมออก / รอจำหน่าย / จำหน่ายแล้ว กดชื่อสถานะที่มีจำนวนเพื่อเปิดทะเบียนที่กรองสถานะนั้นไว้ (รอบตรวจนับที่เปิดอยู่ดูได้จากแถบงานค้าง)
มูลค่าตามหมวด (สูงสุด 8)แถบแสดงราคาทุนรวมของแต่ละหมวด เรียงจากมากไปน้อย ตัวเลขในวงเล็บคือจำนวนชิ้น ไม่นับที่จำหน่ายแล้ว กดชื่อหมวดเพื่อเปิดทะเบียนของหมวดนั้น (ไม่ระบุหมวด กดไม่ได้)
3.6 การนำทางและการใช้งานต่อ
ทุกคน

เมนูหลักอยู่ที่แถบด้านซ้าย เรียงเป็นกลุ่ม ได้แก่ แดชบอร์ดและเส้นทางงาน, กลุ่มทรัพย์สิน (ทะเบียนทรัพย์สิน, โอนย้าย / ยืม-คืน, ตรวจนับ, แจ้งซ่อม, แผนบำรุงรักษา, จำหน่าย), กลุ่มข้อมูลและรายงาน (หมวดทรัพย์สิน, สถานที่, แผนก, รายงาน) และตั้งค่า เมนูที่บทบาทของคุณไม่มีสิทธิ์จะไม่แสดง ส่วนเมนูที่แพ็กเกจยังไม่ถึงยังแสดงพร้อมรูปกุญแจ กดแล้วเห็นรายละเอียดการอัปเกรด

ค่าเสื่อมราคาไม่มีเมนูแยก แต่อยู่ในเมนูรายงาน ส่วนการโอนย้ายและการให้ยืมทำในหน้ารายละเอียดของทรัพย์สินแต่ละชิ้น (เปิดจากเมนูทะเบียนทรัพย์สิน) แล้วติดตามของที่ยังไม่คืน รับคืน และดูประวัติรวมได้ที่เมนู โอนย้าย / ยืม-คืน

เริ่มงานจากแดชบอร์ด

  1. 1
    ดูชื่อองค์กรมุมบนซ้ายให้แน่ใจว่าทำงานในองค์กรที่ถูกต้อง
  2. 2
    ดูแถบงานค้างตามขั้นตอน ถ้ามีตัวเลข เช่น ยืมเกินกำหนด งานซ่อมค้าง หรือใบจำหน่ายรออนุมัติ ให้กดตัวเลขเพื่อเปิดรายการที่กรองไว้แล้วจัดการก่อน
  3. 3
    อ่านการ์ดสรุปเพื่อดูภาพรวม ทรัพย์สินทั้งหมด มูลค่ารวม ค่าเสื่อมของปีงบ และมูลค่าตามบัญชีคงเหลือ
  4. 4
    ใช้เมนูด้านซ้ายเปิดงานที่ต้องการ ถ้าไม่แน่ใจว่างานต่อกันอย่างไร เปิดเมนู เส้นทางงาน
ตัวเลขบนการ์ดไม่ตรงกับที่เพิ่งบันทึก ทำอย่างไร
ตัวเลขเป็นค่า ณ เวลาที่เปิดหน้า ให้รีเฟรชหน้าแดชบอร์ดอีกครั้ง หากยังไม่ตรง ให้ตรวจว่ากำลังดูองค์กรที่ถูกต้องอยู่หรือไม่
ทำไมการ์ดค่าเสื่อมหรือบางเมนูไม่แสดงให้ฉันเห็น
การ์ดค่าเสื่อมปีงบและมูลค่าตามบัญชีคงเหลือแสดงเมื่อใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป ส่วนเมนูขึ้นกับบทบาทของคุณ เช่น พนักงานเห็นเมนูน้อยกว่าผู้ดูแล หากต้องการสิทธิ์เพิ่ม ติดต่อเจ้าขององค์กรเพื่อเปลี่ยนบทบาท
ปุ่มเป็นสีจาง กดแล้วไม่ทำงาน
ปุ่มสีจางคืองานที่ทำไม่ได้ชั่วคราวตามสถานะของทรัพย์สิน เช่น เสนอจำหน่ายตอนของยังถูกยืมอยู่ กดที่ปุ่มจะเห็นเหตุผลและสิ่งที่ต้องทำก่อน เมื่อสถานะเปลี่ยนปุ่มจะกลับมาใช้ได้เอง ส่วนงานที่บทบาทของคุณทำไม่ได้จะไม่มีปุ่มให้เห็นเลย
เปิดลิงก์แล้วขึ้นว่าเปิดหน้านี้ไม่ได้
หน้านั้นเป็นงานของบทบาทอื่น ข้อความจะบอกว่าบทบาทไหนเปิดได้และชื่อเจ้าขององค์กรที่เปลี่ยนบทบาทให้คุณได้
ทรัพย์สินที่จำหน่ายแล้วถูกนับในการ์ดจำนวนทรัพย์สินไหม
ไม่นับ ทรัพย์สินที่จำหน่ายแล้วมีสถานะ จำหน่ายแล้ว และเก็บไว้เป็นประวัติ (ไม่ลบทิ้ง) ดูย้อนหลังได้ในเมนูจำหน่าย ส่วนรายงานทรัพย์สินนับรวมชิ้นที่จำหน่ายแล้ว ตัวเลขจึงมากกว่าการ์ดนี้

4. ทะเบียนทรัพย์สิน

เพิ่ม แก้ไข ค้นหาทรัพย์สิน และออกเลขครุภัณฑ์อัตโนมัติ

4.1 เพิ่มทรัพย์สิน
ทุกคน

ทะเบียนทรัพย์สินคือบัญชีรายการครุภัณฑ์ทั้งหมดขององค์กร แต่ละชิ้นบันทึกหมวด สถานที่ แผนก ผู้ครอบครอง มูลค่า Serial Number ประกัน และรูปภาพ เมื่อบันทึกแล้วระบบออกเลขครุภัณฑ์และสร้าง QR ให้อัตโนมัติ แล้วพาไปหน้ารายละเอียดของชิ้นนั้นเพื่อพิมพ์ป้ายต่อได้ทันที

ขั้นตอนเพิ่มทรัพย์สิน

  1. 1
    ไปที่เมนู ทะเบียนทรัพย์สิน แล้วกดปุ่ม เพิ่มทรัพย์สิน (หรือกดปุ่ม + ที่แถบด้านบนแล้วเลือก ทรัพย์สิน)
  2. 2
    เลือกหมวดทรัพย์สิน (จำเป็น) - หมวดกำหนดรหัสหมวดในเลขครุภัณฑ์ และเติมอายุการใช้งานกับวิธีคิดค่าเสื่อมเริ่มต้นให้
  3. 3
    กรอกชื่อทรัพย์สิน วันที่ได้มา และข้อมูลอื่นที่มี เช่น สถานที่ แผนก ผู้ครอบครอง ราคาทุน
  4. 4
    ตรวจช่อง วิธีคิดค่าเสื่อม ระบบตั้งตามหมวดที่เลือก (หมวดส่วนใหญ่เป็น เส้นตรง (straight-line) หมวดที่ดินจากชุดสำเร็จรูปเป็น ไม่คิดค่าเสื่อม) ถ้าชิ้นนี้ต่างจากหมวด เปลี่ยนเองได้
  5. 5
    อัปโหลดรูป กรอก Serial Number และวันหมดประกัน (ถ้ามี)
  6. 6
    กด บันทึกทรัพย์สิน ระบบออกเลขครุภัณฑ์และ QR ให้ แล้วเปิดหน้ารายละเอียดของชิ้นนั้น

ช่องในฟอร์มเพิ่ม/แก้ไขทรัพย์สิน

ฟิลด์คำอธิบาย
ชื่อทรัพย์สินบังคับชื่อที่ใช้เรียกและค้นหา เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์สำนักงาน ชั้น 2
รูปทรัพย์สินรูปภาพไม่เกิน 5MB ช่วยระบุตัวตอนตรวจนับ และแสดงบนหน้าที่เปิดเมื่อสแกน QR
หมวดทรัพย์สินบังคับกำหนดรหัสหมวดในเลขครุภัณฑ์ และเติมอายุการใช้งานกับวิธีคิดค่าเสื่อมเริ่มต้นให้ ปรับรายชิ้นได้
ผู้ครอบครองผู้ดูแล/ผู้ใช้งานปัจจุบัน เปลี่ยนภายหลังจากฟอร์มแก้ไขหรือปุ่ม โอนย้าย ก็ได้ ระบบบันทึกเป็นประวัติการโอนย้ายทั้งสองทาง
สถานที่อาคาร/ชั้น/ห้องที่ตั้งทรัพย์สิน ใช้ตรวจว่าอยู่ผิดที่หรือไม่ตอนตรวจนับ
แผนกหน่วยงานที่รับผิดชอบทรัพย์สินชิ้นนี้
ยี่ห้อ / รุ่นช่วยระบุตัว แสดงบนหน้าที่เปิดเมื่อสแกน QR และใช้ค้นหาได้
Serial Numberหมายเลขจากผู้ผลิต ช่วยยืนยันตัวทรัพย์สิน
ประเภทการได้มาจัดซื้อ / รับบริจาค / รับโอน / อื่นๆ
วันที่ได้มาบังคับวันที่เริ่มครอบครอง เป็นปีในเลขครุภัณฑ์ และเป็นวันเริ่มคิดค่าเสื่อมถ้าไม่ได้กรอกช่อง วันเริ่มคิดค่าเสื่อม แสดงผลเป็น พ.ศ.
ราคาทุน (บาท)ฐานคำนวณค่าเสื่อมราคา เว้นว่างได้ แต่ระบบจะถือเป็น 0 และยังไม่มีค่าเสื่อมให้
เลขที่เอกสารจัดซื้อเลขที่ใบสั่งซื้อ/เอกสารอ้างอิงตอนได้มา (ถ้ามี)
วิธีคิดค่าเสื่อมเส้นตรง (straight-line) เป็นค่าเริ่มต้นทุกครั้ง หรือเลือก ไม่คิดค่าเสื่อม (เช่น ที่ดิน) เอง
อายุการใช้งาน (ปี)1–100 ปี ระบบเติมตามหมวดที่เลือก ปรับเองได้
มูลค่าซาก (บาท)มูลค่าที่คาดว่าเหลือเมื่อสิ้นอายุ ค่าเสื่อมคิดจาก (ราคาทุน − มูลค่าซาก) - ต้องไม่เกินราคาทุน
วันเริ่มคิดค่าเสื่อมถ้าเว้นว่างระบบใช้วันที่ได้มา
วันหมดประกันระบบใช้เตือน ประกันใกล้หมด บนแดชบอร์ดและกระดิ่งแจ้งเตือน
ผู้ขาย/ผู้ดูแลชื่อผู้ขาย ผู้รับประกัน หรือผู้ดูแลที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
หมายเหตุรายละเอียดเพิ่มเติมอื่น ๆ
ช่องบังคับมีแค่ ชื่อทรัพย์สิน หมวดทรัพย์สิน และวันที่ได้มา ที่เหลือกรอกทีหลังได้ แต่แนะนำกรอกราคาทุนและมูลค่าซากให้ครบตั้งแต่แรก เพราะเมื่อเสนอจำหน่ายแล้วช่องการเงินจะถูกล็อก
ต้องมีหมวดทรัพย์สินอย่างน้อยหนึ่งหมวดก่อน ถ้ายังไม่มี หน้าเพิ่มทรัพย์สินจะขึ้นว่า ยังไม่มีหมวดทรัพย์สิน พร้อมปุ่ม ใช้ชุดหมวดสำเร็จรูป และ เพิ่มหมวดเอง (เฉพาะเจ้าของและผู้ดูแล) เพิ่มเสร็จระบบพากลับมาที่ฟอร์มให้
จำนวนทรัพย์สินที่เพิ่มได้ขึ้นกับแพ็กเกจ (ชิ้นที่จำหน่ายแล้วไม่นับ) ถ้าครบเพดาน ระบบเปิดกล่องอัปเกรดแพ็กเกจให้ เมื่อชำระเสร็จระบบเพิ่มรายการที่ค้างไว้ต่อให้เอง ดูเรื่องแพ็กเกจในหัวข้อ ข้อมูลพื้นฐานและตั้งค่าองค์กร
4.2 เลขครุภัณฑ์อัตโนมัติและ QR
ทุกคน

เมื่อบันทึกทรัพย์สิน ระบบออกเลขครุภัณฑ์ให้อัตโนมัติ รูปแบบเริ่มต้นคือ {รหัสหมวด}-{พ.ศ.}-NNNNN เช่น COM-2569-00001 โดยปี พ.ศ. มาจากวันที่ได้มาของทรัพย์สิน (ของที่ได้มาปี 2563 จะได้เลข 2563) และเลขลำดับนับแยกต่อหมวดและต่อปี ระบบกันเลขซ้ำหรือเลขกระโดดให้ในตัว ไม่ต้องจดเองในสมุด

เจ้าขององค์กรปรับรูปแบบเลขได้ที่ ตั้งค่า > ภาษี & เอกสาร (รูปแบบเลขครุภัณฑ์) เช่น ตัวคั่น จำนวนหลัก หรือรอบการเริ่มนับใหม่ ดูรายละเอียดในหัวข้อ ข้อมูลพื้นฐานและตั้งค่าองค์กร การเปลี่ยนรูปแบบหรือรหัสหมวดมีผลกับเลขที่ออกใหม่เท่านั้น เลขเดิมไม่เปลี่ยน

พร้อมกันนั้นระบบสร้าง QR Code ที่ใช้รหัสสุ่มเฉพาะตัว (ไม่ใช่เลขที่เดาได้) จึงไม่มีใครไล่เลขเข้าดูทรัพย์สินชิ้นอื่นได้ นำ QR ไปพิมพ์ป้ายติดและสแกนดูข้อมูลได้ ดูหัวข้อ QR Code และพิมพ์ป้าย

เลขครุภัณฑ์ออกตามหมวดที่เลือก จึงควรตั้งหมวดทรัพย์สินและรหัสหมวดให้เรียบร้อยก่อนเริ่มลงทะเบียนจำนวนมาก
4.3 หน้ารายละเอียดทรัพย์สิน
ทุกคน

กดชื่อทรัพย์สินในตารางเพื่อเปิดหน้ารายละเอียด หน้านี้เรียงเป็นส่วน ๆ จากบนลงล่าง

ส่วนต่าง ๆ บนหน้า

  • ขั้นต่อไป - บอกงานที่ควรทำต่อ เช่น ติดป้าย QR (แสดงเมื่อมีเรื่องค้าง)
  • QR Code - รูป QR พร้อมปุ่ม พิมพ์ป้าย
  • ข้อมูลหลัก / การได้มา / ค่าเสื่อมราคา / ประกัน / อื่นๆ - ข้อมูลตามที่กรอกในฟอร์ม
  • ตารางค่าเสื่อมราคา - ค่าเสื่อมรายปีของชิ้นนี้ (ต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป ดูหัวข้อ ค่าเสื่อมราคา)
  • แผนบำรุงรักษาและสอบเทียบ - แผนดูแลตามรอบของชิ้นนี้ (ต้องใช้แพ็กเกจโปร ดูหัวข้อ แจ้งซ่อม)
  • ประวัติการซ่อม - ทุกใบแจ้งซ่อมของชิ้นนี้ (ต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป)
  • เอกสารแนบ - ใบเสร็จ ใบรับประกัน คู่มือ (ดูหัวข้อย่อย เอกสารแนบ)
  • ประวัติการเคลื่อนไหว - การโอนย้าย ยืม และรับคืนทั้งหมด (ดูหัวข้อ โอนย้ายและยืม-คืน)

ปุ่มมุมบนขวา

  • โอนย้าย / ยืมออก / รับคืน - ย้ายที่ เปลี่ยนแผนกหรือผู้ครอบครอง ยืมออกพร้อมกำหนดคืน และรับคืน (ปุ่ม รับคืน ขึ้นแทน ยืมออก เมื่อของถูกยืมอยู่) ต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป
  • แจ้งซ่อม - เปิดใบแจ้งซ่อมของชิ้นนี้ ต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป
  • เสนอจำหน่าย - เสนอจำหน่าย/ตัดบัญชีชิ้นนี้ ต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป
  • แก้ไข - แก้ข้อมูลทะเบียน
  • ลบ - นำออกจากทะเบียน (ดูหัวข้อย่อย สถานะทรัพย์สินและการลบ)
เห็นปุ่มไหนขึ้นกับบทบาท: โอนย้าย เสนอจำหน่าย และแก้ไข สำหรับเจ้าของ ผู้ดูแล และเจ้าหน้าที่ แจ้งซ่อมได้ทุกบทบาทยกเว้นผู้ดูอย่างเดียว ส่วนลบได้เฉพาะเจ้าของและผู้ดูแล
ปุ่มที่ยังใช้ไม่ได้ชั่วคราวจะแสดงเป็นสีจาง กดเพื่อดูเหตุผลได้ เช่น ของที่ถูกยืมอยู่ต้องรับคืนก่อนจึงโอนย้าย เสนอจำหน่าย หรือลบได้ ของที่อยู่ระหว่างซ่อมหรือรอจำหน่ายยืมออกไม่ได้ ส่วนของที่จำหน่ายแล้วจะเหลือเพียงปุ่ม แก้ไข สำหรับข้อมูลทั่วไป
4.4 ค้นหา แก้ไข และนำเข้า Excel
ทุกคน

หน้าทะเบียนทรัพย์สินแสดงทุกชิ้นในรูปตาราง (รวมชิ้นที่จำหน่ายแล้ว) ค้นหาด้วยชื่อหรือเลขครุภัณฑ์ กรองตาม หมวด สถานที่ แผนก สถานะ และ ประกัน ได้ และกด ส่งออก CSV เพื่อนำรายการที่กรองไว้ไปใช้ต่อ ถ้าจำได้แค่ยี่ห้อ รุ่น Serial Number หรือชื่อผู้ครอบครอง ให้ใช้ช่อง ค้นหา... ที่แถบด้านบน (Ctrl+K)

แก้ไขทรัพย์สิน

  1. 1
    เปิดหน้ารายละเอียดแล้วกดปุ่ม แก้ไข ที่มุมบนขวา หรือกดไอคอนดินสอท้ายแถวในตาราง (เจ้าของและผู้ดูแลจะพบ แก้ไข ในเมนู ⋯ คู่กับ ลบ)
  2. 2
    ปรับข้อมูลแล้วกด บันทึกการแก้ไข

ช่องที่ล็อกตามสถานะ (มีไอคอนแม่กุญแจพร้อมเหตุผลตั้งแต่เปิดฟอร์ม)

รายการความหมาย
ยืมออกสถานที่ แผนก และผู้ครอบครองแก้ไม่ได้จนกว่าจะรับคืน
รอจำหน่ายช่องการเงิน (วันที่ได้มา ราคาทุน วิธีคิดค่าเสื่อม อายุการใช้งาน มูลค่าซาก วันเริ่มคิดค่าเสื่อม) แก้ไม่ได้ ต้องปฏิเสธคำขอจำหน่ายก่อน
จำหน่ายแล้วช่องการเงินและที่ตั้งแก้ไม่ได้อีก เพื่อให้ตัวเลขตรงกับใบจำหน่าย แก้ได้เฉพาะข้อมูลทั่วไป
ถ้าแก้สถานที่ แผนก หรือผู้ครอบครองในฟอร์มแก้ไข ระบบบันทึกเป็นการโอนย้ายพร้อมเลขเอกสารให้เอง ประวัติการเคลื่อนไหวจึงครบเสมอ ถ้าต้องการระบุเหตุผลการโอนย้าย ให้ใช้ปุ่ม โอนย้าย บนหน้ารายละเอียดแทน และถ้ามีคนแก้หรือโอนย้ายชิ้นเดียวกันระหว่างที่คุณเปิดฟอร์มค้างไว้ ระบบจะไม่บันทึกทับ ให้โหลดหน้าใหม่แล้วแก้อีกครั้ง

นำเข้าจาก Excel ได้ครั้งละไม่เกิน 1,000 แถว ต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป และทำได้เฉพาะเจ้าของ ผู้ดูแล และเจ้าหน้าที่

นำเข้าทรัพย์สินจาก Excel

  1. 1
    ในหน้าทะเบียนทรัพย์สิน กดปุ่ม นำเข้า Excel จะกรอกในไฟล์ต้นแบบ (กด ดาวน์โหลด template (.xlsx)) หรือใช้ทะเบียน Excel ที่มีอยู่แล้วก็ได้
  2. 2
    อัปโหลดไฟล์ (.xlsx) แล้วกด ตรวจสอบไฟล์
  3. 3
    ถ้าชื่อคอลัมน์ในไฟล์ไม่ตรงกับระบบ จะมีขั้น จับคู่คอลัมน์ ให้เลือกว่าคอลัมน์ไหนคือ ชื่อทรัพย์สิน วันที่ได้มา หมวด ราคาทุน ฯลฯ (เห็นค่าตัวอย่างใต้แต่ละช่อง) เลือกแถวหัวตารางได้ถ้าไฟล์มีหัวรายงานอยู่ด้านบน แล้วกด ตรวจสอบข้อมูล
  4. 4
    ดูสรุปจำนวนแถวที่นำเข้าได้ แถวที่มีปัญหาพร้อมเหตุผล (แถวเหล่านี้จะถูกข้าม) หมวด/สถานที่/แผนกที่จะสร้างใหม่ และตัวอย่างวันที่กับราคาที่แปลงแล้ว แล้วกดปุ่ม ยืนยันนำเข้า
  5. 5
    ระบบออกเลขครุภัณฑ์และ QR ให้ทุกชิ้นที่นำเข้าสำเร็จ

ไฟล์ที่มีแต่ชื่อหมวดภาษาไทย ไม่มีรหัสหมวด ให้เลือก มีคอลัมน์ชื่อหมวด ในขั้นจับคู่ ชื่อที่ตรงกับหมวดเดิมใช้หมวดเดิม ส่วนชื่อที่ยังไม่มี ระบบให้ตั้งรหัสก่อนนำเข้า (ชื่อที่ตรงกับชุดหมวดสำเร็จรูป ระบบเสนอรหัสให้) หรือเลือก ใช้หมวดเดียวทั้งไฟล์ ถ้าทุกแถวเป็นหมวดเดียวกัน อายุการใช้งานและวิธีคิดค่าเสื่อมที่เว้นว่างใช้ค่าตั้งต้นของหมวด

วันที่รับได้ทั้ง วัน/เดือน/ปี (15/01/2567 หรือ 15/1/67) วันที่แบบไทย (15 ม.ค. 2567) และ ปี-เดือน-วัน (2024-01-15) ระบบอ่านเป็นวัน/เดือนตามแบบไทยเสมอ ปี พ.ศ. แปลงเป็น ค.ศ. ให้เองและบอกจำนวนแถวที่แปลง ตรวจวันที่ในตัวอย่างก่อนยืนยัน ส่วนวันที่ไม่มีจริงในปฏิทิน เช่น 29/02/2566 จะเป็นแถวที่มีปัญหา ราคาที่มีจุลภาคหรือคำว่า บาท (เช่น 35,000.00) อ่านได้
ทรัพย์สินที่ได้มาก่อนปีงบปัจจุบัน ระบบคำนวณค่าเสื่อมสะสมใหม่จากวันเริ่มคิดค่าเสื่อม (ยังไม่รับยอดค่าเสื่อมสะสมยกมา) ตัวเลขจึงอาจไม่ตรงกับโปรแกรมบัญชีหรือทะเบียนเดิมทุกบาท ตรวจที่รายงานค่าเสื่อมหลังนำเข้า
หมวด สถานที่ หรือแผนกที่ยังไม่เคยตั้ง ระบบสร้างให้อัตโนมัติตอนยืนยัน ถ้าต้องการใช้เลขครุภัณฑ์เดิม (เช่นจากทะเบียนเก่า) กรอกในไฟล์ได้เลย เว้นว่างระบบออกเลขให้ เลขที่ซ้ำกับที่มีอยู่ (รวมเลขของชิ้นที่ลบไปแล้ว) จะเป็นแถวที่มีปัญหา และถ้าจำนวนแถวเกินเพดานแพ็กเกจ ระบบบอกว่านำเข้าได้อีกกี่ชิ้น ให้ลดจำนวนแถวหรือกด อัปเกรดแพ็กเกจ
เหมาะกับการย้ายข้อมูลจากทะเบียนเดิม (เช่นไฟล์ Excel เก่า) เข้าระบบครั้งแรก แนะนำทดลองนำเข้าจำนวนน้อยก่อนเพื่อตรวจรูปแบบข้อมูลให้ตรง
4.5 เอกสารแนบ
ทุกคน

เก็บใบเสร็จ ใบรับประกัน หรือคู่มือของทรัพย์สินไว้ที่การ์ด เอกสารแนบ บนหน้ารายละเอียด รับไฟล์ PDF หรือรูปภาพ (jpg / png / webp) ไฟล์ละไม่เกิน 10MB สูงสุด 20 ไฟล์ต่อทรัพย์สิน (นับรวมใบรับรองสอบเทียบ) ใช้ได้ทุกแพ็กเกจ

  1. 1
    เปิดหน้ารายละเอียดทรัพย์สิน แล้วเลื่อนลงไปที่การ์ด เอกสารแนบ
  2. 2
    กด แนบไฟล์ แล้วเลือกไฟล์ (เลือกหลายไฟล์พร้อมกันได้)
  3. 3
    กด เปิดไฟล์ เพื่อดู หรือ ลบไฟล์ เพื่อนำออก (ลบแล้วกู้คืนไม่ได้)
แนบและลบไฟล์ได้เฉพาะเจ้าของ ผู้ดูแล และเจ้าหน้าที่ บทบาทอื่นเปิดดูไฟล์ได้อย่างเดียว
4.6 สถานะทรัพย์สินและการลบ
ทุกคน

ทรัพย์สินแต่ละชิ้นมีสถานะที่บอกว่ากำลังถูกใช้งานหรืออยู่ในขั้นตอนใด สถานะเปลี่ยนตามงานในเมนูที่เกี่ยวข้อง (โอนย้าย-ยืมคืน แจ้งซ่อม จำหน่าย)

ความหมายของสถานะ

รายการความหมาย
ใช้งานอยู่ในการใช้งานปกติ
ซ่อมมีใบแจ้งซ่อมที่ตั้งสถานะเป็น กำลังซ่อม (แค่แจ้งซ่อมยังไม่เปลี่ยนสถานะ) กลับเป็นใช้งานเมื่อปิดงานซ่อมที่กำลังซ่อมครบทุกใบ
ยืมออกถูกยืมออกไปและยังไม่รับคืน มีกำหนดคืน
รอจำหน่ายเสนอจำหน่ายแล้ว รอการอนุมัติ
จำหน่ายแล้วตัดบัญชีแล้ว แต่ยังอยู่ในทะเบียนและรายงานย้อนหลังเพื่อการตรวจสอบ
การลบคือการนำออกจากทะเบียน รายการจะหายจากทะเบียนและรายงานทุกปี แต่ประวัติยังเก็บไว้ในระบบ ลบได้เฉพาะเจ้าของและผู้ดูแล และลบไม่ได้ถ้าของถูกยืมอยู่หรือมีคำขอจำหน่ายค้าง ของที่ขายหรือตัดบัญชีให้ใช้การจำหน่าย (ดูหัวข้อ จำหน่ายและตัดบัญชี) ไม่ใช่การลบ ของที่จำหน่ายแล้วลบไม่ได้เพราะต้องอยู่ในรายงานย้อนหลัง
ใครเพิ่ม/แก้ไข/ลบทรัพย์สินได้บ้าง
เพิ่มและแก้ไขได้: เจ้าของ ผู้ดูแล และเจ้าหน้าที่ ลบได้เฉพาะเจ้าของและผู้ดูแล พนักงานทำได้เฉพาะสแกนตรวจนับและแจ้งซ่อม ผู้ดูอย่างเดียวดูได้แต่แก้ไม่ได้ ทุกบทบาทพิมพ์ป้าย QR ได้
แก้เลขครุภัณฑ์เองได้ไหม
ในฟอร์มเพิ่ม/แก้ไข เลขครุภัณฑ์ออกอัตโนมัติและแก้เองไม่ได้ เพื่อให้ไม่ซ้ำและตรวจสอบได้ ถ้านำเข้าจาก Excel ระบุเลขเดิม (เช่นเลขจากทะเบียนเก่า) เองได้ โดยระบบเช็คไม่ให้ซ้ำ
เผลอลบทรัพย์สินไปจะกู้คืนได้ไหม
ในระบบยังไม่มีปุ่มกู้คืน ถ้าลบผิดให้เพิ่มทรัพย์สินชิ้นนั้นใหม่ ซึ่งจะได้เลขครุภัณฑ์และ QR ใหม่ (เลขเดิมใช้ซ้ำไม่ได้) แล้วพิมพ์ป้ายใหม่ติดแทน ป้ายเดิมเมื่อสแกนจะขึ้นว่าทรัพย์สินนี้ถูกนำออกจากทะเบียนแล้ว จึงควรตรวจให้แน่ใจก่อนกดลบ

5. QR Code และพิมพ์ป้าย

สร้าง QR พิมพ์ป้ายติดทรัพย์สิน และหน้าที่เปิดเมื่อสแกน

5.1 QR Code ของทรัพย์สิน
ทุกคน

ทรัพย์สินทุกชิ้นได้ QR Code ประจำตัวอัตโนมัติเมื่อบันทึก ดูได้ที่การ์ด QR Code บนหน้ารายละเอียด ใช้ติดป้าย สแกนตรวจนับ แจ้งซ่อม และเปิดดูข้อมูลหน้างานจากมือถือได้ทันที ไม่ต้องค้นในระบบทีละรายการ

QR ของ AssetFlow ทำงานอย่างไร

  • แต่ละ QR ใช้รหัสสุ่ม (ไม่ใช่เลขครุภัณฑ์หรือเลขเรียงลำดับ) จึงเดาหรือไล่หาทรัพย์สินชิ้นอื่นไม่ได้
  • QR เป็นลิงก์เฉพาะของทรัพย์สินชิ้นนั้น สแกนแล้วเปิดหน้าข้อมูลของชิ้นนั้นโดยตรง
  • สแกนด้วยกล้องมือถือหรือแอปอ่าน QR ทั่วไปได้เลย ไม่ต้องลงโปรแกรมพิเศษ
  • QR ผูกกับทรัพย์สินถาวร ไม่เปลี่ยนเมื่อโอนย้าย เปลี่ยนผู้ครอบครอง หรือแก้ไขข้อมูล
คนที่ถือป้าย QR ของชิ้นหนึ่งจะคาดเดาลิงก์ของชิ้นอื่นในองค์กรไม่ได้ เพราะ QR ไม่ได้ใช้เลขครุภัณฑ์
5.2 พิมพ์ป้าย QR (A4 หรือสติกเกอร์ม้วน)
ทุกคน

พิมพ์ป้ายสติกเกอร์ QR ได้ครั้งละหลายรายการ (สูงสุด 200 ดวงต่อครั้ง) เป็นไฟล์ PDF ทุกบทบาทพิมพ์ได้ เลือกขนาดให้ตรงกับสติกเกอร์ที่มีได้ 6 แบบ ระบบวางแต่ละดวงตรงตำแหน่งของสติกเกอร์ขนาดนั้นให้ และใช้ขนาดกับค่าปรับตำแหน่งที่องค์กรตั้งไว้ล่าสุดเป็นค่าเริ่มต้น (ดูหัวข้อถัดไป)

ขนาดป้ายที่เลือกได้

รายการความหมาย
A4 แผ่นละ 10 ดวง (100 × 50 มม.)ป้ายใหญ่ มี QR เลขครุภัณฑ์ ชื่อทรัพย์สิน ชื่อองค์กร ใส่โลโก้ได้ เหมาะกับเครื่องจักรหรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่
A4 แผ่นละ 21 ดวง (70 × 42.3 มม.)ขนาดมาตรฐานที่ใช้บ่อยที่สุด ข้อมูลครบเหมือนป้ายใหญ่ ใส่โลโก้ได้
A4 แผ่นละ 44 ดวง (48.5 × 25.4 มม.)ป้ายเล็กสำหรับอุปกรณ์ไอที มี QR เลขครุภัณฑ์ และชื่อทรัพย์สิน
สติกเกอร์ม้วน 50 × 30 มม.สำหรับเครื่องพิมพ์ฉลาก หน้าละ 1 ดวง มี QR เลขครุภัณฑ์ ชื่อทรัพย์สิน และชื่อองค์กร ใส่โลโก้ได้
สติกเกอร์ม้วน 40 × 30 มม.หน้าละ 1 ดวง มี QR เลขครุภัณฑ์ และชื่อทรัพย์สิน ใส่โลโก้ได้
สติกเกอร์ม้วน 30 × 20 มม.ดวงเล็ก หน้าละ 1 ดวง พิมพ์เฉพาะ QR และเลขครุภัณฑ์

ขั้นตอนพิมพ์ป้าย

  1. 1
    เปิดเมนู ทะเบียนทรัพย์สิน แล้วติ๊กเลือกรายการที่ต้องการ (เลือกหลายชิ้นได้ สูงสุด 200 ชิ้น) หรือกดปุ่ม พิมพ์ป้าย ในการ์ด QR Code บนหน้ารายละเอียดของชิ้นนั้น
  2. 2
    เมื่อติ๊กเลือกแล้ว แถบเหนือตารางจะขึ้นจำนวนที่เลือกพร้อมปุ่ม พิมพ์ป้าย กดเพื่อเปิดหน้าต่าง พิมพ์ป้าย QR
  3. 3
    เลือก ขนาดป้าย ให้ตรงกับสติกเกอร์ ดูภาพตัวอย่างการวางดวง แล้วติ๊ก ใส่โลโก้องค์กร ถ้าต้องการ (มีเฉพาะขนาดที่วางโลโก้ได้ ใช้โลโก้จากหน้า ข้อมูลบริษัท)
  4. 4
    กด ดาวน์โหลด PDF แล้วสั่งพิมพ์ที่ขนาดจริง 100% (ไม่ย่อ-ขยายให้พอดีหน้า) สติกเกอร์ม้วนให้ตั้งขนาดกระดาษในไดรเวอร์เครื่องพิมพ์ให้ตรงกับดวง
  5. 5
    ลอกสติกเกอร์ติดบนตัวทรัพย์สินในจุดที่สแกนสะดวก

เคล็ดลับการติดป้าย

  • ติดในจุดที่เห็นชัด เอื้อมสแกนสะดวก เช่น ด้านหน้า/ด้านข้างของอุปกรณ์ ไม่ติดใต้ฐานหรือด้านที่ชิดผนัง
  • เลี่ยงพื้นผิวโค้งมากหรือขรุขระ เพราะ QR ที่งอจะสแกนยาก เลือกผิวเรียบและสะอาด
  • อย่าติดทับรอยต่อฝา/ช่องที่ต้องเปิด-ปิดบ่อย และอย่าให้สติกเกอร์ยับหรือพับมุม
  • ทรัพย์สินที่อยู่กลางแจ้งหรือโดนความชื้น ควรใช้สติกเกอร์กันน้ำ/ทนแดด หรือเคลือบใสทับ
  • ลองสแกนป้ายที่ติดเสร็จ 1-2 ชิ้นให้แน่ใจว่าเปิดหน้าทรัพย์สินถูกตัว ก่อนติดทั้งล็อต
ถ้าป้ายเดิมหลุด เลือนลาง หรือชำรุด ให้เปิดหน้ารายละเอียดของชิ้นนั้นแล้วกด พิมพ์ป้าย ใหม่ ป้ายใหม่ใช้ QR เดิม จึงยังชี้ไปทรัพย์สินตัวเดิม ไม่ต้องสร้างทะเบียนใหม่
5.3 ป้ายพิมพ์เหลื่อม / ใช้แผ่นที่เหลือ
ทุกคน

เครื่องพิมพ์แต่ละเครื่องดึงกระดาษเหลื่อมไม่เท่ากัน ในหน้าต่างพิมพ์ป้ายมีส่วน ปรับตำแหน่ง ให้เลื่อนทุกดวงเป็นมิลลิเมตร ระบบจำค่าไว้แยกตามขนาดป้ายให้ทั้งองค์กร พร้อมขนาดที่พิมพ์ล่าสุด พิมพ์ครั้งต่อไปจึงไม่ต้องตั้งใหม่

ระบบจำขนาดและค่าปรับตำแหน่งเฉพาะเมื่อผู้พิมพ์เป็นเจ้าของ ผู้ดูแล หรือเจ้าหน้าที่ (คนที่แก้ทะเบียนได้) ทั้งตอนพิมพ์จริงและพิมพ์หน้าทดสอบ พนักงานและผู้ดูอย่างเดียวพิมพ์ได้ตามปกติ แต่ค่าที่ปรับใช้เฉพาะครั้งนั้น

ปรับตำแหน่งให้ตรงสติกเกอร์

  1. 1
    เปิดหน้าต่างพิมพ์ป้าย เลือกขนาดป้าย แล้วกดเปิดส่วน ปรับตำแหน่ง
  2. 2
    กด พิมพ์หน้าทดสอบ จะได้ PDF แผ่นเดียวที่มีกรอบทุกช่อง พิมพ์ลงกระดาษธรรมดาที่ 100%
  3. 3
    ทาบกระดาษที่พิมพ์กับแผ่นสติกเกอร์ส่องกับไฟ ดูว่ากรอบเหลื่อมจากขอบดวงไปทางไหนกี่มิลลิเมตร
  4. 4
    ใส่ค่าชดเชยในทิศตรงข้ามที่ช่อง เลื่อนแนวนอน (มม.) หรือ เลื่อนแนวตั้ง (มม.) เช่น กรอบเลื่อนไปทางขวา 2 มม. ให้ใส่แนวนอน -2 (ค่าบวกคือเลื่อนขวาหรือลง ปรับได้ครั้งละ 0.5 มม. สูงสุด 10 มม.)
  5. 5
    พิมพ์หน้าทดสอบซ้ำจนตรง แล้วค่อยพิมพ์ลงแผ่นสติกเกอร์จริง

ถ้ามีแผ่น A4 ที่ใช้ไปแล้วบางดวง ให้ใส่ เริ่มพิมพ์ที่ดวงที่ เป็นดวงแรกที่ยังว่าง (นับจากซ้ายไปขวา บนลงล่าง) ระบบจะเว้นช่องที่ใช้ไปแล้วบนแผ่นแรก ค่านี้ใช้เฉพาะครั้งนั้น ไม่ถูกจำไว้ และไม่มีในสติกเกอร์ม้วนซึ่งพิมพ์หน้าละดวงอยู่แล้ว

ป้ายเหลื่อมเท่ากันทุกดวง ทำอย่างไร?
ใช้ส่วน ปรับตำแหน่ง เลื่อนทุกดวงตามขั้นตอนข้างบน ค่าจะถูกจำไว้กับขนาดป้ายนั้น (เมื่อผู้พิมพ์เป็นเจ้าของ ผู้ดูแล หรือเจ้าหน้าที่)
ยิ่งลงล่างยิ่งเหลื่อมมากขึ้น ทำอย่างไร?
อาการนี้มาจากการตั้งเครื่องพิมพ์ให้ย่อหรือขยายหน้ากระดาษ การเลื่อนตำแหน่งแก้ไม่ได้ ให้ตั้งการพิมพ์เป็นขนาดจริง 100% และปิดตัวเลือกพอดีหน้า (Fit to page)
5.4 หน้าที่เปิดเมื่อสแกน QR
ทุกคน

เมื่อสแกน QR จะเปิดหน้าข้อมูลของทรัพย์สินชิ้นนั้น เปิดดูได้แม้ไม่ได้เข้าสู่ระบบ แต่แสดงเฉพาะข้อมูลทั่วไปและซ่อนข้อมูลการเงินไว้ คนที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบจะเห็นปุ่ม เข้าสู่ระบบ ซึ่งพากลับมาที่หน้าเดิมหลังเข้าสู่ระบบเสร็จ

ใครเห็นอะไร

รายการความหมาย
ทุกคนที่สแกนรูป ชื่อทรัพย์สิน เลขครุภัณฑ์ สถานะ หมวด สถานที่ ยี่ห้อ รุ่น สถานะสอบเทียบที่ยังอยู่ในรอบ (ถ้ามีแผน) รายการ งานซ่อมของทรัพย์สินนี้ และเบอร์โทรขององค์กร (ถ้ากรอกไว้ในข้อมูลบริษัท)
ข้อมูลที่ซ่อนจากบุคคลภายนอกราคาทุน มูลค่าซาก วันที่ได้มา และผู้ครอบครอง รวมถึงสอบเทียบที่เกินกำหนดหรือไม่ผ่าน ไม่แสดงให้คนที่ไม่ใช่สมาชิกองค์กรเห็น แม้จะเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีอื่นอยู่
สมาชิกองค์กรที่เข้าสู่ระบบแล้วเห็นเพิ่ม ราคาทุน มูลค่าซาก วันที่ได้มา และผู้ครอบครอง กดเลขใบแจ้งซ่อมเพื่อเปิดใบในระบบได้ และมีปุ่ม เปิดในระบบ ที่สลับไปองค์กรของทรัพย์สินชิ้นนั้นให้เองก่อนเปิดหน้า (สำหรับคนที่อยู่หลายองค์กร)

รายการ งานซ่อมของทรัพย์สินนี้ แสดงเลขใบ สถานะ และวันที่แจ้ง ของใบที่ยังเปิดอยู่และใบที่ปิดภายใน 14 วัน ไม่แสดงชื่อหรือช่องทางติดต่อของผู้แจ้ง ผู้แจ้งจึงกลับมาดูความคืบหน้าได้จากการสแกนป้ายเดิม

ปุ่ม แจ้งซ่อม ให้คนที่พบของเสียแจ้งได้ทันทีโดยไม่ต้องมีบัญชี ต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป บนมือถือคนนอกจะเห็นปุ่ม แจ้งซ่อมผ่าน LINE เพิ่ม (เมื่อองค์กรส่งความคืบหน้าทาง LINE ได้) รายละเอียดการรับแจ้งดูหัวข้อ แจ้งซ่อม

เมื่อแจ้งซ่อมไม่ได้ หน้านี้จะบอกเหตุผลแทนปุ่ม

  • ทรัพย์สินนี้จำหน่ายแล้ว แจ้งซ่อมไม่ได้
  • ทรัพย์สินนี้ยังไม่เปิดรับแจ้งซ่อมออนไลน์ กรุณาติดต่อผู้ดูแลทรัพย์สินโดยตรง - เมื่อแพ็กเกจขององค์กรยังไม่มีแจ้งซ่อม หรือบัญชีองค์กรถูกระงับ
  • บทบาทของคุณในองค์กรนี้แจ้งซ่อมไม่ได้ กรุณาติดต่อผู้ดูแลระบบขององค์กร - สมาชิกที่เป็นผู้ดูอย่างเดียว
  • ระบบกำลังปิดปรับปรุงชั่วคราว กรุณาลองใหม่ภายหลัง - ช่วงที่ระบบปิดปรับปรุง
ข้อมูลมูลค่า (ราคาทุน/มูลค่าซาก) วันที่ได้มา และผู้ครอบครอง เห็นได้เฉพาะสมาชิกองค์กรที่เข้าสู่ระบบเท่านั้น คนทั่วไปที่หยิบของขึ้นมาสแกนจะเห็นเพียงข้อมูลพื้นฐานสำหรับระบุตัวทรัพย์สิน
ถ้าป้าย QR ถูกลอกไปติดของชิ้นอื่นจะรู้ไหม
QR ผูกกับทรัพย์สินเดิมเสมอ เมื่อสแกนจะเปิดข้อมูลของชิ้นที่ลงทะเบียนไว้กับป้ายนั้น หากเห็นว่าป้ายอยู่ผิดตัว ให้พิมพ์ป้ายใหม่ติดให้ถูกชิ้น และอย่านำป้ายเดิมไปติดของอื่น
สแกนป้ายของทรัพย์สินที่ลบไปแล้วจะเห็นอะไร
หน้าจะขึ้นว่า ทรัพย์สินนี้ถูกนำออกจากทะเบียนแล้ว พร้อมชื่อองค์กรและเบอร์ติดต่อ (ถ้ามี) ให้ลอกป้ายนั้นออก
คนนอกองค์กรที่บังเอิญสแกนเจอ จะเห็นข้อมูลลับไหม
ไม่เห็น หน้านี้แสดงเฉพาะข้อมูลทั่วไปสำหรับระบุตัวทรัพย์สินและสถานะงานซ่อม (ไม่มีข้อมูลผู้แจ้ง) ส่วนมูลค่าและผู้ครอบครองแสดงเฉพาะสมาชิกองค์กรที่เข้าสู่ระบบแล้ว
ต้องสร้าง QR เองทีละชิ้นไหม
ไม่ต้อง ระบบสร้าง QR ให้อัตโนมัติเมื่อบันทึกทรัพย์สิน เพียงเลือกรายการแล้วสั่งพิมพ์ป้ายเป็นชุดได้เลย

6. ตรวจนับประจำปี

เปิดรอบ สแกนนับด้วยมือถือ (ออฟไลน์) และดูส่วนต่าง

เฉพาะ เจ้าของ / ผู้ดูแล / เจ้าหน้าที่ / พนักงาน
6.1 ภาพรวมการตรวจนับ
ทุกคน

การตรวจนับคือการเดินสำรวจเพื่อยืนยันว่าทรัพย์สินที่มีอยู่จริงตรงกับทะเบียน โดยเปิดรอบตรวจนับขึ้นมาหนึ่งรอบ แล้วใช้มือถือสแกน QR ของทรัพย์สินแต่ละชิ้น ระบบสรุปส่วนต่างให้ว่าชิ้นไหนพบ ไม่พบ พบเกิน หรืออยู่ผิดสถานที่ ใช้ได้ทุกแพ็กเกจ

ขั้นตอนหลักของหนึ่งรอบ

  • เปิดรอบตรวจนับ ตั้งชื่อ ปีงบประมาณ และขอบเขต (ทั้งองค์กร หรือสถานที่เดียว)
  • เดินสแกน QR ด้วยมือถือ ทำงานต่อได้ในจุดอับสัญญาณ
  • ดูรายงานส่วนต่าง ตรวจรายการที่ไม่พบ/ผิดสถานที่/พบเกิน
  • ปิดรอบเพื่อตรึงผล (เฉพาะเจ้าของและผู้ดูแล)
เปิดรอบได้: เจ้าของ ผู้ดูแล และเจ้าหน้าที่ / สแกนนับได้: เจ้าของ ผู้ดูแล เจ้าหน้าที่ และพนักงาน / ปิดรอบได้: เจ้าของและผู้ดูแล ส่วนผู้ดูอย่างเดียวเปิดดูรอบและรายงานส่วนต่างได้
6.2 เปิดรอบและสแกนนับ
ทุกคน

เปิดรอบตรวจนับ

  1. 1
    ไปที่เมนู ตรวจนับ แล้วกด เปิดรอบตรวจนับ (หรือกดปุ่ม + ที่แถบด้านบนแล้วเลือก เปิดรอบตรวจนับ)
  2. 2
    ช่อง ชื่อรอบ ระบบเติมให้เป็น ตรวจนับครุภัณฑ์ ปีงบ ... และช่อง ปีงบประมาณ (พ.ศ.) เติมปีงบปัจจุบันให้ แก้ได้ทั้งสองช่องแต่ห้ามเว้นว่าง
  3. 3
    เลือก ขอบเขต เป็น ทั้งองค์กร หรือสถานที่เดียว (เลือกนับตามแผนกไม่ได้)
  4. 4
    กด เปิดรอบ ระบบบันทึกจำนวนทรัพย์สินในขอบเขต ณ ตอนนั้นเป็นยอดที่ต้องตรวจนับ และตั้งสถานะรอบเป็น กำลังตรวจนับ
ขอบเขตไม่รวมทรัพย์สินที่รอจำหน่าย จำหน่ายแล้ว หรือถูกลบ ถ้าขอบเขตที่เลือกไม่มีทรัพย์สินเลย ระบบจะไม่ให้เปิดรอบ ให้เลือกสถานที่อื่นหรือนับทั้งองค์กร

สแกนด้วยมือถือ

  1. 1
    เปิดรอบบนมือถือ แล้วกด สแกนนับ
  2. 2
    เลือก สถานที่ที่กำลังนับ เพื่อให้ระบบเทียบกับทะเบียนและจับรายการผิดสถานที่ (ถ้าเลือก ไม่ระบุ (ไม่เช็คผิดที่) ของในขอบเขตที่สแกนเจอจะนับเป็นพบทั้งหมด)
  3. 3
    กด เริ่มสแกน แล้วอนุญาตให้ใช้กล้อง ส่องไปที่ป้าย QR ระบบส่งเสียงและขึ้นผลทันที
  4. 4
    ตัวนับ พบ ... / ... บอกความคืบหน้า และ รายการสแกน แสดงผลของแต่ละชิ้นที่สแกนแล้ว (พบ / ผิดสถานที่ / พบเกิน) หน้านี้ไม่มีรายชื่อของที่ยังไม่ถูกสแกน ดูได้ที่รายงานส่วนต่างในหน้ารอบ
  5. 5
    ย้ายไปห้องอื่นให้กด หยุดสแกน เลือกสถานที่ใหม่ แล้วกด เริ่มสแกน อีกครั้ง
สแกนชิ้นเดิมซ้ำหลายครั้งได้ ไม่เกิดรายการซ้ำ ระบบนับเป็นหนึ่งรายการต่อทรัพย์สินหนึ่งชิ้นในรอบนั้น ต้องสแกนผ่านปุ่ม สแกนนับ ในระบบเท่านั้น การสแกนด้วยกล้องมือถือทั่วไปจะเปิดหน้าข้อมูลทรัพย์สินแต่ไม่ถูกนับ
6.3 โหมดออฟไลน์และการ sync
ทุกคน

ในคลังสินค้า ห้องใต้ดิน หรือจุดอับสัญญาณ การสแกนยังทำงานต่อได้ ผลจะถูกเก็บไว้ในมือถือเครื่องนั้นก่อน แล้วส่งขึ้นระบบเมื่อกลับมาออนไลน์

เปิดหน้า สแกนนับ ไว้ตั้งแต่ตอนที่ยังมีสัญญาณ แล้วค่อยเดินเข้าจุดอับ ถ้าปิดหน้าหรือรีเฟรชตอนไม่มีสัญญาณ หน้าสแกนจะเปิดไม่ขึ้นจนกว่าสัญญาณกลับมา (ผลที่สแกนไว้ไม่หาย)

การทำงานเมื่อสัญญาณหลุด

  1. 1
    ป้าย ออฟไลน์ ขึ้นมา สแกนต่อได้ตามปกติ
  2. 2
    ป้าย รอ sync ตามด้วยตัวเลข บอกว่ามีกี่รายการที่ยังไม่ถูกส่งขึ้นระบบ รายการเหล่านั้นมีไอคอนเตือนในรายการสแกน
  3. 3
    เมื่อสัญญาณกลับมาขณะเปิดหน้าสแกนอยู่ หรือเปิดหน้าสแกนใหม่ตอนมีสัญญาณ ระบบส่งรายการค้างให้เอง หรือกดปุ่ม sync เพื่อส่งทันที ส่งครบแล้วป้าย รอ sync จะหายไป
ขณะที่ยังเห็นป้าย รอ sync อย่าเพิ่งปิดรอบ และอยู่ในที่มีสัญญาณสักครู่เพื่อให้ส่งข้อมูลครบก่อน
ถ้าสแกนชิ้นเดิมซ้ำตอนออฟไลน์แล้วค่อย sync จะนับซ้ำไหม?
ไม่ซ้ำ ระบบนับหนึ่งรายการต่อทรัพย์สินหนึ่งชิ้นในแต่ละรอบ เมื่อ sync ขึ้นไปจะรวมเป็นรายการเดียวเสมอ
ปิดแอปหรือมือถือดับระหว่างนับ ข้อมูลหายไหม?
ไม่หาย ผลที่สแกนไว้ยังอยู่ในมือถือและเบราว์เซอร์เครื่องเดิม เปิดหน้า สแกนนับ ของรอบเดิมด้วยเครื่องเดิมตอนมีสัญญาณ ระบบจะส่งรายการค้างให้เอง (หรือกดปุ่ม sync ก็ได้) ถ้าเปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนเบราว์เซอร์ หรือล้างข้อมูลเบราว์เซอร์ รายการที่ยังไม่ได้ sync จะหายไป
ถ้ามีคนปิดรอบไปแล้วแต่เครื่องเรายังมีรายการรอ sync จะเป็นอย่างไร?
รายการที่ยังไม่ได้ sync จะไม่ถูกนับในรอบนั้น ระบบแจ้งจำนวนรายการที่ตกหล่นครั้งเดียว แล้วหน้าสแกนจะขึ้นว่ารอบนี้ปิดแล้ว ยอดของรอบที่ปิดจะไม่เปลี่ยนอีก ถ้าต้องนับรายการเหล่านั้นให้เปิดรอบใหม่
6.4 รายงานส่วนต่าง
ทุกคน

หน้ารอบตรวจนับมีส่วน รายงานส่วนต่าง ที่เทียบรายการที่สแกนกับทะเบียนในขอบเขตของรอบ ดูได้ตั้งแต่ระหว่างนับ มีตัวเลขสรุป ในขอบเขต / พบ / ผิดสถานที่ / ไม่พบ / พบเกิน และกดแต่ละกลุ่มเพื่อกางรายการ

สถานะส่วนต่าง

รายการความหมาย
พบสแกนเจอ และสถานที่ตรงกับทะเบียน (หรือไม่ได้ระบุสถานที่ตอนสแกน) - ปกติ ไม่ต้องทำอะไร
ไม่พบมีในทะเบียนแต่ยังไม่ถูกสแกนในรอบนี้ - อาจถูกย้าย ถูกยืม หรือสูญหาย ควรตามหา
พบเกิน (นอกทะเบียน/ขอบเขต)สแกนเจอ QR ที่ไม่อยู่ในทะเบียนขององค์กร หรือเป็นของที่อยู่นอกขอบเขตรอบ - ตรวจว่าควรขึ้นทะเบียนเพิ่มหรือไม่
ผิดสถานที่สแกนเจอ แต่สถานที่ที่กำลังนับไม่ตรงกับสถานที่ในทะเบียน (ระบบเทียบเฉพาะสถานที่ ไม่เทียบแผนก) - โอนย้ายให้ทะเบียนตรงกับที่ตั้งจริง หรือย้ายของกลับที่เดิม
กดเลขครุภัณฑ์ในรายการ ไม่พบ หรือ ผิดสถานที่ เพื่อเปิดหน้าทรัพย์สินชิ้นนั้น แล้วโอนย้าย หรือเสนอจำหน่ายถ้าสูญหายจริง จากหน้านั้นได้เลย ส่วน พบเกิน ไม่มีหน้าทรัพย์สินให้เปิด หลังปิดรอบ กล่อง ขั้นต่อไป จะมีปุ่ม ขึ้นทะเบียนทรัพย์สินใหม่ ให้คนที่เพิ่มทรัพย์สินได้
กดปุ่ม Excel ที่หัวรายงานส่วนต่างเพื่อดาวน์โหลดผลเป็นไฟล์ Excel ส่งต่อให้ฝ่ายบัญชีหรือผู้บริหาร ต้องใช้แพ็กเกจโปร
6.5 การปิดรอบตรวจนับ
เฉพาะ เจ้าของ / ผู้ดูแล

การปิดรอบเป็นการตรึงผลของรอบนั้น ทำได้เฉพาะเจ้าของและผู้ดูแล (เจ้าหน้าที่และพนักงานสแกนได้ แต่ปิดรอบไม่ได้) เมื่อปิด ระบบบันทึกของที่ยังไม่ถูกสแกนเป็น ไม่พบ พร้อมสถานที่ตามทะเบียน ณ ตอนนั้น ผลจึงไม่เปลี่ยนแม้จะโอนย้ายหรือจำหน่ายทรัพย์สินภายหลัง และปิดแล้วสแกนเพิ่มไม่ได้

  1. 1
    ให้ผู้ร่วมนับทุกคนส่งผลให้ครบ (หน้าสแกนของทุกเครื่องไม่มีป้าย รอ sync เหลืออยู่)
  2. 2
    ทบทวนรายงานส่วนต่าง โดยเฉพาะรายการ ไม่พบ และ ผิดสถานที่
  3. 3
    กด ปิดรอบ หน้าต่างยืนยันจะสรุปจำนวนที่พบและจำนวนที่จะสรุปเป็นไม่พบ กด ปิดรอบ อีกครั้งเพื่อยืนยัน สถานะรอบเปลี่ยนเป็น ปิดรอบแล้ว
ก่อนปิดรอบควรเก็บข้อมูลให้ครบ เพราะหลังปิดรอบถือเป็นผลที่บันทึกไว้แล้ว หากต้องนับเพิ่มให้เปิดรอบใหม่
รอบที่ปิดแล้วกดปุ่ม รายงาน PDF ที่หัวรายงานส่วนต่างได้ (ต้องใช้แพ็กเกจโปร) ได้รายงานผลการตรวจนับพร้อมช่องลงนามประธานกรรมการและกรรมการ ระหว่างที่รอบยังเปิด ปุ่มจะแสดงเป็นสีจาง กดแล้วขึ้นว่า ปิดรอบก่อนจึงออกรายงานผลการตรวจนับได้ ส่วนรอบที่ปิดก่อนระบบตรึงผล รายการไม่พบยังคำนวณจากทะเบียนปัจจุบันและมีหมายเหตุบอกไว้ในรายงาน

7. ค่าเสื่อมราคา

ตั้งค่าวิธีคิด ดูตารางค่าเสื่อม และมูลค่าตามบัญชี

7.1 ภาพรวมค่าเสื่อมราคา
ทุกคน

ค่าเสื่อมราคาคือการทยอยตัดมูลค่าทรัพย์สินเป็นค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน เพื่อให้มูลค่าในบัญชีสะท้อนการใช้งานจริง AssetFlow คิดแบบเส้นตรง (straight-line) คือตัดค่าเสื่อมเท่ากันทุกปี โดยอ้างจากราคาทุน มูลค่าซาก และอายุการใช้งานของทรัพย์สินแต่ละชิ้น

ตารางค่าเสื่อม การ์ดค่าเสื่อมบนแดชบอร์ด และรายงานค่าเสื่อมต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป ถ้าแพ็กเกจยังไม่ถึง ยังกรอกข้อมูลค่าเสื่อมในทะเบียนไว้ก่อนได้ เมื่ออัปเกรดแล้วตารางจะคำนวณให้ทันที

ค่าที่ใช้คำนวณ

  • ราคาทุน - มูลค่าที่ได้มาของทรัพย์สิน (ที่บันทึกไว้ในทะเบียน)
  • มูลค่าซาก - มูลค่าคงเหลือที่คาดว่าจะได้เมื่อสิ้นอายุการใช้งาน
  • อายุการใช้งาน - จำนวนปีที่ใช้ทยอยตัดค่าเสื่อม
  • วันเริ่มคิดค่าเสื่อม - ใช้คิดสัดส่วนของปีแรก ถ้าไม่กรอกระบบใช้วันที่ได้มา

ฐานที่นำมาตัดค่าเสื่อมคือ ราคาทุน ลบ มูลค่าซาก เมื่อตัดครบทุกปี มูลค่าตามบัญชีจะเหลือเท่ากับมูลค่าซากพอดี ไม่ตัดต่ำกว่านั้น

ทุกการคำนวณทำบนหน่วยสตางค์ (จำนวนเต็ม) แล้วค่อยแสดงผลเป็นบาท จึงไม่มีปัญหาเศษทศนิยมคลาดเคลื่อนสะสมในงบการเงิน
7.2 ตั้งค่าวิธีคิดและอายุการใช้งาน
เฉพาะ เจ้าของ / ผู้ดูแล / เจ้าหน้าที่

ที่หมวดทรัพย์สินตั้งได้อายุการใช้งาน (ปี) และวิธีคิดค่าเสื่อมเริ่มต้น (เช่น หมวดที่ดินตั้งเป็น ไม่คิดค่าเสื่อม) เมื่อเลือกหมวดตอนเพิ่มหรือแก้ไขทรัพย์สิน ระบบจะเติมสองค่านี้ให้อัตโนมัติ ค่าอื่นตั้งที่ทรัพย์สินแต่ละชิ้น ในหัวข้อ ค่าเสื่อมราคา ของฟอร์มเพิ่มหรือแก้ไขทรัพย์สิน (ไฟล์นำเข้า Excel ก็มีคอลัมน์เหล่านี้)

ช่องในหัวข้อ ค่าเสื่อมราคา

ฟิลด์คำอธิบาย
วิธีคิดค่าเสื่อมค่าเริ่มต้นคือ เส้นตรง (straight-line) ทรัพย์สินที่ไม่ต้องคิด เช่น ที่ดิน ให้เลือก ไม่คิดค่าเสื่อม (เช่น ที่ดิน)
อายุการใช้งาน (ปี)บังคับจำนวนเต็ม 1–100 ปี ต้องกรอกเสมอแม้เลือกไม่คิดค่าเสื่อม
มูลค่าซาก (บาท)ค่าเริ่มต้น 0 ต้องไม่เกินราคาทุน มูลค่าตามบัญชีจะไม่ลดต่ำกว่าค่านี้
วันเริ่มคิดค่าเสื่อมไม่บังคับ ถ้าเว้นว่างระบบเริ่มคิดจาก วันที่ได้มา (หัวข้อ การได้มา)

ตั้งค่าให้ทรัพย์สิน

  1. 1
    ตั้งอายุการใช้งานเริ่มต้นที่หมวด - เปิดเมนู หมวดทรัพย์สิน (กลุ่ม ข้อมูลและรายงาน ในแถบด้านซ้าย) เลือกหมวด แล้วกำหนดอายุการใช้งาน (ปี) และวิธีคิดค่าเสื่อมเริ่มต้น เจ้าของและผู้ดูแลเท่านั้นที่แก้หมวดได้
  2. 2
    ตอนเพิ่มหรือแก้ไขทรัพย์สิน เลือกหมวดแล้วตรวจหัวข้อ ค่าเสื่อมราคา ให้ครบ ได้แก่ วิธีคิด อายุการใช้งาน มูลค่าซาก และวันเริ่มคิดค่าเสื่อม
  3. 3
    ตรวจ ราคาทุน และ วันที่ได้มา ในหัวข้อ การได้มา ให้ถูกต้อง เพราะเป็นฐานของตารางค่าเสื่อม
เมื่อเสนอจำหน่ายทรัพย์สินแล้ว ช่องราคาทุน มูลค่าซาก อายุการใช้งาน วิธีคิด วันที่ได้มา และวันเริ่มคิดค่าเสื่อมจะถูกล็อก ฟอร์มแก้ไขบอกเหตุผลไว้ ถ้าคำขอยังรออนุมัติ ให้ปฏิเสธคำขอก่อนจึงแก้ได้ ส่วนชิ้นที่จำหน่ายแล้วแก้ช่องเหล่านี้ไม่ได้อีก เพื่อให้ตัวเลขตรงกับใบจำหน่าย
7.3 ตารางค่าเสื่อมและมูลค่าตามบัญชี
ทุกคน

หน้ารายละเอียดทรัพย์สินแต่ละชิ้นมีส่วน ตารางค่าเสื่อมราคา (เส้นตรง) ทุกบทบาทที่เปิดทะเบียนได้เห็นตารางนี้ มุมขวาบนบอกมูลค่าตามบัญชี ณ สิ้นปีงบปัจจุบัน แต่ละแถวคือหนึ่งปีงบขององค์กร มีคอลัมน์ ค่าเสื่อม ค่าเสื่อมสะสม และมูลค่าตามบัญชี ณ สิ้นปีงบนั้น แถวของปีนี้มีป้าย (ปีงบปัจจุบัน) หรือ (ปีปัจจุบัน) เมื่อปีงบเริ่มเดือนมกราคม ภาพรวมทั้งองค์กรดูที่เมนู รายงาน > รายงานค่าเสื่อมราคา

การคิดในแต่ละช่วงปี

รายการความหมาย
ปีแรกคิดตามสัดส่วนจำนวนวันนับจากวันเริ่มคิดค่าเสื่อมถึงสิ้นปีงบ (pro-rata) ไม่เต็มปี ปัดเศษสตางค์แบบครึ่งขึ้น
ปีกลางตัดค่าเสื่อมเต็มปีในจำนวนเท่ากันทุกปี
ปีสุดท้ายรับเศษที่เหลือทั้งหมด เพื่อให้มูลค่าตามบัญชีลงพอดีเท่ากับมูลค่าซาก
ปีที่จำหน่ายคิดตามจำนวนวันจนถึงวันที่จำหน่าย แถวนั้นมีป้ายวันที่จำหน่ายและเลขที่ใบ ตารางหยุดที่ปีนั้น และมุมขวาบนเปลี่ยนเป็น มูลค่าตามบัญชี ณ วันจำหน่าย ตามใบจำหน่ายที่อนุมัติ
เพราะปีแรกคิดตามสัดส่วนวัน ค่าเสื่อมปีแรกและปีสุดท้ายจึงมักไม่เท่ากับปีกลาง และตารางอาจยาวกว่าอายุการใช้งาน 1 ปี นี่เป็นเรื่องปกติของการคิดตามวันที่เริ่มจริง ไม่ใช่ความผิดพลาด

ทรัพย์สินที่ตั้งเป็น ไม่คิดค่าเสื่อม เช่น ที่ดิน จะไม่มีตาราง แต่ขึ้นข้อความว่าไม่คิดค่าเสื่อมราคาแทน และมูลค่าตามบัญชีคงเท่าราคาทุนตลอด ส่วนชิ้นที่มูลค่าซากเท่ากับราคาทุนจะขึ้นว่า ไม่มีค่าเสื่อมราคา

7.4 ความถูกต้องและการส่งออกรายงาน
เฉพาะ เจ้าของ / ผู้ดูแล / เจ้าหน้าที่ / ผู้ดูอย่างเดียว
ระบบบังคับให้ผลรวมค่าเสื่อมทั้งหมด เท่ากับ ราคาทุน ลบ มูลค่าซาก เสมอ และมูลค่าตามบัญชีจะไม่ต่ำกว่ามูลค่าซากในทุกปี ตัวเลขในตารางจึงลงตัวกับงบการเงินได้โดยตรง ไม่มีเศษหลุดหรือตัดเกิน

ส่งออกรายงานประกอบงบ

  1. 1
    ไปที่เมนู รายงาน แล้วเลือก รายงานค่าเสื่อมราคา
  2. 2
    เลือกปีงบที่ต้องการดูที่มุมขวาบน (ค่าเสื่อมของปีงบนั้นและมูลค่าตามบัญชี ณ สิ้นปีงบ)
  3. 3
    กดปุ่ม ดาวน์โหลด Excel (แพ็กเกจโปร) ได้ทั้งปีงบพร้อมแผ่นกระทบยอด ถ้าต้องการเฉพาะหมวดหรือแผนกที่กรองไว้ในตาราง ให้กด ส่งออก CSV แทน รายละเอียดไฟล์ดูหัวข้อ รายงาน ส่งออก Excel และ PDF
วันที่ในรายงานแสดงเป็น พ.ศ. และยอดเงินเป็นบาท จึงนำไปแนบกับเอกสารบัญชีไทยได้ทันที
ผู้ดูอย่างเดียวเปิดดูค่าเสื่อมได้ไหม?
ได้ ผู้ดูอย่างเดียวเปิดดูตารางค่าเสื่อมและรายงานค่าเสื่อมได้ (เหมาะกับผู้บริหาร/ผู้สอบบัญชี) แต่แก้ไขข้อมูลทรัพย์สินไม่ได้ ส่วนพนักงานเห็นตารางในหน้าทรัพย์สินแต่เปิดเมนูรายงานไม่ได้
แก้ไขราคาทุนหรืออายุการใช้งานแล้ว ตารางเปลี่ยนตามไหม?
เปลี่ยน ระบบคำนวณตารางใหม่ตามค่าที่แก้ทันที ควรตรวจให้แน่ใจก่อนแก้เพราะกระทบยอดในงบ ยกเว้นชิ้นที่เสนอจำหน่ายหรือจำหน่ายแล้วซึ่งแก้ช่องเหล่านี้ไม่ได้ (ดูหัวข้อ ตั้งค่าวิธีคิดและอายุการใช้งาน)

8. โอนย้ายและยืม-คืน

เปลี่ยนสถานที่/ผู้ครอบครอง และจัดการการยืมคืน

เฉพาะ เจ้าของ / ผู้ดูแล / เจ้าหน้าที่
8.1 ภาพรวมการเคลื่อนไหวทรัพย์สิน
ทุกคน

เมื่อทรัพย์สินถูกย้ายที่ เปลี่ยนแผนก เปลี่ยนผู้ครอบครอง หรือถูกยืมออกไปใช้ชั่วคราว ให้บันทึกด้วยปุ่ม โอนย้าย ยืมออก หรือ รับคืน บนหน้ารายละเอียดทรัพย์สินทุกครั้ง ระบบอัปเดตสถานที่ แผนก และผู้ครอบครองปัจจุบันให้อัตโนมัติ พร้อมเก็บประวัติไว้เป็นหลักฐานตรวจสอบ

ประเภทการเคลื่อนไหวที่บันทึกได้

  • โอนย้าย - เปลี่ยนสถานที่ แผนก หรือผู้ครอบครองอย่างถาวร
  • ยืมออก - นำทรัพย์สินออกไปใช้ชั่วคราว มีกำหนดคืน
  • รับคืน - รับทรัพย์สินที่ยืมกลับมา พร้อมบันทึกสภาพตอนคืน
ประวัติการเคลื่อนไหวแก้ไขและลบไม่ได้ ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวระบบจะเพิ่มรายการใหม่เสมอ จึงตรวจย้อนหลังได้ว่าทรัพย์สินเคยอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร เมื่อใด ฟีเจอร์โอนย้ายและยืม-คืนต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป
8.2 เมนูโอนย้าย / ยืม-คืน
เฉพาะ เจ้าของ / ผู้ดูแล / เจ้าหน้าที่ / ผู้ดูอย่างเดียว

เมนู โอนย้าย / ยืม-คืน ที่แถบด้านซ้าย รวมการเคลื่อนไหวของทรัพย์สินทุกชิ้นในองค์กรไว้ในหน้าเดียว ไม่ต้องเปิดหน้าทรัพย์สินทีละชิ้นเพื่อตามของที่ยังไม่คืน การโอนย้ายและการให้ยืมยังทำที่หน้ารายละเอียดทรัพย์สินเหมือนเดิม ส่วนเมนูนี้ใช้ติดตาม รับคืน และดูประวัติ

มุมมองในเมนูนี้

  • กำลังยืม - ด้านบนมีการ์ดสรุป กำลังยืม / เกินกำหนดคืน / ครบกำหนดภายใน 3 วัน ตารางแสดงทุกชิ้นที่ยังไม่คืน พร้อมผู้ยืม วันที่ยืม กำหนดคืน และสถานะ เรียงรายการที่เกินกำหนดนานที่สุดไว้บนสุด กรองตามสถานะ และส่งออกไฟล์ CSV ได้ ในแถวกด รับคืน หรือ เอกสาร PDF ได้ทันที
  • ประวัติการเคลื่อนไหว - การโอนย้าย การยืม และการรับคืนของทุกชิ้น เลือกช่วงวันที่ได้ (ค่าเริ่มต้นคือ 90 วันล่าสุด) กรองตามประเภท ค้นหา และส่งออกไฟล์ CSV ได้

สถานะการคืนในมุมมองกำลังยืม

รายการความหมาย
เกินกำหนดเลยวันกำหนดคืนมาแล้ว ป้ายบอกจำนวนวันที่เกิน นับตั้งแต่วันถัดจากวันกำหนดคืนตามเวลาประเทศไทย
ครบกำหนดวันนี้วันนี้เป็นวันกำหนดคืน ยังไม่นับว่าเกินกำหนด
ใกล้ครบกำหนดเหลือไม่เกิน 3 วันก่อนถึงกำหนดคืน ป้ายบอกจำนวนวันที่เหลือ
ยังไม่ถึงกำหนดเหลือมากกว่า 3 วันก่อนถึงกำหนดคืน
8.3 โอนย้ายทรัพย์สิน
ทุกคน

ใช้เมื่อต้องการเปลี่ยนสถานที่ตั้ง แผนกที่รับผิดชอบ หรือผู้ครอบครองของทรัพย์สินอย่างถาวร เช่น ย้ายโต๊ะทำงานจากชั้น 2 ไปชั้น 3 หรือส่งมอบโน้ตบุ๊กให้พนักงานคนใหม่

ขั้นตอนการโอนย้าย

  1. 1
    เปิดหน้ารายละเอียดทรัพย์สิน (ค้นหาจากเลขครุภัณฑ์ หรือสแกน QR) แล้วกดปุ่ม โอนย้าย ใช้ได้ทั้งตอนสถานะ ใช้งาน ซ่อม และรอจำหน่าย ถ้าของถูกยืมอยู่ ปุ่มจะเป็นสีจาง กดดูได้ว่าต้องรับคืนก่อน
  2. 2
    เลือกสถานที่ปลายทาง แผนก และ/หรือผู้ครอบครองใหม่ (จะเปลี่ยนเฉพาะช่องที่ต้องการก็ได้ เว้นว่าง = คงเดิม)
  3. 3
    ใส่เหตุผลถ้ามี ระบบบันทึกวันเวลาที่ทำรายการให้อัตโนมัติ
  4. 4
    กดปุ่ม โอนย้าย ในหน้าต่าง ระบบอัปเดตสถานะปัจจุบัน บันทึกประวัติ และออกเลขที่ใบโอนย้ายให้พร้อมกัน

ข้อมูลที่กรอกตอนโอนย้าย

ฟิลด์คำอธิบาย
สถานที่ปลายทางอาคาร/ชั้น/ห้องที่ทรัพย์สินจะย้ายไป - ต้องเลือกอย่างน้อยหนึ่งช่อง (สถานที่/แผนก/ผู้ครอบครอง)
แผนกปลายทางหน่วยงานที่จะรับผิดชอบทรัพย์สินต่อ
ผู้ครอบครองใหม่ผู้ที่จะดูแลทรัพย์สินหลังโอนย้าย
เหตุผลเหตุผลหรือรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง (ไม่บังคับ)
หลังโอนย้าย ช่องสถานที่/แผนก/ผู้ครอบครองในหน้าทรัพย์สินจะอัปเดตทันที ใช้ค้นหาและกรองรายงานได้เลย ส่วนประวัติเดิมยังคงอยู่ในส่วนประวัติการเคลื่อนไหว (ด้านล่างหน้ารายละเอียดทรัพย์สิน)
8.4 ยืมและคืน
ทุกคน

ใช้เมื่อมีการนำทรัพย์สินออกไปใช้งานชั่วคราวและจะนำกลับมาคืน เช่น ยืมโปรเจกเตอร์ไปใช้ในงานอบรม การยืมกำหนดวันคืนไว้ และบันทึกสภาพทรัพย์สินตอนรับคืน

ขั้นตอนการยืม

  1. 1
    เปิดหน้าทรัพย์สินที่ต้องการยืม แล้วกดปุ่ม ยืมออก (ยืมได้เมื่อสถานะเป็น ใช้งาน ถ้ากำลังซ่อมหรือรอจำหน่าย ปุ่มจะเป็นสีจาง กดดูเหตุผลได้)
  2. 2
    กรอกชื่อผู้ยืม กำหนดคืน และเหตุผล (ถ้ามี)
  3. 3
    กดปุ่ม บันทึกการยืม สถานะทรัพย์สินเปลี่ยนเป็น ยืมออก และระบบออกเลขที่ใบยืมให้

ขั้นตอนการคืน

  1. 1
    กดปุ่ม รับคืน ที่แถวของทรัพย์สินในเมนู โอนย้าย / ยืม-คืน หรือเปิดหน้าทรัพย์สินที่กำลังถูกยืมแล้วกดปุ่ม รับคืน (ปุ่มนี้แสดงแทนปุ่ม ยืมออก เมื่อทรัพย์สินถูกยืมอยู่)
  2. 2
    บันทึกสภาพทรัพย์สิน ณ วันคืน (ปกติ/ชำรุด/มีรอย ฯลฯ) ถ้ามี
  3. 3
    กดปุ่ม รับคืน ในหน้าต่าง สถานะกลับเป็น ใช้งาน แต่ถ้าชิ้นนี้มีใบแจ้งซ่อมที่ยังอยู่สถานะ กำลังซ่อม สถานะจะเป็น ซ่อม จนกว่าจะปิดงานซ่อม ส่วนสถานที่และผู้ครอบครองยังเป็นค่าเดิม เพราะการยืมไม่ได้เปลี่ยนค่าเหล่านี้

ข้อมูลการยืม-คืน

ฟิลด์คำอธิบาย
ชื่อผู้ยืมบังคับชื่อผู้ที่นำทรัพย์สินไปใช้งาน
กำหนดคืนบังคับวันที่ต้องนำกลับมาคืน - ใช้คำนวณการเตือนเกินกำหนด (แสดงเป็น พ.ศ.)
เหตุผล (ตอนยืม)เหตุผลหรือรายละเอียดการยืม (ถ้ามี)
สภาพตอนคืนบันทึกสภาพ ณ วันรับคืน (ไม่บังคับ) หากชำรุดแจ้งซ่อมต่อได้
การยืมนับว่าเกินกำหนดตั้งแต่วันถัดจากวันกำหนดคืน (วันที่ครบกำหนดพอดียังไม่นับ) จำนวนรายการที่เกินกำหนดแสดงที่แถบงานค้างบนแดชบอร์ด กระดิ่งแจ้งเตือน และบนสุดของมุมมอง กำลังยืม ทุกเช้าเวลาประมาณ 08:00 น. ระบบส่งสรุปทาง LINE พร้อมลิงก์ไปหน้ารายการ ให้เจ้าของ ผู้ดูแล และเจ้าหน้าที่ (เจ้าของปิดไม่ให้ส่งถึงเจ้าหน้าที่ได้) การแจ้งเตือน LINE ต้องใช้แพ็กเกจโปร และแต่ละคนต้องเชื่อม LINE กับเพิ่มเพื่อน AssetFlow ก่อน ดูวิธีในหัวข้อ บัญชีและการเข้าสู่ระบบ
8.5 เอกสารและประวัติ
ทุกคน

การโอนย้ายและการยืมออกแต่ละครั้งมีเลขที่เอกสาร กดปุ่ม เอกสาร PDF เพื่อพิมพ์ใบโอนย้ายหรือใบยืมเก็บเป็นหลักฐานได้ ปุ่มนี้อยู่ในส่วนประวัติการเคลื่อนไหว (ด้านล่างหน้ารายละเอียดทรัพย์สิน) และในแถวของทั้งสองมุมมองในเมนู โอนย้าย / ยืม-คืน

สิ่งที่ทำได้ในส่วนนี้

  • พิมพ์ใบโอนย้ายและใบยืมเป็น PDF เอกสารมีช่องลงนามสองช่อง ใบโอนย้ายมีช่อง ผู้ส่งมอบ (คนที่บันทึกรายการ) กับ ผู้รับมอบ (ผู้ครอบครองใหม่) ใบยืมมีช่อง ผู้ให้ยืม กับ ผู้ยืม ถ้าไม่ได้ระบุชื่อผู้ครอบครองใหม่ ช่องผู้รับมอบจะเว้นว่างไว้ให้เขียนชื่อเอง
  • รายการรับคืนดูได้ในประวัติ แต่ไม่มีเอกสาร PDF แยก
  • ดูประวัติการเคลื่อนไหวทั้งหมดของทรัพย์สินเรียงตามเวลา ว่าเคยอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร และถูกยืม-คืนเมื่อใด

สถานะทรัพย์สินกับการโอนย้ายและยืม

รายการความหมาย
ใช้งานพร้อมใช้งานตามปกติ โอนย้ายและยืมออกได้
ยืมออกอยู่ระหว่างการยืม ต้องรับคืนก่อนจึงโอนย้ายหรือเสนอจำหน่ายได้
ซ่อมมีใบแจ้งซ่อมที่กำลังซ่อม โอนย้ายได้ แต่ยืมออกไม่ได้จนกว่าจะปิดงานซ่อม
รอจำหน่ายมีคำขอจำหน่ายรออนุมัติ โอนย้ายได้ แต่ยืมออกไม่ได้จนกว่าคำขอจะถูกปฏิเสธ
จำหน่ายแล้วตัดบัญชีแล้ว ยืมและโอนย้ายไม่ได้ ไม่มีปุ่มให้กด คงไว้เป็นประวัติ
ใครทำรายการโอนย้าย/ยืม-คืนได้บ้าง?
เจ้าของ ผู้ดูแล และเจ้าหน้าที่ บันทึกรายการ รับคืน และพิมพ์เอกสารได้ ผู้ดูอย่างเดียวเปิดเมนู โอนย้าย / ยืม-คืน ดูรายการ ประวัติ และเอกสาร PDF ได้ แต่บันทึกหรือรับคืนไม่ได้ ส่วนพนักงานทำได้เฉพาะสแกนตรวจนับและแจ้งซ่อม จึงไม่เห็นเมนูนี้
ถ้าบันทึกโอนย้ายผิดต้องทำอย่างไร?
ประวัติแก้ไม่ได้ ให้โอนย้ายอีกครั้งไปยังค่าที่ถูกต้อง สถานะปัจจุบันจะอัปเดตตามรายการล่าสุด ส่วนรายการที่ผิดยังอยู่ในประวัติเพื่อความโปร่งใส
ยืมทรัพย์สินที่กำลังซ่อมหรือจำหน่ายแล้วได้ไหม?
ไม่ได้ ทรัพย์สินที่จำหน่ายแล้วไม่มีปุ่ม ยืมออก ส่วนตัวที่กำลังซ่อมต้องปิดงานซ่อมให้กลับเป็น ใช้งาน ก่อน ระหว่างนั้นปุ่ม ยืมออก จะเป็นสีจาง กดดูเหตุผลได้

9. แจ้งซ่อม

แจ้งทรัพย์สินเสีย ติดตามสถานะ บันทึกค่าใช้จ่าย และตั้งแผนบำรุงรักษาหรือสอบเทียบตามรอบ

9.1 ภาพรวมการแจ้งซ่อม
ทุกคน

เมื่อทรัพย์สินชำรุดหรือใช้งานไม่ได้ แจ้งซ่อมได้ทันทีจากในระบบ ระบบเปิดใบแจ้งซ่อมผูกกับทรัพย์สินชิ้นนั้น ผู้รับผิดชอบติดตามสถานะ บันทึกค่าซ่อม และดูประวัติย้อนหลังเพื่อดูว่าชิ้นไหนซ่อมบ่อยจนควรเปลี่ยนหรือจำหน่าย การแจ้งซ่อมต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป

วงจรของหนึ่งใบแจ้งซ่อม

  • แจ้งปัญหา โดยระบุอาการเสียและความเร่งด่วน ระบบออกเลขที่ใบแจ้งซ่อมให้
  • เจ้าหน้าที่กด รับเรื่อง เมื่อเริ่มดูแล แล้วกด กำลังซ่อม เมื่อเริ่มลงมือ (ข้ามขั้นได้ ไม่ต้องกดครบทุกปุ่ม)
  • กด ปิดงาน แล้วบันทึกค่าซ่อม หรือกด ยกเลิก ถ้าไม่ซ่อม
  • ใบแจ้งซ่อมเก็บไว้กับทรัพย์สินชิ้นนั้น ดูย้อนหลังได้
พนักงานแจ้งซ่อมได้เต็มที่ ส่วนการรับเรื่อง ปรับสถานะ และปิดงานเป็นงานของเจ้าของ ผู้ดูแล และเจ้าหน้าที่ ผู้ดูอย่างเดียวเปิดดูใบแจ้งซ่อมได้แต่แจ้งซ่อมเองไม่ได้ ระบบไม่มีการมอบหมายงานให้ช่างรายคน ชื่อช่างหรือร้านที่ซ่อมกรอกในช่อง ผู้รับซ่อม ตอนปิดงาน
9.2 แจ้งซ่อมทรัพย์สิน
ทุกคน

แจ้งซ่อมในระบบได้ 2 ทาง: (1) เปิดหน้ารายละเอียดทรัพย์สิน แล้วกดปุ่ม แจ้งซ่อม ระบบผูกใบแจ้งซ่อมกับชิ้นนั้นให้เลย หรือ (2) ไปที่เมนู แจ้งซ่อม กดปุ่ม แจ้งซ่อม แล้วเลือกทรัพย์สินจากรายการ ทรัพย์สินที่จำหน่ายแล้วแจ้งซ่อมไม่ได้

ขั้นตอนแจ้งซ่อม

  1. 1
    เปิดหน้ารายละเอียดทรัพย์สินแล้วกดปุ่ม แจ้งซ่อม (หรือไปที่เมนู แจ้งซ่อม กดปุ่ม แจ้งซ่อม แล้วเลือกทรัพย์สิน)
  2. 2
    อธิบายอาการเสียให้ชัดเจน แนบรูปถ้ามี และเลือกความเร่งด่วน
  3. 3
    กดปุ่ม แจ้งซ่อม ในหน้าต่าง ระบบเปิดใบแจ้งซ่อมสถานะ แจ้งแล้ว แล้วพาไปหน้าใบแจ้งซ่อมนั้น

ข้อมูลในใบแจ้งซ่อม

ฟิลด์คำอธิบาย
ทรัพย์สินบังคับถ้าเปิดจากหน้ารายละเอียดทรัพย์สิน ระบบเลือกให้อัตโนมัติ ถ้าแจ้งจากเมนูแจ้งซ่อม ให้เลือกจากรายการ
อาการเสียบังคับอธิบายปัญหาที่พบ เช่น เปิดไม่ติด มีเสียงดัง จอแตก
รูปประกอบแนบได้ 1 รูป (ไม่บังคับ) ส่วนการแจ้งจากการสแกน QR แนบได้สูงสุด 3 รูป
ความเร่งด่วนต่ำ / ปกติ / สูง / วิกฤต (ค่าเริ่มต้น ปกติ)
ตั้งความเร่งด่วนตามผลกระทบจริง ระบบไม่ได้เรียงงานตามความเร่งด่วนให้เอง (ตารางเรียงใบล่าสุดไว้บนสุด) ใช้ตัวกรอง เร่งด่วน ในตารางแจ้งซ่อมเพื่อดูงานระดับสูงและวิกฤตก่อน
9.3 รับแจ้งซ่อมจากการสแกน QR (ไม่ต้องมีบัญชี)
ทุกคน

หน้าที่เปิดขึ้นเมื่อสแกนป้าย QR มีปุ่ม แจ้งซ่อม พนักงานหรือแม่บ้านที่ไม่มีบัญชีแจ้งได้ทันทีโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก จึงไม่กินโควตาผู้ใช้ขององค์กร ใบแจ้งเข้าคิวงานซ่อมเหมือนใบที่แจ้งในระบบ ใช้ได้เมื่อองค์กรใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป ถ้าแจ้งไม่ได้ เช่น ทรัพย์สินจำหน่ายแล้ว หน้านั้นจะบอกเหตุผลแทนปุ่ม หน้าเดียวกันยังแสดงสถานะงานซ่อมของชิ้นนั้นให้ผู้แจ้งกลับมาดูได้ ดูรายละเอียดของหน้านี้ในหัวข้อ QR Code และพิมพ์ป้าย

ขั้นตอนสำหรับผู้แจ้ง

  1. 1
    สแกน QR บนทรัพย์สินด้วยกล้องมือถือ แล้วกดปุ่ม แจ้งซ่อม
  2. 2
    กรอกอาการที่พบและความเร่งด่วน
  3. 3
    ถ้ามีรูป กด ถ่ายหรือเลือกรูป แนบได้สูงสุด 3 รูป (ไม่บังคับ) ระบบย่อรูปและลบข้อมูลพิกัดในรูปให้อัตโนมัติ ควรถ่ายเฉพาะจุดที่เสีย
  4. 4
    กรอกชื่อผู้แจ้ง เบอร์โทรหรือแผนก แล้วติ๊กยินยอมให้องค์กรเก็บข้อมูลไว้ติดตามงานซ่อม
  5. 5
    กด ส่งเรื่องแจ้งซ่อม ระบบแสดงเลขที่ใบแจ้งซ่อมให้เก็บไว้อ้างอิง

ช่องทางที่แจ้ง (คอลัมน์ ช่องทาง ในตารางแจ้งซ่อม)

รายการความหมาย
ในระบบสมาชิกแจ้งจากหน้าทรัพย์สินหรือเมนูแจ้งซ่อม
สแกน QRแจ้งจากหน้าที่เปิดขึ้นเมื่อสแกนป้าย QR
LINEแจ้งผ่านแอป LINE (สแกนป้ายด้วยแอป LINE หรือกด แจ้งซ่อมผ่าน LINE บนหน้าที่สแกน ซึ่งมีให้เมื่อองค์กรเปิดการแจ้งเตือน LINE) ผู้แจ้งที่เพิ่มเพื่อน AssetFlow ได้รับความคืบหน้าทาง LINE
ถ้าผู้สแกนเข้าสู่ระบบอยู่และเป็นสมาชิกขององค์กร ระบบแจ้งในนามสมาชิกคนนั้นโดยไม่ต้องกรอกชื่อ ส่วนบทบาทผู้ดูอย่างเดียวแจ้งซ่อมไม่ได้
ชื่อและช่องทางติดต่อของผู้แจ้งภายนอกเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ระบบลบให้อัตโนมัติเมื่อปิดงาน (เสร็จหรือยกเลิก) ครบ 90 วัน ถ้าเจ้าของข้อมูลขอให้ลบก่อนนั้น ให้เปิดใบแจ้งซ่อมแล้วกด ลบข้อมูลผู้แจ้ง ใบแจ้งซ่อม รูปประกอบ และผลการซ่อมยังอยู่ครบทั้งสองกรณี
9.4 สถานะงานซ่อมและการบันทึกค่าซ่อม
ทุกคน

หลังเปิดใบแจ้งซ่อม ผู้รับผิดชอบปรับสถานะให้ตรงกับความคืบหน้าจริง และบันทึกค่าใช้จ่ายตอนปิดงาน ให้กรอกและแสดงผลเป็นบาทตามปกติ

สถานะใบแจ้งซ่อม

รายการความหมาย
แจ้งแล้วเพิ่งแจ้งเข้ามา ยังไม่มีใครรับเรื่อง
รับเรื่องรับเรื่องแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงมือซ่อม (เช่น รอคิว/รออะไหล่)
กำลังซ่อมกำลังลงมือซ่อม ถ้าทรัพย์สินอยู่สถานะ ใช้งาน จะเปลี่ยนเป็น ซ่อม ให้เอง (ของที่ยืมออกหรือรอจำหน่ายอยู่คงสถานะเดิม)
เสร็จปิดงานแล้ว พร้อมบันทึกค่าซ่อม
ยกเลิกปิดเรื่องโดยไม่ซ่อม เช่น แจ้งผิด หรือจะจำหน่ายแทน ใบที่ยังไม่ปิดถูกยกเลิกให้เองเมื่ออนุมัติจำหน่ายทรัพย์สินชิ้นนั้น

บันทึกค่าซ่อมและปิดงาน

  1. 1
    เปิดใบแจ้งซ่อมแล้วกด ปิดงาน (หรือเลือก ปิดงาน (บันทึกค่าซ่อม) จากเมนูในแถวของตาราง) กดได้ทุกสถานะที่ยังไม่ปิด
  2. 2
    กรอก ค่าซ่อม (บาท) ผู้รับซ่อม (ช่างหรือร้านที่ซ่อม) และ ผลการซ่อม เช่น เปลี่ยนอะไหล่อะไร
  3. 3
    กดปุ่ม ปิดงาน ใบแจ้งซ่อมเปลี่ยนเป็น เสร็จ และค่าซ่อมเข้าประวัติกับรายงานค่าซ่อม
สถานะทรัพย์สินเปลี่ยนตามใบแจ้งซ่อมเท่านั้น ไม่มีปุ่มให้เปลี่ยนเอง เมื่อปิดงานหรือยกเลิก ทรัพย์สินที่เป็น ซ่อม จะกลับเป็น ใช้งาน เว้นแต่ยังมีใบอื่นของชิ้นเดียวกันที่ กำลังซ่อม อยู่ ทุกใบกด เอกสาร PDF เพื่อพิมพ์ใบแจ้งซ่อมได้ทุกสถานะ ทั้งที่แถวในตารางและหน้าใบแจ้งซ่อม
แจ้งเตือนทาง LINE: ใบแจ้งซ่อมใหม่ส่งถึงเจ้าของ ผู้ดูแล และเจ้าหน้าที่ (เจ้าของปิดไม่ให้ส่งถึงเจ้าหน้าที่ได้) และเมื่อสถานะเปลี่ยน ระบบแจ้งความคืบหน้ากลับไปยังผู้แจ้ง ทั้งสมาชิกที่เชื่อม LINE ไว้และคนนอกที่แจ้งผ่าน LINE ต้องใช้แพ็กเกจโปร และเปิดสวิตช์ แจ้งซ่อม ไว้ที่ ตั้งค่า > การแจ้งเตือน
9.5 ประวัติและการวิเคราะห์ตัวที่ซ่อมบ่อย
ทุกคน

ทุกใบแจ้งซ่อมเก็บไว้กับทรัพย์สินชิ้นนั้น เปิดหน้ารายละเอียดทรัพย์สินแล้วดูการ์ด ประวัติการซ่อม จะเห็นใบแจ้งซ่อมพร้อมจำนวนครั้งและค่าซ่อมรวม ช่วยให้เห็นว่าชิ้นไหนเป็นภาระค่าซ่อมและควรพิจารณาเปลี่ยนหรือจำหน่าย

สิ่งที่ดูได้จากประวัติซ่อม

  • จำนวนครั้งที่แจ้งซ่อมต่อทรัพย์สินหนึ่งชิ้น
  • ค่าซ่อมรวม เพื่อเทียบกับมูลค่าตามบัญชีที่เหลือ
  • อาการที่เกิดซ้ำ ๆ ซึ่งอาจบอกถึงปัญหาเชิงรุ่นหรือการใช้งาน
ถ้าทรัพย์สินซ่อมไม่คุ้มแล้วต้องทำอย่างไร?
เสนอจำหน่ายจากหน้าทรัพย์สินได้เลยแม้ยังอยู่สถานะ ซ่อม ไม่ต้องปิดใบแจ้งซ่อมก่อน เมื่ออนุมัติจำหน่าย ใบที่ยังไม่ปิดจะถูกยกเลิกให้และแจ้งผู้แจ้งตามปกติ ประวัติทั้งหมดยังอยู่ครบ ดูขั้นตอนในหัวข้อ จำหน่ายและตัดบัญชี
9.6 แผนบำรุงรักษาและสอบเทียบตามรอบ
ทุกคน

นอกจากซ่อมเมื่อเสีย ยังตั้งแผนดูแลทรัพย์สินล่วงหน้าได้ เช่น ล้างแอร์ทุก 6 เดือน เปลี่ยนไส้กรองทุก 3 เดือน หรือสอบเทียบเครื่องมือแพทย์และเครื่องชั่งปีละครั้ง ระบบเตือนก่อนครบกำหนด เก็บผลและใบรับรองของทุกครั้งไว้กับทรัพย์สินชิ้นนั้น พร้อมให้ผู้ตรวจดูย้อนหลังได้

สิ่งที่ได้จากแผนบำรุงรักษา

  • รายการที่เกินหรือใกล้ครบกำหนดขึ้นก่อนในเมนู แผนบำรุงรักษา และแสดงในกระดิ่งแจ้งเตือนกับแถบงานค้างบนแดชบอร์ด
  • สรุปทาง LINE ทุกเช้า บอกจำนวนที่ต้องทำและจำนวนที่เกินกำหนด
  • แท็บ ประวัติการบำรุงรักษา รวมทุกครั้งทั้งองค์กร กรองตามช่วงวันที่ และส่งออกไฟล์ CSV ให้ผู้ตรวจได้
  • หน้าสแกน QR ของเครื่องแสดง สอบเทียบแล้ว และ ใช้ได้ถึง วันที่ ให้ผู้ตรวจหรือผู้ใช้งานเห็นได้ทันที
  • ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ในรายงานค่าซ่อมและบำรุงรักษาในเมนู รายงาน
แผนบำรุงรักษาต้องใช้แพ็กเกจโปร ทุกบทบาทเปิดดูได้ ส่วนการสร้างแผน แก้ไข และบันทึกผลเป็นงานของเจ้าของ ผู้ดูแล และเจ้าหน้าที่
บนหน้าสแกน QR คนนอกองค์กรเห็นสถานะสอบเทียบเฉพาะเครื่องที่ยังอยู่ในรอบ ถ้าเกินกำหนดหรือผลล่าสุดไม่ผ่าน จะเห็นเฉพาะสมาชิกที่ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยหรือลูกค้าเห็นสถานะที่ยังแก้ไม่เสร็จ
9.7 สร้างแผนบำรุงรักษา
เฉพาะ เจ้าของ / ผู้ดูแล / เจ้าหน้าที่

สร้างทีละชิ้น

  1. 1
    เปิดหน้ารายละเอียดทรัพย์สิน แล้วกด สร้างแผน ในการ์ดแผนบำรุงรักษาและสอบเทียบ (หรือไปที่เมนู แผนบำรุงรักษา กด สร้างแผน แล้วเลือกทรัพย์สิน)
  2. 2
    เลือกประเภท บำรุงรักษา หรือ สอบเทียบ แล้วตั้งชื่อรายการ เช่น สอบเทียบเครื่องวัดความดัน
  3. 3
    ตั้งรอบในช่อง ทำทุก (เป็นวัน สัปดาห์ เดือน หรือปี) และวันครบกำหนดครั้งแรก
  4. 4
    ตั้ง เตือนล่วงหน้า (วัน) ค่าเริ่มต้น 14 วัน งานที่ต้องจองห้องแล็บควรเผื่อไว้ 2–4 สัปดาห์
  5. 5
    ใส่ ห้องปฏิบัติการ / ผู้ให้บริการ (งานบำรุงรักษาเป็นช่อง ผู้ให้บริการ / ช่าง) และหมายเหตุถ้ามี แล้วกด สร้างแผน

สร้างให้หลายชิ้นพร้อมกัน

  1. 1
    ไปที่ ทะเบียนทรัพย์สิน กรองหรือค้นหาชิ้นที่ต้องการ แล้วติ๊กเลือก (ครั้งละไม่เกิน 200 ชิ้น)
  2. 2
    กด สร้างแผนบำรุงรักษา ที่แถบด้านบนตาราง แล้วกรอกแผนเพียงครั้งเดียว
  3. 3
    ระบบข้ามชิ้นที่จำหน่ายแล้ว และชิ้นที่มีแผนชื่อเดียวกันอยู่แล้วให้อัตโนมัติ จึงกดซ้ำได้โดยไม่เกิดแผนซ้อน
แผนที่เคยบันทึกผลแล้วลบไม่ได้ เพราะประวัติคือหลักฐานการบำรุงรักษา ถ้าเลิกใช้เครื่องชั่วคราว ให้เลือก หยุดแผน ระบบหยุดเตือนจนกว่าจะกด ใช้แผนต่อ ส่วนแผนของทรัพย์สินที่จำหน่ายแล้วหยุดเตือนเอง (ประวัติยังดูได้)
9.8 บันทึกผลและเก็บใบรับรอง
เฉพาะ เจ้าของ / ผู้ดูแล / เจ้าหน้าที่

บันทึกผลเมื่อทำเสร็จ

  1. 1
    กด บันทึกผล ที่แผนนั้น (จากเมนู แผนบำรุงรักษา หรือจากหน้าทรัพย์สิน) แผนที่หยุดไว้บันทึกผลไม่ได้ ต้องกด ใช้แผนต่อ ก่อน
  2. 2
    ใส่วันที่ทำ (ต้องไม่เกินวันนี้) ผล (ผ่าน/ไม่ผ่าน สำหรับสอบเทียบ หรือ ปกติ/พบปัญหา สำหรับงานบำรุงรักษา) ผู้ดำเนินการ และค่าใช้จ่าย
  3. 3
    ใส่เลขที่ใบรับรองและแนบไฟล์ใบรับรอง (งานบำรุงรักษาเป็น เลขที่เอกสาร / รายงาน และ ไฟล์รายงาน) รับ PDF หรือรูป ไม่เกิน 10MB
  4. 4
    ตรวจวันครบกำหนดครั้งถัดไป ระบบคำนวณจากวันที่ทำบวกรอบของแผนให้ แก้เองได้ถ้าต้องการยึดตารางเดิม แล้วกด บันทึกผล

สถานะของแผน

รายการความหมาย
เกินกำหนดเลยวันครบกำหนดแล้วแต่ยังไม่ได้บันทึกผล
ครบกำหนดวันนี้ถึงกำหนดวันนี้ วันนี้ยังไม่นับว่าเกินกำหนด
ใกล้ครบกำหนดเหลือไม่เกินจำนวนวันที่ตั้งให้เตือนล่วงหน้า รายการนี้ขึ้นในกระดิ่งและ LINE
ยังไม่ถึงกำหนดยังไม่เข้าช่วงเตือน
หยุดแผนไว้ไม่เตือนจนกว่าจะกด ใช้แผนต่อ
ถ้าผลสอบเทียบไม่ผ่าน ต้องทำอย่างไร?
บันทึกผลเป็น ไม่ผ่าน (หรือ พบปัญหา) ตามจริง ช่อง เปิดใบแจ้งซ่อมให้อัตโนมัติ จะติ๊กไว้ให้ ระบบเปิดใบแจ้งซ่อมผูกกับประวัตินี้และแจ้งเตือนเหมือนแจ้งซ่อมปกติ (สอบเทียบไม่ผ่านตั้งความเร่งด่วนเป็น สูง) กด เปิดใบแจ้งซ่อม ในข้อความยืนยันเพื่อไปที่ใบได้ทันที เลขที่ใบแสดงในช่อง ผล ของประวัติ และหน้าใบแจ้งซ่อมมีลิงก์ ดูผลตรวจในประวัติ กลับมา ถ้าแก้เสร็จที่หน้างานแล้วเอาติ๊กออกได้ และควรตั้งครบกำหนดครั้งถัดไปให้เร็วขึ้นเพื่อตรวจซ้ำ ช่องนี้มีเฉพาะตอนบันทึกผลครั้งแรก ถ้าแก้ผลเป็นไม่ผ่านทีหลัง ระบบไม่เปิดใบให้
บันทึกผลผิด หรือห้องแล็บส่งใบรับรองตามมาทีหลัง แก้ได้ไหม?
ได้ กด แก้ไข ที่ประวัตินั้นในแท็บ ประวัติการบำรุงรักษา หรือกดรูปดินสอในการ์ดหน้าทรัพย์สิน แก้ผล ผู้ดำเนินการ ค่าใช้จ่าย และเลขที่ได้ ไฟล์ที่แนบใหม่ใช้แทนไฟล์เดิม (ไฟล์เดิมยังอยู่ในการ์ด เอกสารแนบ ลบเองได้) ส่วนวันที่แก้ได้เฉพาะบันทึกล่าสุดของแผน แล้วรอบถัดไปจะเลื่อนตาม
ไฟล์ใบรับรองไปอยู่ที่ไหน?
อยู่ในการ์ด เอกสารแนบ ของทรัพย์สินชิ้นนั้น และกด เปิดไฟล์ใบรับรอง ได้จากประวัติการบำรุงรักษา ใบรับรองนับรวมในเพดาน 20 ไฟล์ต่อทรัพย์สิน
สองคนกดบันทึกผลแผนเดียวกันพร้อมกันจะเป็นอย่างไร?
ระบบรับเฉพาะคนแรก คนที่สองจะเห็นข้อความให้โหลดหน้าใหม่ ประวัติจึงไม่ซ้ำและรอบถัดไปไม่เลื่อนสองครั้ง
ตั้งการแจ้งเตือนทาง LINE ได้ที่ไหน?
เจ้าขององค์กรเปิดหรือปิดได้ที่ ตั้งค่า > การแจ้งเตือน หัวข้อ ครบกำหนดบำรุงรักษา / สอบเทียบ สรุปส่งถึงเจ้าของ ผู้ดูแล และเจ้าหน้าที่ที่เชื่อม LINE และเพิ่มเพื่อน AssetFlow ไว้ (ปิดสวิตช์ ส่งถึงเจ้าหน้าที่ด้วย ในหัวข้อ ผู้รับ ได้)

10. จำหน่ายและตัดบัญชี

เสนอจำหน่าย อนุมัติ และบันทึกการตัดบัญชี

เฉพาะ เจ้าของ / ผู้ดูแล / เจ้าหน้าที่
10.1 ภาพรวมการจำหน่าย
ทุกคน

เมื่อทรัพย์สินชำรุดจนใช้ไม่ได้ ล้าสมัย สูญหาย หรือต้องการขายออก ให้เสนอจำหน่ายจากหน้ารายละเอียดทรัพย์สิน แล้วเจ้าของหรือผู้ดูแลจึงอนุมัติหรือปฏิเสธที่เมนู จำหน่าย การแยกเป็นสองขั้นทำให้มีร่องรอยการตัดสินใจชัดเจนและตรวจสอบย้อนหลังได้ ฟีเจอร์นี้ต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป

เหตุผลในการจำหน่าย

  • ชำรุด - เสียหายจนซ่อมไม่คุ้มหรือใช้งานต่อไม่ได้
  • ล้าสมัย - เทคโนโลยีหรือสภาพไม่เหมาะกับการใช้งานแล้ว
  • สูญหาย - หาไม่พบจากการตรวจนับหรือไม่ทราบที่อยู่
  • ขาย - จำหน่ายออกเพื่อรับเป็นเงิน (มีราคาขายซาก)
  • อื่นๆ - เหตุผลอื่น ให้อธิบายในช่องรายละเอียดเพิ่มเติม
การจำหน่ายไม่ได้ลบทรัพย์สินทิ้ง แต่เปลี่ยนสถานะเป็น จำหน่ายแล้ว และคงประวัติทั้งหมดไว้ครบ เพื่อการตรวจสอบและจัดทำงบการเงิน
10.2 เสนอจำหน่าย
ทุกคน

ขั้นตอนเสนอจำหน่าย

  1. 1
    เปิดหน้ารายละเอียดทรัพย์สินที่ต้องการจำหน่าย เสนอได้เมื่อสถานะเป็น ใช้งาน หรือ ซ่อม (ของที่ซ่อมไม่คุ้มเสนอได้เลย ไม่ต้องปิดใบแจ้งซ่อมก่อน)
  2. 2
    กดปุ่ม เสนอจำหน่าย (ถ้าทรัพย์สินถูกยืมอยู่หรือมีคำขอจำหน่ายค้างอยู่ ปุ่มจะเป็นสีจาง กดดูเหตุผลได้ ทรัพย์สินที่จำหน่ายแล้วไม่มีปุ่มนี้)
  3. 3
    เลือกเหตุผล (ชำรุด / ล้าสมัย / สูญหาย / ขาย / อื่นๆ) และกรอกรายละเอียดเพิ่มเติมถ้ามี
  4. 4
    ระบุวันที่จำหน่าย (ต้องไม่ก่อนวันที่ได้มา)
  5. 5
    กดปุ่ม เสนอจำหน่าย ในหน้าต่าง ระบบออกเลขที่ใบจำหน่าย เปลี่ยนสถานะทรัพย์สินเป็น รอจำหน่าย ทันที แล้วพาไปหน้าใบจำหน่ายนั้นเพื่อรออนุมัติ

ข้อมูลในแบบเสนอจำหน่าย

ฟิลด์คำอธิบาย
เหตุผลชำรุด / ล้าสมัย / สูญหาย / ขาย / อื่นๆ (ค่าเริ่มต้น ชำรุด)
วันที่จำหน่ายบังคับใช้เป็นวันอ้างอิงคำนวณมูลค่าตามบัญชี แสดงเป็น พ.ศ.
รายละเอียดเพิ่มเติมอธิบายสภาพหรือเหตุการณ์ประกอบ เพื่อใช้พิจารณาอนุมัติ
ตอนเสนอจำหน่ายไม่ต้องกรอกมูลค่าตามบัญชี - ระบบคำนวณ ณ วันที่จำหน่ายเก็บไว้ให้เอง โดยคิดค่าเสื่อมของปีที่จำหน่ายตามสัดส่วนวันถึงวันที่จำหน่าย (ไม่ต่ำกว่ามูลค่าซากเสมอ) ส่วนราคาขายซาก ผู้อนุมัติเป็นผู้กรอกตอนอนุมัติ รายงานค่าเสื่อมและรายงานสำหรับผู้สอบบัญชีใช้มูลค่าตามใบจำหน่ายที่อนุมัติแล้วเสมอ
หลังเสนอจำหน่ายแล้ว แก้ราคาทุน มูลค่าซาก อายุ วิธีคิด หรือวันที่ของทรัพย์สินชิ้นนั้นไม่ได้ ถ้าต้องแก้ให้ปฏิเสธคำขอก่อน ส่วนทรัพย์สินที่จำหน่ายแล้วแก้ตัวเลขเหล่านี้และลบไม่ได้ เพื่อให้ตัวเลขตรงกับใบจำหน่ายและยังอยู่ในรายงานย้อนหลัง
10.3 อนุมัติการจำหน่าย
เฉพาะ เจ้าของ / ผู้ดูแล

การอนุมัติจำหน่ายกระทบงบการเงิน จึงทำได้เฉพาะเจ้าของและผู้ดูแล ปุ่ม อนุมัติ และ ปฏิเสธ อยู่ที่หน้าใบจำหน่าย และในเมนูท้ายแถวของแต่ละใบในเมนู จำหน่าย

ขั้นตอนอนุมัติ

  1. 1
    ไปที่เมนู จำหน่าย เปิดใบที่สถานะ รออนุมัติ ตรวจสอบเหตุผลและมูลค่าตามบัญชี ณ วันจำหน่าย
  2. 2
    กด อนุมัติ แล้วกรอกราคาขายซาก (บาท) ที่ได้รับจริง ถ้าไม่ได้ขายให้ใส่ 0 หน้าต่างแสดงกำไรหรือขาดทุนจากการจำหน่ายให้ดูทันที
  3. 3
    ถ้าทรัพย์สินยังมีใบแจ้งซ่อมที่ยังไม่ปิด หน้าต่างจะเตือนจำนวนใบไว้ เมื่ออนุมัติ ระบบยกเลิกใบเหล่านั้นให้และแจ้งผู้แจ้งตามปกติ
  4. 4
    กดปุ่ม อนุมัติ ในหน้าต่าง สถานะทรัพย์สินเปลี่ยนเป็น จำหน่ายแล้ว และระบบตรึงมูลค่าตามบัญชีกับราคาขายซากไว้เป็นหลักฐานถาวร
  5. 5
    กด เอกสาร PDF เพื่อพิมพ์ใบจำหน่ายทรัพย์สินเก็บไว้หรือเสนอผู้บริหาร (ออกได้เฉพาะใบที่อนุมัติแล้ว ใบที่รออนุมัติปุ่มจะเป็นสีจาง)

ปฏิเสธคำขอ

  1. 1
    เปิดใบที่สถานะ รออนุมัติ แล้วกด ปฏิเสธ จากนั้นยืนยันอีกครั้ง
  2. 2
    ทรัพย์สินกลับเป็น ใช้งาน (หรือกลับเป็น ซ่อม ถ้ายังมีใบแจ้งซ่อมที่ กำลังซ่อม อยู่) และแก้ตัวเลขการเงินได้อีกครั้ง ถ้ายังต้องการจำหน่ายให้เสนอใหม่

สถานะของใบจำหน่าย

รายการความหมาย
รออนุมัติเสนอแล้ว รอเจ้าของหรือผู้ดูแลตัดสิน ทรัพย์สินอยู่สถานะ รอจำหน่าย
อนุมัติแล้วตัดบัญชีแล้ว ทรัพย์สินเป็น จำหน่ายแล้ว พิมพ์เอกสาร PDF ได้
ปฏิเสธไม่อนุมัติ ทรัพย์สินออกจากสถานะ รอจำหน่าย ใบนี้ไม่มีเอกสาร PDF

บทบาทกับสิทธิ์จำหน่าย

รายการความหมาย
เจ้าของเสนอ อนุมัติ และปฏิเสธได้
ผู้ดูแลเสนอ อนุมัติ และปฏิเสธได้
เจ้าหน้าที่เสนอจำหน่ายได้ แต่อนุมัติหรือปฏิเสธไม่ได้
พนักงานทำได้เฉพาะสแกนตรวจนับและแจ้งซ่อม ไม่เกี่ยวข้องกับการจำหน่าย
ผู้ดูอย่างเดียวดูรายการและเอกสารการจำหน่ายได้ แต่ดำเนินการไม่ได้
เมื่อมีคำขอใหม่ ระบบแจ้งทาง LINE ถึงเจ้าของและผู้ดูแล (ผู้ที่อนุมัติได้) และเมื่ออนุมัติหรือปฏิเสธแล้ว ระบบแจ้งผลกลับไปยังผู้เสนอ ต้องใช้แพ็กเกจโปร และเปิดสวิตช์ คำขอจำหน่าย ไว้ที่ ตั้งค่า > การแจ้งเตือน
10.4 หลังจำหน่ายแล้ว
ทุกคน

สิ่งที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินที่จำหน่าย

  • สถานะเปลี่ยนเป็น จำหน่ายแล้ว ไม่นับรวมในทรัพย์สินที่ใช้งานอยู่
  • ประวัติทั้งหมด (โอนย้าย ยืม-คืน แจ้งซ่อม ค่าเสื่อม) ยังอยู่ครบ ไม่ถูกลบ แผนบำรุงรักษาของชิ้นนั้นหยุดเตือนเอง
  • มูลค่าตามบัญชี ณ วันจำหน่ายและราคาขายซากถูกตรึงไว้ ใช้อ้างอิงในรายงานได้
  • QR Code เดิมยังสแกนได้ หน้าที่เปิดขึ้นแสดงสถานะ จำหน่ายแล้ว และแจ้งซ่อมไม่ได้
ทรัพย์สินที่จำหน่ายแล้วยังค้นหาได้ในทะเบียนและรายงาน ใช้ตัวกรองสถานะ จำหน่ายแล้ว เพื่อทำรายงานการจำหน่ายประจำปี ส่วนการส่งออก Excel ต้องใช้แพ็กเกจโปร
อนุมัติจำหน่ายผิดตัว ยกเลิกได้ไหม
ไม่ได้ เมื่ออนุมัติแล้วระบบไม่มีปุ่มยกเลิกการจำหน่าย เจ้าของและผู้ดูแลก็ย้อนกลับไม่ได้ และทรัพย์สินที่จำหน่ายแล้วแก้ตัวเลขการเงินหรือลบไม่ได้ เพื่อให้ตรงกับใบจำหน่ายและรายงานย้อนหลัง จึงควรตรวจให้ถูกต้องก่อนกดอนุมัติ ถ้ายังไม่อนุมัติให้กด ปฏิเสธ แล้วเสนอใหม่ ถ้าอนุมัติผิดไปแล้วและของยังใช้งานอยู่จริง ให้ปรึกษาผู้ทำบัญชีขององค์กรก่อน โดยทั่วไปจะขึ้นทะเบียนเป็นรายการใหม่ และใส่เลขที่ใบจำหน่ายเดิมในช่อง หมายเหตุ ไว้อ้างอิง
มูลค่าตามบัญชี ณ วันจำหน่าย คำนวณอย่างไร
ระบบนำราคาทุนหักค่าเสื่อมสะสมถึงวันที่จำหน่าย โดยคำนวณบนหน่วยสตางค์ และมูลค่าตามบัญชีจะไม่ต่ำกว่ามูลค่าซากเสมอ
ทรัพย์สินที่ไม่คิดค่าเสื่อม เช่น ที่ดิน จำหน่ายได้ไหม
ได้ มูลค่าตามบัญชีจะเท่ากับราคาทุนเดิม (เพราะตั้งวิธีคิดเป็น ไม่คิดค่าเสื่อม) และบันทึกราคาขายซากตามที่ได้รับจริง

11. รายงาน ส่งออก Excel และ PDF

ดูรายงานทรัพย์สิน ค่าเสื่อม ค่าซ่อมและบำรุงรักษา ส่งออก Excel และออกรายงาน PDF ให้ผู้บริหาร/ผู้สอบบัญชี

เฉพาะ เจ้าของ / ผู้ดูแล / เจ้าหน้าที่ / ผู้ดูอย่างเดียว
11.1 ภาพรวมรายงาน
ทุกคน

เมนูรายงานรวบรวมข้อมูลทรัพย์สินขององค์กรให้ดูได้หลายมุม ดูบนหน้าจอได้ และส่งออกไปทำบัญชีหรือส่งผู้สอบบัญชีต่อได้ เมนูนี้ต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป เปิดได้สำหรับเจ้าของ ผู้ดูแล เจ้าหน้าที่ และผู้ดูอย่างเดียว (พนักงานไม่เห็นเมนูนี้) ถ้าแพ็กเกจยังไม่ถึง เมนูจะมีรูปกุญแจและกดแล้วเห็นรายละเอียดการอัปเกรด

รายงานในเมนูรายงาน

  • รายงานทรัพย์สิน - จำนวนและมูลค่าแยกตามหมวด สถานที่ แผนก และสถานะ
  • รายงานค่าเสื่อมราคา - ค่าเสื่อมของปีงบ ค่าเสื่อมสะสม และมูลค่าตามบัญชีรายชิ้น
  • รายงานค่าซ่อมและบำรุงรักษา - ค่าซ่อมกับค่าบำรุงรักษาตามแผนของแต่ละทรัพย์สินในปีงบที่เลือก
  • รายงาน PDF สำหรับผู้บริหารและผู้สอบบัญชี - สรุปรายปีงบ และชุดข้อมูลประกอบงบการเงิน (แพ็กเกจโปร)
ผลการตรวจนับแต่ละรอบ (พบ / ผิดสถานที่ / ไม่พบ / พบเกิน) ไม่อยู่ในเมนูรายงาน แต่อยู่ในส่วน รายงานส่วนต่าง ของหน้ารอบตรวจนับ (เมนู ตรวจนับ) มีปุ่ม รายงาน PDF (แพ็กเกจโปร) และปุ่ม Excel (แพ็กเกจโปร)
11.2 รายงานทรัพย์สินและค่าเสื่อม
ทุกคน

รายงานทรัพย์สินสรุปทุกมุมในหน้าเดียว ด้านบนมีการ์ด ทรัพย์สินทั้งหมด และ มูลค่ารวม (ราคาทุน) ซึ่งนับรวมที่จำหน่ายแล้ว (ต่างจากแดชบอร์ดที่ไม่นับ) ด้านล่างเป็นตาราง ตามหมวด / ตามสถานที่ / ตามแผนก / ตามสถานะ พร้อมจำนวนและมูลค่ารวมของแต่ละกลุ่ม กดชื่อกลุ่มเพื่อเปิดทะเบียนที่กรองไว้แล้ว จำนวนแถวเท่าตัวเลขในตาราง ยกเว้นแถว ไม่ระบุหมวด / ไม่ระบุสถานที่ / ไม่ระบุแผนก ที่กดไม่ได้

รายงานค่าเสื่อมราคาเลือกปีงบได้ที่มุมขวาบน มีการ์ด ราคาทุนรวม / ค่าเสื่อมปีงบ (ปี พ.ศ.) / ค่าเสื่อมสะสม / มูลค่าตามบัญชีคงเหลือ และตารางรายชิ้นที่ค้นหาด้วยชื่อหรือเลขครุภัณฑ์ และกรองตามหมวดหรือแผนกได้ กดชื่อทรัพย์สินเพื่อเปิดหน้ารายละเอียดและตารางค่าเสื่อมรายปีของชิ้นนั้น วิธีคิดค่าเสื่อมดูหัวข้อ ค่าเสื่อมราคา

คอลัมน์ตัวเลขในรายงานค่าเสื่อม

รายการความหมาย
ราคาทุนมูลค่าตั้งต้นที่ได้มา ใช้เป็นฐานในการคิดค่าเสื่อม
ค่าเสื่อมปีงบ (ปี พ.ศ.)ค่าเสื่อมของปีงบที่เลือก องค์กรที่เริ่มปีงบเดือนมกราคมเห็นหัวคอลัมน์เป็น ค่าเสื่อม ตามด้วยปี
ค่าเสื่อมสะสมผลรวมค่าเสื่อมตั้งแต่เริ่มคิดจนถึงวันสิ้นปีงบที่เลือก
มูลค่าตามบัญชีราคาทุน หักค่าเสื่อมสะสม ณ วันสิ้นปีงบที่เลือก
รายงานของแต่ละปีงบนับเฉพาะทรัพย์สินที่มีอยู่ในปีนั้น ชิ้นที่ได้มาหลังสิ้นปีงบหรือจำหน่ายไปก่อนต้นปีงบจะไม่อยู่ในรายงานปีนั้น ส่วนชิ้นที่จำหน่ายระหว่างปีงบขึ้นป้าย จำหน่าย พร้อมวันที่ ค่าเสื่อมของปีนับถึงวันจำหน่าย และช่องราคาทุน ค่าเสื่อมสะสม และมูลค่าตามบัญชีเป็น - เพราะตัดออกจากบัญชีแล้ว ยอดรวม ณ สิ้นปีงบจึงตรงกับงบการเงิน
ทรัพย์สินที่ตั้งเป็น ไม่คิดค่าเสื่อม เช่น ที่ดิน จะไม่อยู่ในรายงานค่าเสื่อม ยอดบนการ์ดของหน้านี้จึงนับเฉพาะชิ้นที่คิดค่าเสื่อม (การ์ดเขียนกำกับว่า ณ สิ้นงวด ไม่รวมที่ดินและที่จำหน่ายแล้ว) ส่วนการ์ดบนแดชบอร์ดและรายงาน PDF นับรวมที่ดินด้วย หากต้องการมูลค่ารวมของทะเบียนทั้งหมดให้ดูรายงานทรัพย์สิน
11.3 รายงานค่าซ่อมและบำรุงรักษา
ทุกคน

รวมค่าใช้จ่ายดูแลทรัพย์สินของปีงบที่เลือกไว้ในหน้าเดียว มีการ์ด ค่าซ่อม / ค่าบำรุงรักษาตามแผน / รวมทั้งหมด และตารางรายทรัพย์สินที่เรียงค่าใช้จ่ายรวมมากสุดขึ้นก่อน ใช้ดูว่าเครื่องไหนเป็นภาระค่าใช้จ่ายและควรพิจารณาเปลี่ยนหรือจำหน่าย

นับอะไรเข้ารายงาน

  • ค่าซ่อม - ใบแจ้งซ่อมสถานะ เสร็จ ที่ปิดงานในปีงบที่เลือก (ใบที่ยกเลิกหรือยังซ่อมไม่เสร็จไม่นับ)
  • ค่าบำรุงรักษา - ผลบำรุงรักษาและสอบเทียบที่บันทึก โดยวันที่ทำอยู่ในปีงบที่เลือก (แผนบำรุงรักษาต้องใช้แพ็กเกจโปร)
  • ทรัพย์สินที่ถูกลบออกจากทะเบียนไม่อยู่ในรายงาน เหมือนรายงานอื่น
เทียบกับมูลค่าตามบัญชีในรายงานค่าเสื่อม ถ้าค่าซ่อมสะสมใกล้มูลค่าที่เหลือ เป็นสัญญาณว่าควรเสนอจำหน่ายแทนการซ่อมต่อ
11.4 ปีงบประมาณ
ทุกคน

รายงานค่าเสื่อม รายงานค่าซ่อมและบำรุงรักษา และรายงาน PDF เลือกดูเป็นรายปีงบประมาณ โดยยึดเดือนเริ่มปีงบที่เจ้าของตั้งไว้ใน ตั้งค่า > ข้อมูลบริษัท หัวข้อ ปีงบประมาณ ค่าเริ่มต้นคือเดือนตุลาคมแบบราชการ องค์กรที่ตั้งเดือนมกราคมจะได้รอบปีตรงกับปีปฏิทินพอดี

รูปแบบปีงบที่ใช้บ่อย

รายการความหมาย
ราชการ (เริ่ม ต.ค.)ปีงบเริ่ม 1 ตุลาคม ถึง 30 กันยายนปีถัดไป เหมาะกับหน่วยงานราชการและสถานศึกษา
เอกชน (เริ่ม ม.ค.)ปีงบเริ่ม 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม ตรงกับปีปฏิทิน เหมาะกับบริษัททั่วไป
ปีงบเรียกชื่อตามปีที่รอบนั้นสิ้นสุด ตามธรรมเนียมราชการไทย เช่น องค์กรที่เริ่มปีงบเดือนตุลาคม ปีงบ 2569 คือ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569 ตัวเลือกปีแสดงเป็น ปีงบ 2569 และคำอธิบายใต้ชื่อรายงานบอกช่วงเดือน เช่น ปีงบ 2569 (ต.ค. 2568 - ก.ย. 2569) ส่วนองค์กรที่เริ่มเดือนมกราคมจะเห็นเป็น ปี พ.ศ. 2569
11.5 รายงาน PDF สำหรับผู้บริหารและผู้สอบบัญชี
ทุกคน

ที่หน้า รายงาน เลือกปีงบในกล่อง รายงาน PDF สำหรับผู้บริหารและผู้สอบบัญชี แล้วกดปุ่ม สรุปสำหรับผู้บริหาร หรือ ชุดสำหรับผู้สอบบัญชี ไฟล์เปิดในแท็บใหม่เพื่อดูก่อนพิมพ์หรือบันทึก

มีอะไรในแต่ละฉบับ

  • สรุปสำหรับผู้บริหาร (1-2 หน้า) - จำนวนและมูลค่าทรัพย์สิน ณ สิ้นปีงบ ค่าเสื่อมของปี มูลค่าตามหมวด การได้มาและจำหน่ายระหว่างปี ค่าซ่อมและบำรุงรักษา และผลการตรวจนับของปีงบ
  • ชุดสำหรับผู้สอบบัญชี (แนวนอน) - นโยบายการคิดค่าเสื่อม ตารางกระทบยอดราคาทุนและค่าเสื่อมสะสมตามหมวด (ต้นงวด เพิ่ม จำหน่าย ปลายงวด) ทะเบียนทรัพย์สินรายชิ้นพร้อมยอดรวมหมวด และรายการจำหน่ายพร้อมกำไร (ขาดทุน) มีช่องลงนามผู้จัดทำและผู้อนุมัติ
  • รายงานผลการตรวจนับ - ปุ่ม รายงาน PDF ในหน้ารอบตรวจนับที่ปิดแล้ว มีสรุปผล รายการไม่พบ ผิดสถานที่ พบเกิน ช่องลงนามคณะกรรมการ และภาคผนวกรายการที่ตรวจพบ

ตัวเลขใน PDF คิดแบบเดียวกับแดชบอร์ดและรายงานค่าเสื่อม ค่าเสื่อมของปีจึงตรงกันทุกที่ แต่ราคาทุนและมูลค่าสุทธิใน PDF นับรวมที่ดินและทรัพย์สินที่ไม่คิดค่าเสื่อม จึงตรงกับการ์ดบนแดชบอร์ด และสูงกว่ายอดในรายงานค่าเสื่อมที่นับเฉพาะชิ้นที่คิดค่าเสื่อม

รายงาน PDF ต้องใช้แพ็กเกจโปร ถ้าเลือกปีงบปัจจุบันซึ่งยังไม่สิ้นสุด ตัวเลข ณ สิ้นปีงบในรายงานเป็นประมาณการ ทะเบียนรายชิ้นที่ยาวเกิน 2,000 รายการจะไม่พิมพ์ลง PDF (ตารางกระทบยอดยังครบ) ให้ใช้ไฟล์ Excel ของรายงานค่าเสื่อมแทน
11.6 ส่งออก Excel
ทุกคน

ทั้งสามรายงานมีปุ่ม ดาวน์โหลด Excel ที่มุมขวาบน (ต้องใช้แพ็กเกจโปร) ไฟล์ที่ได้นำไปวิเคราะห์ต่อ จัดทำทะเบียนคุมพัสดุ แนบงบการเงิน หรือส่งให้ผู้สอบบัญชีได้ทันที ยอดเงินในไฟล์เป็นบาท

ในไฟล์มีอะไร

  • รายงานทรัพย์สิน - แผ่น ทรัพย์สินทั้งหมด (ทุกชิ้นในทะเบียน รวมที่จำหน่ายแล้ว) และแผ่นสรุป ตามหมวด / ตามสถานที่ / ตามแผนก / ตามสถานะ
  • รายงานค่าเสื่อมราคา (ตามปีงบที่เลือก) - แผ่นทรัพย์สินที่ถือถึงสิ้นงวด แผ่น จำหน่ายระหว่างงวด และแผ่น กระทบยอดตามหมวด กับ กระทบยอดตามแผนก
  • รายงานค่าซ่อมและบำรุงรักษา (ตามปีงบที่เลือก) - แผ่นรายทรัพย์สิน แผ่น สรุปตามหมวด และ สรุปตามแผนก

ขั้นตอนส่งออก

  1. 1
    เปิดรายงานที่ต้องการจากเมนู รายงาน
  2. 2
    ถ้าเป็นรายงานค่าเสื่อมหรือรายงานค่าซ่อมและบำรุงรักษา ให้เลือกปีงบก่อน
  3. 3
    กดปุ่ม ดาวน์โหลด Excel ระบบจะสร้างไฟล์แล้วดาวน์โหลดลงเครื่อง
ไฟล์ Excel ได้ข้อมูลทั้งปีงบเสมอ ไม่ขึ้นกับคำค้นหรือตัวกรองบนหน้าจอ ถ้าต้องการเฉพาะแถวที่กรองไว้ ให้กดปุ่ม ส่งออก CSV ในตารางของรายงานค่าเสื่อมหรือรายงานค่าซ่อมและบำรุงรักษา (บนมือถือเห็นเป็นไอคอนลูกศรลง) ปุ่มนี้ใช้ได้ทุกแพ็กเกจที่เปิดรายงานได้ และเปิดด้วย Excel ได้
ผู้ดูอย่างเดียวส่งออกรายงานได้ไหม?
ได้ ทั้ง Excel, CSV และ PDF ตามแพ็กเกจขององค์กร เหมาะกับผู้บริหารหรือผู้สอบบัญชีที่ต้องการข้อมูลโดยไม่แก้ไขทะเบียน

12. ข้อมูลพื้นฐานและตั้งค่าองค์กร

หมวด สถานที่ แผนก สมาชิกและสิทธิ์ และทุกหน้าในเมนูตั้งค่า

12.1 ข้อมูลพื้นฐาน (หมวด / สถานที่ / แผนก)
เฉพาะ เจ้าของ / ผู้ดูแล

ตั้งหมวดทรัพย์สิน สถานที่ และแผนกให้ครบก่อนลงทะเบียนทรัพย์สิน เพราะเป็นตัวเลือกตอนเพิ่มและค้นหาทรัพย์สิน ทั้งสามเมนูอยู่ที่แถบเมนูซ้าย กลุ่ม ข้อมูลและรายงาน ทุกบทบาทเปิดดูได้ แต่เพิ่มและแก้ไขได้เฉพาะเจ้าของและผู้ดูแล

ตั้งค่าหมวดทรัพย์สิน

  1. 1
    เปิดเมนู หมวดทรัพย์สิน แล้วกด เพิ่มหมวด
  2. 2
    กรอกรหัสหมวด ชื่อหมวด (เช่น คอมพิวเตอร์ ครุภัณฑ์สำนักงาน ยานพาหนะ) อายุการใช้งาน (ปี) และวิธีคิดค่าเสื่อมตั้งต้น (มูลค่าซากตั้งตอนเพิ่มทรัพย์สินรายชิ้น)
  3. 3
    กด เพิ่ม หมวดจะพร้อมให้เลือกตอนเพิ่มทรัพย์สินทันที

เริ่มจากชุดหมวดสำเร็จรูป

  1. 1
    เปิดเมนู หมวดทรัพย์สิน แล้วกด ใช้ชุดสำเร็จรูป (องค์กรที่ยังไม่มีหมวดจะเห็นปุ่มนี้กลางหน้า)
  2. 2
    เลือกประเภทธุรกิจ ได้แก่ สำนักงาน / บริษัท, คลินิก / โรงพยาบาลขนาดเล็ก, โรงแรม / รีสอร์ท, โรงงาน / การผลิต หรือ ร้านค้า / ร้านอาหาร แล้วเอาติ๊กหมวดที่ไม่ใช้ออก
  3. 3
    กดปุ่มเพิ่มด้านล่าง หมวดที่รหัสซ้ำกับที่มีอยู่แล้วจะถูกข้าม ไม่แก้หมวดเดิม

อายุการใช้งานในชุดสำเร็จรูปตั้งไม่สั้นกว่าเกณฑ์ภาษี คือทรัพย์สินทั่วไป 5 ปี อาคาร 20 ปี ส่วนที่ดินตั้งเป็นไม่คิดค่าเสื่อม แก้ทีละหมวดได้ตามนโยบายบัญชีขององค์กร ชุดสำเร็จรูปไม่ใส่รหัสบัญชี เพราะผังบัญชีของแต่ละที่ไม่เหมือนกัน

ช่องในหน้าต่างเพิ่มหมวดทรัพย์สิน

ฟิลด์คำอธิบาย
รหัสหมวดบังคับตัวอักษร/ตัวเลขสั้น ๆ เช่น COM ใช้ขึ้นต้นเลขครุภัณฑ์
ชื่อหมวดบังคับชื่อที่เข้าใจง่าย แสดงในรายการและรายงาน
อายุการใช้งาน (ปี)บังคับระบบเติมให้ตอนเลือกหมวดในฟอร์มทรัพย์สิน ปรับรายชิ้นได้
วิธีคิดค่าเสื่อมเริ่มต้นเส้นตรง หรือ ไม่คิดค่าเสื่อม (เช่น ที่ดิน) ระบบเติมให้ตอนเลือกหมวด ปรับรายชิ้นได้
ลำดับแสดงลำดับการเรียงหมวดในรายการ
รหัสบัญชี (ถ้ามี)สำหรับจับคู่กับผังบัญชี
รหัสหมวดถูกนำไปประกอบเลขครุภัณฑ์ ควรกำหนดให้ลงตัวตั้งแต่แรก เพราะการแก้รหัสหมวดภายหลังไม่ย้อนไปแก้เลขครุภัณฑ์เดิมที่พิมพ์ป้าย QR ติดไว้แล้ว

ตั้งค่าสถานที่และแผนก

  1. 1
    เปิดเมนู สถานที่ แล้วกด เพิ่มสถานที่ ทีละระดับ เช่น สร้าง อาคาร A ก่อน แล้วสร้าง ชั้น 2 โดยเลือก สถานที่หลัก เป็นอาคาร A และสร้าง ห้อง 201 โดยเลือกสถานที่หลักเป็นชั้น 2
  2. 2
    เปิดเมนู แผนก แล้วกด เพิ่มแผนก สำหรับหน่วยงานที่ดูแลทรัพย์สิน
  3. 3
    กด เพิ่ม แล้วตอนเพิ่มหรือโอนย้ายทรัพย์สินจะเลือกสถานที่และแผนกจากรายการนี้ได้
ตั้งสถานที่ให้ละเอียดถึงระดับห้อง รายงานส่วนต่างตอนตรวจนับจะบอกได้แม่นยำว่าทรัพย์สินชิ้นไหนอยู่ผิดสถานที่
หมวด สถานที่ หรือแผนกที่เลิกใช้ ลบไม่ได้ ให้กด ปิดใช้งาน ท้ายแถว (หรือปิดสวิตช์ เปิดใช้งาน ในหน้าต่างแก้ไข) รายการนั้นจะไม่ขึ้นให้เลือกในฟอร์มทรัพย์สินอีก แต่ทรัพย์สินเดิมยังอยู่ครบ กด เปิดใช้งาน เพื่อนำกลับมาได้
12.2 ผู้ใช้และสิทธิ์
เฉพาะ เจ้าของ

เชิญสมาชิก (ตั้งค่า > สมาชิก)

  1. 1
    ในการ์ด เชิญสมาชิก กรอกอีเมล เลือกสิทธิ์ แล้วกด ส่งคำเชิญ
  2. 2
    ผู้รับกดลิงก์ในอีเมล แล้วเข้าสู่ระบบหรือสมัครด้วยอีเมลนั้นเพื่อยอมรับ ถ้าลิงก์หาย ให้เขาสมัครด้วยอีเมลที่ถูกเชิญ ระบบจะแสดงหน้า คุณได้รับคำเชิญ ให้กด เข้าร่วม
  3. 3
    คำเชิญมีอายุ 7 วัน ดูได้ในตาราง คำเชิญที่รอตอบรับ ท้ายแถวมีปุ่ม ส่งคำเชิญอีกครั้ง และ ยกเลิกคำเชิญ ถ้าอีเมลไม่ถึงมือเขา กดเมนูจุดสามจุดท้ายแถว > คัดลอกลิงก์คำเชิญ แล้วส่งให้เองทาง LINE

สิทธิ์ (5 ระดับ)

รายการความหมาย
เจ้าของสิทธิ์สูงสุด ทำได้ทุกอย่าง และเป็นบทบาทเดียวที่เปิดเมนูตั้งค่าได้ (สมาชิก แพ็กเกจและการชำระเงิน ข้อมูลบริษัท ฯลฯ)
ผู้ดูแลจัดการทรัพย์สินและเอกสารได้เต็มที่ รวมเพิ่ม/แก้ข้อมูลพื้นฐาน ลบทรัพย์สิน อนุมัติจำหน่าย และปิดรอบตรวจนับ แต่จัดการสมาชิกและเปิดเมนูตั้งค่าไม่ได้
เจ้าหน้าที่ทำงานประจำได้ครบ - เพิ่ม/แก้ทรัพย์สิน โอนย้าย ยืม-คืน แจ้งซ่อม เปิดรอบตรวจนับ เสนอจำหน่าย และออกเอกสาร แต่อนุมัติจำหน่าย ปิดรอบตรวจนับ ลบทรัพย์สิน และแก้ข้อมูลพื้นฐานไม่ได้
พนักงานดูทะเบียนทรัพย์สินได้ สแกน QR ตรวจนับ และแจ้งซ่อมได้เท่านั้น เหมาะกับผู้ปฏิบัติงานหน้างาน
ผู้ดูอย่างเดียวดูข้อมูลและรายงานได้ แต่แก้ไขไม่ได้ เหมาะกับผู้บริหารหรือผู้สอบบัญชี
ให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น คนหน้างานที่ช่วยสแกนนับและแจ้งซ่อม ให้เป็นพนักงานก็พอ
เปลี่ยนสิทธิ์ของผู้ใช้ทีหลังได้ไหม
ได้ ที่ ตั้งค่า > สมาชิก กดปุ่ม เปลี่ยนสิทธิ์ ท้ายแถวของคนนั้น เลือกสิทธิ์ใหม่แล้วกด บันทึก มีผลทันที เจ้าของเปลี่ยนสิทธิ์ของตัวเองไม่ได้ และตั้งใครเป็นเจ้าของเพิ่มไม่ได้
จำนวนผู้ใช้เพิ่มได้ไม่จำกัดไหม
ขึ้นกับแพ็กเกจ จำนวนคนที่ใช้อยู่ (รวมคำเชิญที่รอตอบรับ คำเชิญที่หมดอายุไม่นับ) และเพดานของแพ็กเกจแสดงใต้ชื่อหน้า สมาชิก ถ้าคนครบแล้ว การ์ดเชิญสมาชิกจะกดไม่ได้และขึ้นข้อความ จำนวนคนครบตามแพ็กเกจแล้ว พร้อมปุ่ม อัปเกรดแพ็กเกจ ชำระด้วย PromptPay แล้วกลับมาส่งคำเชิญได้ทันที
นำผู้ใช้ออกได้อย่างไร ประวัติการทำงานของเขาหายไหม
กด ถอดออกจากองค์กร ท้ายแถวของคนนั้นแล้วยืนยัน มีผลทันทีแม้เขาจะยังเปิดหน้าเว็บค้างอยู่ รายการที่เขาเคยทำยังอยู่ในบันทึกกิจกรรมครบ และเชิญกลับเข้ามาใหม่ได้ทุกเมื่อ
12.3 ตั้งค่าองค์กรและปีงบ
เฉพาะ เจ้าของ

เมนู ตั้งค่า ล่างสุดของแถบเมนูซ้าย เปิดได้เฉพาะเจ้าขององค์กร บทบาทอื่นรวมทั้งผู้ดูแลจะไม่เห็นเมนูนี้ ภายในมีหัวข้อ ข้อมูลบริษัท / สมาชิก / ภาษี & เอกสาร / แพ็กเกจ & การชำระเงิน / การแจ้งเตือน / ความปลอดภัย / อุปกรณ์สมาชิก / บันทึกกิจกรรม ส่วนนี้อธิบายหน้า ข้อมูลบริษัท

การ์ดในหน้าข้อมูลบริษัท

ฟิลด์คำอธิบาย
โลโก้องค์กรPNG หรือ JPG ไม่เกิน 2MB แสดงบนหัวเอกสาร PDF ที่ออกจากระบบ
ข้อมูลนิติบุคคลชื่อนิติบุคคล ประเภทผู้เสียภาษี สาขา เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เบอร์โทร และที่อยู่ ใช้บนเอกสารขององค์กร (ข้อมูลผู้ซื้อบนใบกำกับภาษีค่าแพ็กเกจแก้ที่หน้าแพ็กเกจ)
ปีงบประมาณเดือนเริ่มต้นปีงบ (ค่าเริ่มต้นตุลาคมแบบราชการ เอกชนมักเริ่มมกราคม) ใช้ตัดงวดค่าเสื่อมราคาและรายงาน
ทุกการชำระค่าแพ็กเกจได้ใบกำกับภาษีเต็มรูป ข้อมูลผู้ซื้อ (ชื่อ ที่อยู่ จด VAT หรือไม่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และสาขาถ้าจด VAT) กรอกครั้งเดียวที่การ์ด ข้อมูลผู้ซื้อสำหรับใบกำกับภาษี ในหน้าแพ็กเกจ หรือในกล่องตอนกดซื้อครั้งแรก ระบบเติมค่าจากข้อมูลนิติบุคคลให้
ชื่อองค์กรที่แสดงในระบบยังแก้เองไม่ได้ (ชื่อนิติบุคคลเป็นคนละค่า ใช้บนเอกสาร) หากต้องเปลี่ยนชื่อองค์กร กรุณาติดต่อทีมงาน AssetFlow
12.4 ภาษีและรูปแบบเลขเอกสาร
เฉพาะ เจ้าของ

ตั้งค่า > ภาษี & เอกสาร มี 3 ส่วน

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): เปิดสวิตช์ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วกรอก อัตราภาษี ใช้กับเอกสารขององค์กร (แยกจากใบกำกับภาษีค่าแพ็กเกจ)
  • รูปแบบเลขเอกสาร: ตั้งแยกตามใบโอนย้าย ใบยืม ใบจำหน่าย และใบแจ้งซ่อม - คำนำหน้า ตัวคั่น ปีในเลข จำนวนหลัก รีเซ็ต (รายปี / รายเดือน / ไม่รีเซ็ต) เลขเริ่มต้น และ ขนาดกระดาษ PDF (A4 หรือ Letter) มีผลกับเอกสารที่ออกใหม่
  • รูปแบบเลขครุภัณฑ์: ใช้รูปแบบเดียวทุกหมวด รหัสหมวดเป็นคำนำหน้าเสมอ ปรับ ตัวคั่น ปีในเลข จำนวนหลัก รีเซ็ต และ เลขเริ่มต้น ได้ ค่าตั้งต้นคือ รหัสหมวด-ปี พ.ศ.-เลข 5 หลัก นับแยกต่อหมวดและเริ่มใหม่ทุกปี
เมื่อออกเลขในรอบนั้นแล้ว (เช่น ปีนี้เพิ่มทรัพย์สินไปแล้วหนึ่งชิ้น) จะเปลี่ยนเลขเริ่มต้นและรอบรีเซ็ตไม่ได้จนถึงรอบถัดไป เลขที่ออกไปแล้วไม่เปลี่ยนตาม จึงควรตั้งรูปแบบให้เรียบร้อยก่อนเริ่มใช้งานจริง
12.5 แพ็กเกจและการชำระเงิน
เฉพาะ เจ้าของ

ตั้งค่า > แพ็กเกจ & การชำระเงิน แสดงแพ็กเกจปัจจุบัน วันที่ใช้งานได้ถึง และจำนวนทรัพย์สิน (ไม่นับที่จำหน่ายแล้ว) กับผู้ใช้งานเทียบเพดาน

ซื้อหรืออัปเกรดแพ็กเกจ

  1. 1
    เลือก รอบชำระ รายเดือน หรือ รายปี (ปุ่มรายปีบอกว่าประหยัดกี่เดือน)
  2. 2
    ถ้ามีโค้ดส่วนลด กรอกในช่อง โค้ดส่วนลด (ถ้ามี) แล้วกด ใช้โค้ด (โค้ดใช้ได้เฉพาะรอบรายปี)
  3. 3
    กด เลือกแพ็กเกจนี้ บนการ์ดที่ต้องการ แล้วสแกน QR PromptPay ด้วยแอปธนาคาร ชำระเสร็จระบบเปิดสิทธิ์ให้อัตโนมัติ
  • อัปเกรดกลางรอบ: จ่ายเฉพาะส่วนต่างตามวันที่เหลือ วันครบกำหนดเดิมไม่เปลี่ยน
  • ต่ออายุ (แพ็กเกจที่ชำระเงิน): ในกล่อง ต่ออายุแพ็กเกจ เลือกรอบแล้วกดปุ่มต่ออายุ จ่ายล่วงหน้าได้ วันที่เหลือของรอบนี้ไม่หาย ช่วงใกล้หมดอายุจะมีแถบเตือนพร้อมลิงก์ ต่ออายุ ใต้แถบด้านบน
  • ประวัติการชำระ: ตารางท้ายหน้ามีทุกรายการ กดปุ่ม ดาวน์โหลดใบกำกับภาษี ท้ายแถวเพื่อรับไฟล์ PDF ใบกำกับภาษีเต็มรูป รายการที่ขึ้น รอข้อมูลผู้ซื้อ ให้กรอกข้อมูลผู้ซื้อให้ครบแล้วกดปุ่ม ออกใบกำกับภาษี ถ้าข้อมูลผู้ซื้อบนใบที่ออกแล้วผิด ติดต่อทีมงานเพื่อออกใบแทน

ทดลองแพ็กเกจโปร

  • องค์กรแพ็กเกจฟรีที่ยังไม่เคยสมัครแพ็กเกจ ถ้ามีสิทธิ์จะเห็นปุ่ม ทดลองแพ็กเกจโปรฟรี 14 วัน ในหน้านี้และในกล่องเลือกแพ็กเกจ ใช้ได้ 1 ครั้งต่อองค์กร ไม่ต้องใส่บัตร ไม่ตัดเงิน
  • ระหว่างทดลอง ชิปแพ็กเกจบอกวันที่เหลือ และ 3 วันสุดท้ายมีแถบเตือนพร้อมลิงก์ เลือกแพ็กเกจ เจ้าขององค์กรได้อีเมลเตือน 1 ฉบับ
  • ชำระระหว่างทดลองได้ รอบที่จ่ายเริ่มนับต่อจากวันสิ้นสุดช่วงทดลอง เลือกโปรใช้ต่อเนื่อง เลือกแพ็กเกจที่ต่ำกว่าเปลี่ยนทันทีที่ชำระ
  • ครบกำหนดแล้วองค์กรกลับเป็นแพ็กเกจฟรีเอง ทรัพย์สินและสมาชิกที่เกินเพดานของแพ็กเกจฟรียังใช้งานต่อได้ แต่เพิ่มใหม่ไม่ได้จนกว่าจะเลือกแพ็กเกจ
  • งานที่ค้างจากฟีเจอร์ที่ล็อก (ของที่ยืม งานซ่อม คำขอจำหน่าย) ปิดได้ที่การ์ด งานค้างที่ปิดได้ บนหน้าทรัพย์สินชิ้นนั้น
12.6 การแจ้งเตือนทาง LINE
เฉพาะ เจ้าของ

ตั้งค่า > การแจ้งเตือน ต้องใช้แพ็กเกจโปร ข้อความส่งถึงเฉพาะคนที่เชื่อมบัญชี LINE และเพิ่มเพื่อน AssetFlow แล้ว (ดูหัวข้อ บัญชีและการเข้าสู่ระบบ > เชื่อมต่อ LINE) เปิดหรือปิดแต่ละเรื่องแล้วกด บันทึก

สวิตช์ในหน้านี้

รายการความหมาย
ส่งถึงเจ้าหน้าที่ด้วยเจ้าของและผู้ดูแลได้รับทุกเรื่องเสมอ เปิดสวิตช์นี้ เจ้าหน้าที่จะได้แจ้งซ่อมใหม่และสรุปรายวันด้วย คำขอจำหน่ายส่งเฉพาะผู้ที่อนุมัติได้ พนักงานและผู้ดูอย่างเดียวไม่ได้รับ
แจ้งซ่อมส่งทันทีเมื่อมีใบแจ้งซ่อมใหม่ (รวมที่แจ้งจากการสแกน QR) และแจ้งผู้แจ้งเมื่อสถานะงานซ่อมเปลี่ยน
คำขอจำหน่ายส่งทันทีเมื่อมีคำขอจำหน่ายรออนุมัติ และแจ้งผู้เสนอเมื่ออนุมัติหรือปฏิเสธ
ทรัพย์สินยืมเกินกำหนดอยู่ใน สรุปรายวัน ซึ่งรวมเป็นข้อความเดียว ส่งทุกเช้าเวลา 08:00 น.
ประกันใกล้หมดอยู่ในสรุปรายวัน ตั้ง แจ้งล่วงหน้า ได้ 1–365 วัน (ค่าเริ่มต้น 30 วัน)
รอบตรวจนับที่เปิดอยู่อยู่ในสรุปรายวัน เตือนรอบตรวจนับที่ยังไม่ปิด
ครบกำหนดบำรุงรักษา / สอบเทียบอยู่ในสรุปรายวัน ล่วงหน้าตามจำนวนวันที่ตั้งในแต่ละแผน
การ์ด ประวัติการแจ้งเตือน ท้ายหน้าแสดงข้อความที่ส่งล่าสุด พร้อมเรื่อง จำนวน ผู้รับ และเวลา ใช้ตรวจว่าแจ้งเตือนออกจริง
12.7 ความปลอดภัยและอุปกรณ์สมาชิก
เฉพาะ เจ้าของ

ตั้งค่า > ความปลอดภัย

ฟิลด์คำอธิบาย
บังคับหนึ่งอุปกรณ์ต่อผู้ใช้เปิดแล้ว การเข้าสู่ระบบเครื่องใหม่จะให้เครื่องเดิมออกจากระบบ (ยกเว้นเครื่องที่สมาชิก จดจำ ไว้)
ระยะเวลาจดจำอุปกรณ์จำนวนวันที่เครื่องที่ จดจำ ไว้ยังถือว่าเชื่อถือได้ ตั้งได้ 1–400 วัน
เพดานจำนวนอุปกรณ์คงที่ทุกแพ็กเกจ ตั้งเองไม่ได้ (ดูหัวข้อ บัญชีและการเข้าสู่ระบบ > อุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบ)

ตั้งค่า > อุปกรณ์สมาชิก แสดงทุกเครื่องที่สมาชิกใช้เข้าสู่ระบบ พร้อมสถานะ ออนไลน์/ออฟไลน์ และเวลาใช้งานล่าสุด ถ้าพบเครื่องที่ไม่ควรมี (เช่น เครื่องของพนักงานที่ลาออก) กด ถอนอุปกรณ์ ท้ายแถว เครื่องนั้นจะออกจากระบบทันที

12.8 บันทึกกิจกรรม
เฉพาะ เจ้าของ

ตั้งค่า > บันทึกกิจกรรม แสดงว่าใครทำอะไรเมื่อไหร่ เช่น สร้าง/แก้/โอนย้ายทรัพย์สิน ปิดรอบตรวจนับ อนุมัติจำหน่าย เชิญหรือถอดสมาชิก และเปลี่ยนค่าตั้งค่า ด้านบนมีตัวเลข รายการทั้งหมด ผู้ใช้ที่ทำรายการ และ การกระทำโดยแพลตฟอร์ม เลือกช่วงวันที่เพื่อดูย้อนหลัง (ค่าเริ่มต้น 30 วันล่าสุด) บันทึกนี้แก้หรือลบไม่ได้

13. คำถามที่พบบ่อย

รวมคำถามที่ผู้ใช้งานถามบ่อยที่สุด

ต้องติดตั้งโปรแกรมไหม?
ไม่ต้อง AssetFlow ใช้งานผ่านเบราว์เซอร์บนมือถือหรือคอมพิวเตอร์ได้ทันที เพียงเข้าสู่ระบบด้วยอีเมลและรหัสผ่าน (หรือปุ่มเข้าสู่ระบบด้วย LINE เมื่อเชื่อมบัญชี LINE ไว้แล้ว)
เริ่มต้นใช้งานอย่างไร?
สมัครบัญชี แล้วกดลิงก์ยืนยันในอีเมลที่ระบบส่งไป (ลิงก์ใช้ได้ 24 ชั่วโมง ไม่ได้รับให้กดส่งลิงก์ยืนยันอีกครั้ง) จากนั้นสร้างองค์กร ตั้งค่าหมวดทรัพย์สิน สถานที่ และแผนก แล้วเพิ่มทรัพย์สิน (หรือนำเข้าจาก Excel ซึ่งต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป) ระบบจะออกเลขครุภัณฑ์และ QR ให้อัตโนมัติ พิมพ์ป้ายไปติดแล้วเริ่มสแกนใช้งานได้เลย
ดูแลหลายหน่วยงานในบัญชีเดียวได้ไหม?
ได้ ข้อมูลของแต่ละองค์กรแยกจากกันโดยสมบูรณ์ ถ้าดูแลหลายองค์กรให้สลับองค์กรที่ชื่อองค์กรมุมซ้ายบนก่อนทำงาน ส่วนลิงก์จาก LINE หรืออีเมลจะเปิดในองค์กรที่ถูกต้องให้เอง บัญชีหนึ่งเป็นเจ้าขององค์กรแพ็กเกจฟรีได้ 1 แห่ง ส่วนการเป็นสมาชิกองค์กรที่ผู้อื่นเชิญไม่จำกัด
ลืมรหัสผ่าน ทำอย่างไร?
ที่หน้าเข้าสู่ระบบ ให้กดลิงก์ “ลืมรหัสผ่าน?” ข้างช่องรหัสผ่าน แล้วกรอกอีเมลที่สมัครไว้ ระบบจะส่งลิงก์สำหรับตั้งรหัสผ่านใหม่ไปให้ทางอีเมล (ลิงก์มีอายุจำกัด ถ้าหมดอายุให้ขอใหม่ได้)
ตรวจนับทรัพย์สินตอนสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่ดีได้ไหม?
ได้ ระบบเก็บผลการสแกนไว้ในเครื่องก่อน แล้วส่งขึ้นระบบให้อัตโนมัติเมื่อกลับมาออนไลน์ หน้าสแกนมีป้าย รอ sync บอกจำนวนรายการที่ยังไม่ได้ส่ง สแกนชิ้นเดิมซ้ำก็ไม่เกิดรายการซ้ำ
ค่าเสื่อมราคาที่ระบบคำนวณตรงกับงบการเงินไหม?
ระบบคิดค่าเสื่อมแบบเส้นตรงละเอียดถึงหน่วยสตางค์ ปีแรกคิดตามสัดส่วนวัน และปีสุดท้ายรับเศษให้ผลรวมเท่ากับราคาทุนลบมูลค่าซากพอดี พร้อมตารางค่าเสื่อมรายปีไว้ประกอบงบ (ต้องใช้แพ็กเกจเริ่มต้นขึ้นไป)
ทำไมบางเมนูถึงไม่ขึ้นให้ฉันเห็น?
ระบบซ่อนเมนูที่บทบาทของคุณใช้ไม่ได้โดยอัตโนมัติ เช่น เมนูตั้งค่าเห็นเฉพาะเจ้าของ ส่วนเมนูที่แพ็กเกจขององค์กรยังไม่ถึงจะไม่ถูกซ่อน แต่แสดงพร้อมไอคอนกุญแจ กดเข้าไปจะเห็นว่าต้องใช้แพ็กเกจใด หากต้องการสิทธิ์เพิ่ม ให้แจ้งเจ้าขององค์กร ซึ่งเป็นคนเดียวที่เปลี่ยนบทบาทสมาชิกได้

ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม? ติดต่อทีมงาน AssetFlow ได้ที่ info@compatbiz.com หรือ LINE @compatbiz

พร้อมเริ่มใช้งาน AssetFlow แล้วหรือยัง?

สมัครฟรี ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที จัดการทรัพย์สินขององค์กรได้ครบจบในที่เดียว

สมัครใช้งานฟรี