ศูนย์ช่วยเหลือ

ทุกอย่างที่ต้องรู้ รวมไว้ในหน้านี้แล้ว

วิธีใช้งานทุกเมนูอย่างละเอียด อ่านต่อเนื่องได้ตามขั้นตอน 1-2-3 พร้อมเคล็ดลับและคำถามที่พบบ่อย หรือแตะหัวข้อในสารบัญเพื่อข้ามไปยังเรื่องที่ต้องการ

ป้ายมุมขวาบนของแต่ละหัวข้อบอกว่าใครใช้งานได้:ทุกคนเฉพาะบางบทบาท

1. เริ่มต้นใช้งาน

สมัคร สร้างองค์กร และตั้งค่าเริ่มต้นก่อนเพิ่มทรัพย์สิน

1.1 ภาพรวมระบบ
ทุกคน

AssetFlow คือระบบบริหารทรัพย์สิน/ครุภัณฑ์ด้วย QR Code สำหรับองค์กรไทย ช่วยรวมงานทะเบียนทรัพย์สิน การติด QR ตรวจนับประจำปี ค่าเสื่อมราคา โอนย้าย/ยืม-คืน แจ้งซ่อม และจำหน่าย ไว้ในที่เดียว ทำงานบนเว็บ ใช้ได้ทั้งคอมพิวเตอร์และมือถือ

งานหลักที่ทำได้

  • ทะเบียนทรัพย์สิน: บันทึกหมวด สถานที่ แผนก ผู้ครอบครอง มูลค่า serial ประกัน รูปภาพ และออกเลขครุภัณฑ์อัตโนมัติ
  • QR Code: สร้าง QR ต่อทรัพย์สิน พิมพ์ป้ายสติกเกอร์เป็นชุดลงกระดาษ A4 และเปิดหน้าสแกนสาธารณะดูข้อมูลทั่วไป
  • ตรวจนับประจำปี: เปิดรอบตรวจนับ แล้วสแกน QR ด้วยมือถือ ทำงานออฟไลน์ได้ พร้อมรายงานส่วนต่าง พบ/ไม่พบ/พบเกิน/ผิดสถานที่
  • ค่าเสื่อมราคา: คำนวณวิธีเส้นตรงอัตโนมัติ พร้อมตารางรายปีและมูลค่าตามบัญชี
  • โอนย้าย/ยืม-คืน แจ้งซ่อม และจำหน่าย: บันทึกความเคลื่อนไหว ติดตามสถานะ และออกเอกสารประกอบ

ข้อมูลของแต่ละองค์กรแยกขาดจากกัน คนในองค์กรหนึ่งจะไม่เห็นข้อมูลอีกองค์กร และสิ่งที่แต่ละคนทำได้ขึ้นกับบทบาท (role) ที่ได้รับ

บทบาทผู้ใช้ในองค์กร

รายการความหมาย
เจ้าของ (owner)สิทธิ์สูงสุด จัดการได้ทุกอย่าง รวมทั้งสมาชิก แพ็กเกจ และการตั้งค่าองค์กร
ผู้ดูแล (admin)จัดการข้อมูลและผู้ใช้ได้เกือบทั้งหมด รองจากเจ้าของ
เจ้าหน้าที่ (officer)ทำงานประจำและออกเอกสารได้ แต่อนุมัติจำหน่ายและปิดรอบตรวจนับไม่ได้
พนักงาน (staff)สแกนตรวจนับและแจ้งซ่อมได้เท่านั้น
ผู้ดูอย่างเดียว (viewer)ดูข้อมูลและรายงานได้ แต่แก้ไขไม่ได้ เหมาะกับผู้บริหารหรือผู้สอบบัญชี
1.2 ขั้นตอนเริ่มต้น 1-2-3
ทุกคน

ทำตามลำดับนี้เพื่อให้ระบบพร้อมใช้งานจริงตั้งแต่ทรัพย์สินชิ้นแรก ขั้นตอนตั้งค่าข้อมูลพื้นฐานทำครั้งเดียวตอนต้น แล้วใช้ได้ตลอด

สร้างบัญชีและองค์กร

  1. 1
    สมัครบัญชีที่หน้า /register (หรือเข้าสู่ระบบที่ /login หากมีบัญชีแล้ว) - สมัครเสร็จเข้าใช้งานได้ทันที
  2. 2
    สร้างองค์กรของคุณ กรอกชื่อองค์กร แล้วกดปุ่ม เริ่มใช้งาน - องค์กรนี้คือพื้นที่เก็บข้อมูลทรัพย์สินทั้งหมดของคุณ
ปีงบประมาณตั้งต้นไว้ที่เดือนตุลาคม (แบบราชการ) หากองค์กรของคุณใช้ปีงบแบบเอกชนที่เริ่มเดือนมกราคม ให้เปลี่ยนที่ ตั้งค่า > ข้อมูลบริษัท > ปีงบประมาณ ก่อนเริ่มบันทึกทรัพย์สิน เพราะค่านี้เป็นตัวตัดงวดค่าเสื่อมราคา

ตั้งค่าข้อมูลพื้นฐาน

  1. 1
    เพิ่มหมวดทรัพย์สิน (เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้สำนักงาน ยานพาหนะ) พร้อมกำหนดรหัสหมวดและอายุการใช้งานเริ่มต้น (วิธีคิดค่าเสื่อมเลือกตอนเพิ่มทรัพย์สินรายชิ้น)
  2. 2
    เพิ่มสถานที่ (อาคาร/ชั้น/ห้อง) สำหรับระบุว่าทรัพย์สินอยู่ที่ไหน
  3. 3
    เพิ่มแผนก/หน่วยงาน สำหรับระบุว่าทรัพย์สินสังกัดหน่วยงานใด

เพิ่มทรัพย์สินชิ้นแรกและพิมพ์ QR

  1. 1
    ไปที่เมนูทรัพย์สิน แล้วกดเพิ่มทรัพย์สิน กรอกข้อมูลตามฟอร์ม ระบบจะออกเลขครุภัณฑ์ให้อัตโนมัติ
  2. 2
    บันทึกทรัพย์สิน - ระบบสร้าง QR Code ให้ทรัพย์สินชิ้นนั้นทันที
  3. 3
    พิมพ์ป้าย QR (เลือกได้หลายชิ้นพร้อมกัน จัดลงกระดาษ A4) แล้วติดป้ายบนตัวทรัพย์สินจริง

ข้อมูลทรัพย์สินที่ควรกรอก

ฟิลด์จำเป็นคำอธิบาย
หมวดทรัพย์สินบังคับเลือกจากหมวดที่สร้างไว้ ใช้กำหนดรหัสนำหน้าเลขครุภัณฑ์และเติมอายุการใช้งานเริ่มต้นให้อัตโนมัติ
ชื่อทรัพย์สินบังคับชื่อที่ใช้เรียกและค้นหา
เลขครุภัณฑ์-ระบบออกให้อัตโนมัติรูปแบบ {รหัสหมวด}-{พ.ศ.}-NNNNN แยกเลขรันต่อองค์กร+หมวด+ปี
สถานที่ / แผนก / ผู้ครอบครอง-ระบุที่ตั้งและผู้รับผิดชอบปัจจุบัน ใช้กรองและออกรายงาน
ราคาทุน / มูลค่าซาก-กรอกเป็นบาท ระบบเก็บภายในเป็นสตางค์เพื่อความแม่นยำ ใช้คำนวณค่าเสื่อม
วันที่ได้มา-ใช้เป็นวันเริ่มคิดค่าเสื่อม ปีแรกคิดแบบ pro-rata ตามจำนวนวันที่ใช้งานจริง
Serial / ประกัน / รูปภาพ-ข้อมูลเสริม ช่วยอ้างอิงและตรวจสอบภายหลัง
ถ้าคุณมีทะเบียนทรัพย์สินเดิมเป็นไฟล์ Excel อยู่แล้ว ไม่ต้องพิมพ์ทีละชิ้น ใช้เมนูนำเข้า Excel เพื่ออัปโหลดทั้งทะเบียนในครั้งเดียว แล้วค่อยพิมพ์ QR เป็นชุด จะเร็วกว่ามาก
1.3 เช็กลิสต์สิ่งที่ควรเตรียม
ทุกคน

เตรียมให้พร้อมก่อนกรอกข้อมูลจริง

  • รายการหมวดทรัพย์สินขององค์กร พร้อมรหัสหมวดสั้น ๆ (เช่น CPU, FUR) และอายุการใช้งานเริ่มต้นของแต่ละหมวด
  • ผังสถานที่ (อาคาร/ชั้น/ห้อง) และรายชื่อแผนก/หน่วยงาน
  • ทะเบียนทรัพย์สินเดิม (ถ้ามี) - ไฟล์ Excel ที่มีชื่อ ราคาทุน วันที่ได้มา ฯลฯ สำหรับนำเข้า
  • ปีงบประมาณขององค์กร (ราชการ ต.ค. / เอกชน ม.ค.)
  • สติกเกอร์/กระดาษสำหรับพิมพ์ป้าย QR และอุปกรณ์มือถือสำหรับสแกน
ทรัพย์สินที่ไม่คิดค่าเสื่อม เช่น ที่ดิน ให้เลือกวิธีคิดค่าเสื่อมเป็น “ไม่คิดค่าเสื่อม” ตอนเพิ่ม/แก้ไขทรัพย์สินชิ้นนั้น ระบบจะไม่คำนวณค่าเสื่อมให้
ทรัพย์สินจะไม่ถูกลบถาวร เมื่อเลิกใช้/ตัดบัญชีจะเปลี่ยนเป็นสถานะ DISPOSED และคงประวัติไว้เพื่อการตรวจสอบ ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลเก่าจะหาย
ต้องสร้าง QR เองไหม?
ไม่ต้อง ระบบสร้าง QR ให้อัตโนมัติเมื่อบันทึกทรัพย์สิน โดยใช้รหัสสุ่มเพื่อกันการเดา/ไล่เลข คุณแค่สั่งพิมพ์ป้ายแล้วนำไปติด
สแกนตรวจนับตอนสัญญาณมือถือไม่ดีได้ไหม?
ได้ ระบบเก็บผลสแกนไว้ในเครื่องก่อน แล้ว sync ขึ้นระบบเมื่อกลับมาออนไลน์ การสแกนซ้ำชิ้นเดิมจะไม่สร้างรายการซ้ำ
ใครเห็นมูลค่าและค่าเสื่อมได้บ้าง?
หน้าสแกน QR สาธารณะจะแสดงเฉพาะข้อมูลทั่วไป ส่วนมูลค่าและค่าเสื่อมจะเห็นได้ก็ต่อเมื่อผู้สแกนเข้าสู่ระบบและเป็นสมาชิกขององค์กรนั้น
เริ่มใช้ฟรีได้ไหม?
ได้ แพ็กเกจฟรีรองรับทรัพย์สิน 100 ชิ้นและผู้ใช้ 3 คน เมื่อข้อมูลโตขึ้นอัปเกรดเองได้ทันที กดที่ชิปแพ็กเกจมุมล่างซ้ายของแถบเมนู เลือกแพ็กเกจแล้วชำระด้วย PromptPay ระบบอัปเดตสิทธิ์ให้อัตโนมัติ

2. บัญชีและการเข้าสู่ระบบ

เข้าสู่ระบบ จัดการโปรไฟล์ และความปลอดภัยของบัญชี

2.1 เข้าสู่ระบบและออกจากระบบ
ทุกคน

ถ้ายังไม่มีบัญชี ให้สมัครก่อนที่หน้า /register จากนั้นจึงเข้าใช้งานที่หน้า /login เมื่อเข้าสำเร็จระบบจะพาไปที่แดชบอร์ด (/dashboard) โดยอัตโนมัติ

เข้าสู่ระบบ

  1. 1
    เปิดหน้า /login
  2. 2
    กรอกอีเมลและรหัสผ่านที่ใช้สมัคร
  3. 3
    กดปุ่มเข้าสู่ระบบ ระบบจะพาไปยังแดชบอร์ดขององค์กรที่ใช้งานล่าสุด

ออกจากระบบ

  1. 1
    กดที่ชื่อหรือรูปโปรไฟล์ของคุณที่มุมล่างซ้ายของแถบเมนูด้านข้าง
  2. 2
    เลือกเมนูออกจากระบบ
  3. 3
    ระบบจะปิดเซสชันและกลับไปหน้าเข้าสู่ระบบ
หากใช้เครื่องสาธารณะหรือเครื่องที่ใช้ร่วมกัน ควรกดออกจากระบบทุกครั้งหลังเลิกใช้งาน เพื่อป้องกันผู้อื่นเข้าถึงข้อมูลทรัพย์สินขององค์กร
2.2 รหัสผ่านและความปลอดภัย
ทุกคน
ลืมรหัสผ่าน: กดลิงก์ ลืมรหัสผ่าน? ที่หน้าเข้าสู่ระบบ กรอกอีเมลแล้วระบบจะส่งลิงก์ตั้งรหัสผ่านใหม่ไปให้ (ถ้าไม่พบในกล่องขาเข้า ลองดูในจดหมายขยะ) ลิงก์มีอายุจำกัด หากหมดอายุให้ขอใหม่ได้ และขอลิงก์ได้ 3 ครั้งต่อ 15 นาที
ตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายาก ไม่ซ้ำกับบริการอื่น และไม่บอกรหัสผ่านให้ผู้อื่น หากต้องการให้คนอื่นเข้าใช้งานองค์กร ให้เชิญเป็นผู้ใช้แล้วกำหนดบทบาทแทนการแชร์บัญชีเดียวกัน เพื่อให้ตรวจสอบประวัติการทำงานได้ถูกคน
ทุกการกระทำที่กระทบทรัพย์สินหรือสิทธิ์ เช่น สร้าง/โอนย้ายทรัพย์สิน ปิดรอบตรวจนับ หรืออนุมัติจำหน่าย จะถูกบันทึกไว้ในบันทึกกิจกรรม (audit log) ผูกกับบัญชีผู้ทำรายการ การใช้บัญชีของตัวเองจึงสำคัญต่อความถูกต้องของข้อมูล
2.3 โปรไฟล์และการสลับองค์กร
ทุกคน

บัญชีหนึ่งสามารถเป็นสมาชิกได้หลายองค์กร ข้อมูลทรัพย์สินของแต่ละองค์กรแยกขาดจากกันโดยสมบูรณ์ คุณจึงทำงานทีละองค์กรตามองค์กรที่กำลังเลือกใช้งานอยู่

ข้อมูลบัญชีของคุณ

ฟิลด์จำเป็นคำอธิบาย
ชื่อที่แสดง-ชื่อที่ปรากฏในเมนูผู้ใช้มุมล่างซ้ายและในประวัติการทำรายการ แก้ไขเองได้ที่หน้าบัญชีของฉัน
อีเมล-ใช้สำหรับเข้าสู่ระบบ ตั้งไว้ตอนสมัครบัญชีและแก้เองไม่ได้
รูปโปรไฟล์-รูปประจำตัว แสดงในเมนูผู้ใช้ อัปโหลดหรือลบเองได้ที่หน้าบัญชีของฉัน (JPG หรือ PNG ไม่เกิน 5MB)
แก้ไขโปรไฟล์ได้ที่เมนูผู้ใช้มุมล่างซ้าย > บัญชีของฉัน เปลี่ยนชื่อที่แสดง อัปโหลดหรือลบรูปประจำตัว และเปลี่ยนรหัสผ่านได้ในหน้าเดียวกัน ส่วนอีเมลแก้เองไม่ได้เพราะใช้เป็นชื่อผู้ใช้ หากจำเป็นต้องเปลี่ยน กรุณาติดต่อทีมงาน AssetFlow

สลับองค์กร

  1. 1
    กดที่ชื่อองค์กร (มีไอคอนรูปอาคาร) ที่มุมบนซ้ายของแถบเมนูด้านข้าง
  2. 2
    เลือกองค์กรที่ต้องการจากรายการองค์กรที่คุณเป็นสมาชิก
  3. 3
    ระบบจะเปลี่ยนไปทำงานในองค์กรที่เลือก และจดจำองค์กรล่าสุดไว้ใช้ในการเข้าสู่ระบบครั้งถัดไป
บทบาทของคุณอาจต่างกันในแต่ละองค์กร เช่น เป็นผู้ดูแลในองค์กรหนึ่งแต่เป็นผู้ดูอย่างเดียวในอีกองค์กรหนึ่ง สิ่งที่ทำได้จะเปลี่ยนตามองค์กรที่กำลังเลือกใช้งาน
2.4 ธีมและการแสดงผล
ทุกคน

เปลี่ยนธีม (สว่าง/มืด)

  1. 1
    กดที่เมนูผู้ใช้ที่มุมล่างซ้าย
  2. 2
    เลือกธีมที่ต้องการ - สว่าง มืด หรือตามระบบ (ปรับอัตโนมัติตามการตั้งค่าของอุปกรณ์)
  3. 3
    การแสดงผลจะเปลี่ยนทันทีและจดจำไว้สำหรับการใช้งานครั้งถัดไป
เปลี่ยนธีมแล้วกระทบข้อมูลหรือคนอื่นไหม
ไม่กระทบ ธีมเป็นการตั้งค่าการแสดงผลส่วนตัวของบัญชีคุณบนอุปกรณ์ที่ใช้ ไม่เปลี่ยนข้อมูลทรัพย์สินและไม่กระทบผู้ใช้คนอื่น
เข้าสู่ระบบแล้วเจอองค์กรผิดอัน
ระบบจะเปิดองค์กรที่ใช้งานล่าสุดให้ก่อน ให้สลับองค์กรจากเมนูชื่อองค์กร (ไอคอนอาคาร) ที่มุมบนซ้ายของแถบเมนูด้านข้าง ไปยังองค์กรที่ต้องการ ระบบจะจดจำไว้ใช้ครั้งถัดไป
วันที่ในระบบเป็นปีอะไร
ระบบแสดงวันที่เป็นพุทธศักราช (พ.ศ.) ทั้งหมด และคำนวณวันตามเวลาประเทศไทย (Asia/Bangkok)

3. แดชบอร์ดภาพรวม

อ่านค่าสถิติและการ์ดสรุปบนหน้าแดชบอร์ด

3.1 แดชบอร์ดคืออะไร
ทุกคน

แดชบอร์ดคือหน้าแรกหลังเข้าสู่ระบบ (เมนู แดชบอร์ด) สรุปสถานะทรัพย์สินทั้งองค์กรในหน้าจอเดียว เพื่อให้ฝ่ายพัสดุ/บัญชีเห็นภาพรวมและงานค้างที่ต้องจัดการ ตัวเลขทั้งหมดคิดเฉพาะทรัพย์สินในองค์กรที่กำลังใช้งานอยู่เท่านั้น หากดูแลหลายองค์กร ให้สลับองค์กรที่ชื่อองค์กร (ไอคอนอาคาร) มุมบนซ้ายของแถบเมนูด้านข้างก่อน ตัวเลขจะอัปเดตตามองค์กรที่เลือก

มูลค่าทุกค่าบนการ์ดแสดงเป็นบาท วันที่แสดงเป็น พ.ศ. ตัวเลขเป็นค่า ณ เวลาที่เปิดหน้า หากเพิ่งบันทึกข้อมูลแล้วยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง ให้รีเฟรชหน้าอีกครั้ง

ทุกบทบาท (เจ้าของ / ผู้ดูแล / เจ้าหน้าที่ / พนักงาน / ผู้ดูอย่างเดียว) เปิดแดชบอร์ดได้ แต่การ์ดและเมนูที่เห็น รวมถึงการกดเข้าไปทำงาน จะเป็นไปตามสิทธิ์ของบทบาท เช่น พนักงานเน้นสแกนตรวจนับ/แจ้งซ่อม จึงเห็นการ์ดและเมนูจำกัดกว่า และแก้ไขทะเบียนทรัพย์สินไม่ได้
3.2 การ์ดสรุปสถิติ
ทุกคน

แถวบนคือการ์ดสรุปตัวเลขหลัก 4 ใบ ใช้ดูสุขภาพรวมของทะเบียนทรัพย์สินอย่างรวดเร็ว การ์ดสรุปกลุ่มนี้เป็นกล่องไว้ดูอย่างเดียว กดเข้าไปไม่ได้ (ส่วนการ์ดเตือนถัดลงไปกดเข้าไปดูรายการได้)

ความหมายของแต่ละการ์ด

รายการความหมาย
ทรัพย์สินทั้งหมดจำนวนทรัพย์สินที่ใช้งานอยู่ทั้งหมด (เป็นจำนวนชิ้น ไม่นับที่จำหน่ายแล้ว)
มูลค่ารวม (ราคาทุน)ผลรวมราคาทุนของทรัพย์สินที่ใช้งานอยู่ทั้งหมด แสดงเป็นบาท
มูลค่าตามบัญชีคงเหลือมูลค่าตามบัญชีปัจจุบันหลังหักค่าเสื่อมสะสมแล้ว แสดงเป็นบาท นับทั้งองค์กรรวมทรัพย์สินที่ไม่คิดค่าเสื่อม เช่น ที่ดิน ซึ่งคงมูลค่าเท่าราคาทุน จึงมากกว่าตัวเลขชื่อเดียวกันในรายงานค่าเสื่อมที่นับเฉพาะทรัพย์สินที่คิดค่าเสื่อม
ค่าเสื่อมปีงบปัจจุบันค่าเสื่อมราคารวมของปีงบที่กำลังดำเนินอยู่ (แสดงปีเป็น พ.ศ.) ใช้ประกอบการทำงบและวางแผนงบประมาณ
มูลค่าตามบัญชีและค่าเสื่อมเป็นข้อมูลภายในองค์กร ผู้ที่สแกน QR จากภายนอก (ไม่ได้เป็นสมาชิกองค์กร) จะไม่เห็นตัวเลขเหล่านี้ในหน้าสแกนสาธารณะ
3.3 การ์ดเตือนงานที่ต้องจัดการ
ทุกคน

ถัดจากการ์ดสรุปคือการ์ดเตือน 4 ใบ รวบรวมงานค้างที่ต้องตามเก็บ ต่างจากการ์ดสรุปตรงที่การ์ดเตือนกดเข้าไปดูรายการได้ทันที หากการ์ดใดไม่มีรายการค้าง จะแสดงเป็นศูนย์

รายการที่การ์ดเตือนติดตามให้ (กดเข้าไปดูรายการได้)

  • งานซ่อมค้าง - ใบแจ้งซ่อมที่ยังไม่ปิดงาน กดแล้วพาไปหน้าแจ้งซ่อม เพื่อตามงานซ่อมที่คั่งค้าง
  • ยืมเกินกำหนด - ทรัพย์สินที่ถูกยืมออกไปและเลยวันกำหนดคืนแล้วยังไม่คืน กดแล้วพาไปหน้าทะเบียนทรัพย์สินเพื่อตามคืน
  • ประกันใกล้หมด (30 วัน) - ทรัพย์สินที่ประกัน/รับประกันจะหมดอายุภายใน 30 วัน กดแล้วพาไปหน้าทะเบียนทรัพย์สิน เพื่อพิจารณาต่อประกันหรือวางแผนซ่อม/จำหน่าย
  • คำขอจำหน่ายรออนุมัติ - คำขอจำหน่ายที่ยังรอผู้มีสิทธิ์อนุมัติ กดแล้วพาไปหน้าจำหน่ายเพื่อพิจารณาอนุมัติ
ทำให้การ์ดเตือนกลับมาเป็นศูนย์เป็นนิสัยประจำสัปดาห์ ช่วยให้ทะเบียนทรัพย์สินตรงกับของจริง และทำให้รายงาน/การตรวจนับประจำปีราบรื่นขึ้น
3.4 สรุปตามสถานะและมูลค่าตามหมวด
ทุกคน

ใต้การ์ดทั้งสองแถวมีอีก 2 ส่วนช่วยให้เห็นภาพละเอียดขึ้น คือสรุปจำนวนทรัพย์สินตามสถานะ และกราฟมูลค่าตามหมวด

ตามสถานะ

รายการความหมาย
นับทรัพย์สินตามสถานะแสดงจำนวนทรัพย์สินแยกตามสถานะ ได้แก่ ใช้งาน / ซ่อม / ยืมออก / รอจำหน่าย / จำหน่ายแล้ว ช่วยให้เห็นว่าทรัพย์สินกระจายอยู่ในสถานะใดบ้าง
ลิงก์ลัดรอบตรวจนับถ้ามีรอบตรวจนับเปิดอยู่ ส่วนนี้จะมีลิงก์ลัดให้กดเข้าไปที่รอบตรวจนับได้ทันที

มูลค่าตามหมวด (สูงสุด 8): กราฟแท่งแสดงมูลค่ารวมของทรัพย์สินแยกตามหมวด เรียงจากมากไปน้อยและแสดงสูงสุด 8 หมวด ช่วยให้เห็นว่ามูลค่าทรัพย์สินกระจุกอยู่ในหมวดใด เพื่อใช้วางแผนงบประมาณและการตรวจสอบ

3.5 การนำทางและการใช้งานต่อ
ทุกคน

เมนูหลักอยู่ที่แถบด้านซ้าย มี 7 เมนู ได้แก่ แดชบอร์ด / ทะเบียนทรัพย์สิน / ตรวจนับ / แจ้งซ่อม / จำหน่าย / รายงาน / ตั้งค่า เมนูที่แสดงขึ้นกับสิทธิ์ของบทบาทคุณ - บางเมนูอาจไม่ปรากฏหากบทบาทไม่มีสิทธิ์เข้าถึง

ค่าเสื่อมราคาไม่มีเมนูแยก แต่อยู่ในเมนูรายงาน ส่วนการโอนย้ายและการยืม-คืน ก็ไม่มีเมนูแยกเช่นกัน ให้ทำในหน้ารายละเอียดของทรัพย์สินแต่ละชิ้น (เปิดจากเมนูทะเบียนทรัพย์สิน)

เริ่มงานจากแดชบอร์ด

  1. 1
    อ่านการ์ดสรุป 4 ใบด้านบนเพื่อดูภาพรวม ทรัพย์สินทั้งหมด มูลค่ารวม มูลค่าตามบัญชีคงเหลือ และค่าเสื่อมปี
  2. 2
    ตรวจการ์ดเตือน หากมีงานซ่อมค้าง ยืมเกินกำหนด ประกันใกล้หมด หรือคำขอจำหน่ายรออนุมัติ ให้กดเข้าไปจัดการก่อน
  3. 3
    ใช้เมนูด้านซ้ายเปิดงานที่ต้องการ เช่น ทะเบียนทรัพย์สิน ตรวจนับ แจ้งซ่อม จำหน่าย หรือรายงาน (ค่าเสื่อมราคาอยู่ในรายงาน)
  4. 4
    หากดูแลหลายองค์กร สลับองค์กรที่ชื่อองค์กรมุมบนซ้ายของแถบเมนูก่อนเริ่มงาน เพื่อให้แน่ใจว่าทำงานในองค์กรที่ถูกต้อง
ตัวเลขบนการ์ดไม่ตรงกับที่เพิ่งบันทึก ทำอย่างไร
รีเฟรชหน้าแดชบอร์ดอีกครั้ง ตัวเลขเป็นค่า ณ เวลาที่เปิดหน้า หากยังไม่ตรง ให้ตรวจว่ากำลังดูองค์กรที่ถูกต้องอยู่หรือไม่
ทำไมการ์ดมูลค่าหรือบางเมนูไม่แสดงให้ฉันเห็น
การแสดงผลขึ้นกับบทบาทของคุณ เช่น พนักงาน (staff) เน้นสแกนตรวจนับและแจ้งซ่อม จึงเห็นเมนูจำกัดกว่าผู้ดูแล หากต้องการสิทธิ์เพิ่ม ติดต่อเจ้าของหรือผู้ดูแลองค์กร
ทรัพย์สินที่จำหน่ายแล้วถูกนับในการ์ดจำนวนทรัพย์สินไหม
ไม่นับ การ์ดจำนวนทรัพย์สินนับเฉพาะที่ใช้งานอยู่ ทรัพย์สินที่จำหน่ายจะเปลี่ยนสถานะเป็น DISPOSED และเก็บไว้เป็นประวัติ (ไม่ลบทิ้ง) ดูย้อนหลังได้ในเมนูจำหน่ายและรายงาน

4. ทะเบียนทรัพย์สิน

เพิ่ม แก้ไข ค้นหาทรัพย์สิน และออกเลขครุภัณฑ์อัตโนมัติ

4.1 เพิ่มทรัพย์สิน
ทุกคน

ทะเบียนทรัพย์สินคือบัญชีรายการครุภัณฑ์ทั้งหมดขององค์กร แต่ละชิ้นบันทึกหมวด สถานที่ แผนก ผู้ครอบครอง มูลค่า เลขเครื่อง (serial) ประกัน และรูปภาพ เมื่อบันทึกแล้วระบบจะออกเลขครุภัณฑ์และสร้าง QR ให้อัตโนมัติ พร้อมนำไปพิมพ์ป้ายติดได้ทันที

ขั้นตอนเพิ่มทรัพย์สิน

  1. 1
    ไปที่เมนู ทรัพย์สิน แล้วกดปุ่ม เพิ่มทรัพย์สิน
  2. 2
    เลือกหมวดทรัพย์สิน (จำเป็น) - เป็นตัวกำหนดรหัสหมวดในเลขครุภัณฑ์และวิธีคิดค่าเสื่อม
  3. 3
    กรอกชื่อทรัพย์สิน และข้อมูลที่มี เช่น สถานที่ แผนก ผู้ครอบครอง ราคาทุน วันที่ได้มา
  4. 4
    อัปโหลดรูป กรอก serial และวันหมดประกัน (ถ้ามี)
  5. 5
    กดบันทึก ระบบจะออกเลขครุภัณฑ์และ QR ให้อัตโนมัติ

ฟิลด์ในฟอร์มเพิ่ม/แก้ไขทรัพย์สิน

ฟิลด์จำเป็นคำอธิบาย
ชื่อทรัพย์สินบังคับชื่อที่ใช้เรียกและค้นหา เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์สำนักงาน ชั้น 2
หมวดทรัพย์สินบังคับเลือกจากหมวดที่ตั้งไว้ - กำหนดรหัสหมวดในเลขครุภัณฑ์ และเติมอายุการใช้งานเริ่มต้นให้อัตโนมัติ
วันที่ได้มาบังคับวันที่เริ่มครอบครอง ใช้เป็นจุดเริ่มคิดค่าเสื่อม (ปีแรกคิดตามสัดส่วนวัน) แสดงผลเป็น พ.ศ.
สถานที่-อาคาร/ชั้น/ห้องที่ตั้งทรัพย์สิน ใช้ตรวจสอบตอนตรวจนับว่าอยู่ผิดที่หรือไม่
แผนก-หน่วยงานที่รับผิดชอบทรัพย์สินชิ้นนี้
ผู้ครอบครอง-ผู้ดูแล/ผู้ใช้งานปัจจุบัน เปลี่ยนผ่านปุ่มโอนย้าย/ยืม-คืน บนหน้ารายละเอียด เพื่อเก็บประวัติ
ยี่ห้อ / รุ่น-ยี่ห้อและรุ่นของทรัพย์สิน ช่วยระบุตัวและแสดงในหน้าสแกน QR
ราคาทุน-มูลค่าที่ได้มา กรอกเป็นบาท ใช้เป็นฐานคำนวณค่าเสื่อมราคา (เว้นว่างได้ แต่ถ้าไม่กรอก ระบบจะยังคำนวณค่าเสื่อมให้ไม่ได้)
มูลค่าซาก-มูลค่าคงเหลือที่คาดว่าจะได้เมื่อสิ้นอายุการใช้งาน ค่าเสื่อมคิดจาก (ราคาทุน − มูลค่าซาก) - ต้องไม่เกินราคาทุน
วิธีคิดค่าเสื่อม-เลือกแบบเส้นตรง หรือ ไม่คิดค่าเสื่อม (เช่น ที่ดิน) ระบบเติมให้ตามหมวดที่เลือก ปรับเองได้
อายุการใช้งาน (ปี)-จำนวนปีที่ใช้เฉลี่ยค่าเสื่อม ระบบเติมให้ตามหมวดที่เลือก ปรับเองได้
วันเริ่มคิดค่าเสื่อม-จุดเริ่มคิดค่าเสื่อม ถ้าเว้นว่างระบบจะใช้วันที่ได้มา
ประเภทการได้มา-จัดซื้อ / รับบริจาค / รับโอน / อื่น ๆ
เลขที่เอกสารจัดซื้อ-เลขที่ใบสั่งซื้อ/เอกสารอ้างอิงตอนได้มา (ถ้ามี)
ผู้ขาย/ผู้ดูแล-ชื่อผู้ขาย ผู้รับประกัน หรือผู้ดูแลที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
เลขเครื่อง (serial)-หมายเลขจากผู้ผลิต ช่วยยืนยันตัวทรัพย์สิน
วันหมดประกัน-วันที่ประกันหมดอายุ (ถ้ามี) ระบบใช้เตือน “ประกันใกล้หมด” บนแดชบอร์ด
หมายเหตุ-รายละเอียดเพิ่มเติมอื่น ๆ
รูปภาพ-อัปโหลดรูปทรัพย์สินเพื่อยืนยันสภาพและช่วยระบุตัวตอนตรวจนับ
ช่องบังคับมีแค่ ชื่อทรัพย์สิน หมวดทรัพย์สิน และวันที่ได้มา ที่เหลือกรอกทีหลังได้ แต่แนะนำกรอกราคาทุนและมูลค่าซากให้ครบตั้งแต่แรก เพื่อให้ระบบคำนวณค่าเสื่อมราคาได้ถูกต้องโดยไม่ต้องตามแก้ภายหลัง
4.2 เลขครุภัณฑ์อัตโนมัติและ QR
ทุกคน

เมื่อบันทึกทรัพย์สิน ระบบจะออกเลขครุภัณฑ์ให้อัตโนมัติในรูปแบบ {รหัสหมวด}-{พ.ศ.}-NNNNN โดยเลขลำดับ (NNNNN) นับแยกต่อองค์กร ต่อหมวด และต่อปี เช่น COM-2569-00001 ระบบป้องกันเลขซ้ำหรือเลขกระโดดให้ในตัว ไม่ต้องจดเองในสมุด

พร้อมกันนั้นระบบจะสร้าง QR Code ที่ใช้ token สุ่มเฉพาะตัว (ไม่ใช่เลขที่เดาได้) เพื่อป้องกันการเดา/ไล่เลขเข้าดูข้อมูลทรัพย์สินคนอื่น นำ QR ไปพิมพ์ป้ายติดและสแกนดูข้อมูลได้ ดูรายละเอียดที่หัวข้อ QR Code และพิมพ์ป้าย

เลขครุภัณฑ์ออกตามหมวดที่เลือก จึงควรตั้งหมวดทรัพย์สินและรหัสหมวดให้เรียบร้อยก่อนเริ่มลงทะเบียนจำนวนมาก
4.3 ค้นหา แก้ไข และนำเข้า Excel
ทุกคน

หน้าทะเบียนทรัพย์สินแสดงรายการทั้งหมดในรูปตาราง ค้นหาด้วยชื่อหรือเลขครุภัณฑ์ และกรองตามหมวด สถานที่ หรือสถานะได้ คลิกที่รายการเพื่อดูรายละเอียดและประวัติของทรัพย์สินชิ้นนั้น

แก้ไขทรัพย์สิน

  1. 1
    เปิดรายการทรัพย์สินที่ต้องการ (หรือกดเมนู ⋯ ท้ายแถวในตาราง แล้วเลือกแก้ไข)
  2. 2
    กดปุ่ม แก้ไข ที่มุมบนขวาของหน้ารายละเอียด
  3. 3
    ปรับข้อมูลที่ต้องการแล้วบันทึก

ปุ่มอื่น ๆ บนหน้ารายละเอียดทรัพย์สิน (มุมบนขวา)

  • โอนย้าย/ยืม-คืน - ย้ายที่ เปลี่ยนผู้ครอบครอง หรือยืม-คืนทรัพย์สิน (ระบบเก็บประวัติให้)
  • แจ้งซ่อม - เปิดใบแจ้งซ่อมของทรัพย์สินชิ้นนี้
  • เสนอจำหน่าย - เสนอจำหน่าย/ตัดบัญชีทรัพย์สินชิ้นนี้
  • แก้ไข / ลบ - แก้ข้อมูลทะเบียน หรือลบ (ลบได้เฉพาะเจ้าของและผู้ดูแล)
การย้ายสถานที่ เปลี่ยนแผนก หรือเปลี่ยนผู้ครอบครอง ให้กดปุ่ม โอนย้าย/ยืม-คืน บนหน้ารายละเอียดทรัพย์สิน ไม่ใช่แก้ในฟอร์มแก้ไข เพื่อให้ระบบบันทึกประวัติการเคลื่อนไหวไว้ครบ (แก้ในฟอร์มแก้ไขจะไม่เก็บประวัติ)

นำเข้าทรัพย์สินจาก Excel

  1. 1
    ดาวน์โหลดไฟล์ Excel ต้นแบบจากหน้านำเข้า
  2. 2
    กรอกข้อมูลทรัพย์สินตามคอลัมน์ในต้นแบบ (เช่น ชื่อ หมวด ราคาทุน วันที่ได้มา) - สูงสุด 1,000 แถวต่อครั้ง
  3. 3
    อัปโหลดไฟล์กลับเข้าระบบ
  4. 4
    ตรวจสอบรายการที่ระบบอ่านได้และข้อผิดพลาด (ถ้ามี) แล้วยืนยันการนำเข้า
  5. 5
    ระบบจะออกเลขครุภัณฑ์และ QR ให้ทุกชิ้นที่นำเข้าสำเร็จ
ถ้าในไฟล์มีหมวด สถานที่ หรือแผนกที่ยังไม่เคยตั้งไว้ ระบบจะสร้างให้อัตโนมัติตอนยืนยัน และถ้าต้องการใช้เลขครุภัณฑ์เดิม (เช่นจากทะเบียนเก่า) กรอกในไฟล์ได้เลย - เว้นว่างระบบจะออกเลขให้ และเช็คไม่ให้เลขซ้ำ
เหมาะกับการย้ายข้อมูลจากทะเบียนเดิม (เช่นไฟล์ Excel เก่า) เข้าระบบครั้งแรก แนะนำทดลองนำเข้าจำนวนน้อยก่อนเพื่อตรวจรูปแบบข้อมูลให้ตรง
4.4 สถานะทรัพย์สินและการลบ
ทุกคน

ทรัพย์สินแต่ละชิ้นมีสถานะที่บอกว่ากำลังถูกใช้งานหรืออยู่ในกระบวนการใด สถานะจะเปลี่ยนตามการทำงานในเมนูที่เกี่ยวข้อง (โอนย้าย-ยืมคืน แจ้งซ่อม จำหน่าย)

ความหมายของสถานะ

รายการความหมาย
ใช้งาน (in_use)ทรัพย์สินอยู่ในการใช้งานปกติ
ซ่อม (in_repair)อยู่ระหว่างซ่อม จากการแจ้งซ่อม
ยืมออก (on_loan)ถูกยืมออกไปและยังไม่คืน มีกำหนดวันคืน
รอจำหน่าย (pending_disposal)เสนอจำหน่ายแล้ว รอการอนุมัติ
จำหน่ายแล้ว (disposed)ตัดบัญชีออกแล้ว แต่ยังคงประวัติไว้ในระบบเพื่อตรวจสอบ
ระบบไม่ลบทรัพย์สินออกจริง การลบเป็นแบบเก็บประวัติ (soft delete) รายการจะหายจากทะเบียนปกติแต่ข้อมูลและประวัติยังอยู่ ส่วนทรัพย์สินที่ขาย/ตัดบัญชีให้ใช้การจำหน่าย (สถานะจำหน่ายแล้ว) ไม่ใช่การลบ
ใครเพิ่ม/แก้ไข/ลบทรัพย์สินได้บ้าง
เพิ่มและแก้ไขทรัพย์สินได้: เจ้าของ ผู้ดูแล และเจ้าหน้าที่ ส่วนการลบทำได้เฉพาะเจ้าของและผู้ดูแลเท่านั้น พนักงาน (staff) ทำได้เฉพาะสแกนตรวจนับและแจ้งซ่อม ส่วนผู้ดูอย่างเดียว (viewer) ดูได้แต่แก้ไม่ได้
แก้เลขครุภัณฑ์เองได้ไหม
ในฟอร์มเพิ่ม/แก้ไขปกติ เลขครุภัณฑ์ออกอัตโนมัติตามหมวดและปี แก้เองไม่ได้ เพื่อให้ไม่ซ้ำและตรวจสอบได้ แต่ถ้านำเข้าจากไฟล์ Excel จะระบุเลขครุภัณฑ์เดิม (เช่นเลขจากทะเบียนเก่า) เองได้ โดยระบบจะเช็คไม่ให้ซ้ำ หากต้องการเปลี่ยนรหัสหมวด ให้ปรับที่การตั้งค่าหมวดทรัพย์สิน
เผลอลบทรัพย์สินไปจะกู้คืนได้ไหม
เนื่องจากเป็นการลบแบบเก็บประวัติ ข้อมูลยังอยู่ในระบบ ติดต่อผู้ดูแลองค์กรเพื่อช่วยกู้รายการกลับมาได้

5. QR Code และพิมพ์ป้าย

สร้าง QR พิมพ์ป้ายติดทรัพย์สิน และหน้าสแกนสาธารณะ

5.1 QR Code ของทรัพย์สิน
ทุกคน

ทรัพย์สินทุกชิ้นได้ QR Code ประจำตัวอัตโนมัติเมื่อบันทึก ใช้สำหรับติดป้าย สแกนตรวจนับ แจ้งซ่อม และเปิดดูข้อมูลหน้างานได้ทันทีจากมือถือ ไม่ต้องค้นในระบบทีละรายการ

QR ของ AssetFlow ทำงานอย่างไร

  • แต่ละ QR ฝัง token แบบสุ่ม (ไม่ใช่เลขครุภัณฑ์หรือ id เรียงลำดับ) จึงเดา/ไล่หมายเลขทรัพย์สินชิ้นอื่นไม่ได้
  • QR เข้ารหัสเป็นลิงก์ /a/{token} ที่ไม่ซ้ำกันทั้งระบบ สแกนแล้วเปิดหน้าข้อมูลทรัพย์สินชิ้นนั้นโดยตรง
  • สแกนด้วยกล้องมือถือหรือแอปอ่าน QR ทั่วไปได้เลย ไม่ต้องลงโปรแกรมพิเศษ
  • token ผูกกับทรัพย์สินถาวร ไม่เปลี่ยนเมื่อโอนย้าย เปลี่ยนผู้ครอบครอง หรือแก้ไขข้อมูล
เราใช้ token สุ่มแทนเลขครุภัณฑ์ใน QR เพื่อกันการไล่เดา (enumeration) คนที่ถือป้าย QR ของชิ้นหนึ่งจะไม่สามารถคาดเดาลิงก์ของชิ้นอื่นในองค์กรได้
5.2 พิมพ์ป้าย QR เป็นชุดลง A4
ทุกคน

พิมพ์ป้ายสติกเกอร์ QR ได้ครั้งละหลายรายการ (สูงสุด 200 ป้ายต่อครั้ง) ระบบจัดเรียงลงกระดาษ A4 ให้อัตโนมัติ (ประมาณ 3 ป้ายต่อแถว) เป็นไฟล์ PDF แต่ละป้ายมี QR เลขครุภัณฑ์ ชื่อทรัพย์สิน และชื่อองค์กร เหมาะกับการติดทรัพย์สินจำนวนมากในคราวเดียว (ขนาดและการจัดวางป้ายเป็นรูปแบบมาตรฐาน ปรับเองไม่ได้)

ขั้นตอนพิมพ์ป้าย

  1. 1
    เปิดเมนูทะเบียนทรัพย์สิน แล้วติ๊กเลือกรายการที่ต้องการพิมพ์ป้าย (เลือกหลายชิ้นพร้อมกันได้ สูงสุด 200 ชิ้น)
  2. 2
    เมื่อติ๊กเลือกแล้ว แถบเครื่องมือด้านบนจะมีปุ่ม พิมพ์ label ขึ้นมา กดเพื่อสร้างและดาวน์โหลดไฟล์ PDF
  3. 3
    เปิดไฟล์ PDF แล้วสั่งพิมพ์ลงกระดาษสติกเกอร์ A4 ตั้งค่าเครื่องพิมพ์เป็น 100% / ขนาดจริง (ไม่ย่อ-ขยายให้พอดีหน้า)
  4. 4
    ลอกสติกเกอร์ติดบนตัวทรัพย์สินในจุดที่สแกนสะดวก

เคล็ดลับการติดป้าย

  • ติดในจุดที่เห็นชัด เอื้อมสแกนสะดวก เช่น ด้านหน้า/ด้านข้างของอุปกรณ์ ไม่ติดใต้ฐานหรือด้านที่ชิดผนัง
  • เลี่ยงพื้นผิวโค้งมากหรือขรุขระ เพราะ QR ที่งอจะสแกนยาก เลือกผิวเรียบและสะอาด
  • อย่าติดทับรอยต่อฝา/ช่องที่ต้องเปิด-ปิดบ่อย และอย่าให้สติกเกอร์ยับหรือพับมุม
  • ทรัพย์สินที่อยู่กลางแจ้งหรือโดนความชื้น ควรใช้สติกเกอร์กันน้ำ/ทนแดด หรือเคลือบใสทับ
  • ลองสแกนป้ายที่ติดเสร็จ 1-2 ชิ้นให้แน่ใจว่าเปิดหน้าทรัพย์สินถูกตัว ก่อนติดทั้งล็อต
ถ้าป้ายเดิมหลุด เลือนลาง หรือชำรุด ให้กลับไปที่ทะเบียนทรัพย์สิน ติ๊กเลือกชิ้นนั้น แล้วกด พิมพ์ label ใหม่ ระบบใช้ token เดิม ป้ายใหม่จึงยังชี้ไปทรัพย์สินตัวเดิม ไม่ต้องสร้างทะเบียนใหม่
5.3 หน้าสแกนสาธารณะ /a/{token}
ทุกคน

เมื่อสแกน QR จะเปิดหน้าข้อมูลทรัพย์สินที่ลิงก์ /a/{token} หน้านี้เปิดดูได้แม้ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ แต่ระบบจะแสดงเฉพาะข้อมูลทั่วไปและซ่อนข้อมูลเชิงการเงินไว้ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลองค์กร

เห็นอะไร / ซ่อนอะไร

รายการความหมาย
ทุกคนที่สแกน (ไม่ล็อกอิน)เห็นข้อมูลทั่วไป เช่น ชื่อทรัพย์สิน เลขครุภัณฑ์ สถานะ หมวด สถานที่ และยี่ห้อ/รุ่น เพื่อยืนยันว่าเป็นทรัพย์สินชิ้นใด
ข้อมูลที่ซ่อนจากบุคคลภายนอกราคาทุน มูลค่าซาก วันที่ได้มา และผู้ครอบครอง จะไม่แสดงให้ผู้ที่ไม่ใช่สมาชิกองค์กรเห็น (ค่าเสื่อมราคาแบบละเอียดดูได้ในหน้าทรัพย์สินในระบบเท่านั้น)
สมาชิกองค์กรที่ล็อกอินแล้วเมื่อเข้าสู่ระบบและเป็นสมาชิกองค์กรเจ้าของทรัพย์สิน จะเห็นเพิ่ม ราคาทุน มูลค่าซาก วันที่ได้มา และผู้ครอบครอง พร้อมปุ่มเปิดดูในระบบเพื่อทำงานต่อตามสิทธิ์ของบทบาท
ข้อมูลมูลค่า (ราคาทุน/มูลค่าซาก) วันที่ได้มา และผู้ครอบครอง จะเห็นได้เฉพาะสมาชิกองค์กรที่เข้าสู่ระบบเท่านั้น คนทั่วไปที่หยิบของขึ้นมาสแกนจะเห็นเพียงข้อมูลพื้นฐานสำหรับระบุตัวทรัพย์สิน ไม่เห็นตัวเลขทางการเงิน
ถ้าป้าย QR ถูกลอกไปติดของชิ้นอื่นจะรู้ไหม
QR ผูกกับทรัพย์สินเดิมเสมอ เมื่อสแกนจะเปิดข้อมูลของชิ้นที่ลงทะเบียนไว้กับ token นั้น หากเห็นว่าป้ายอยู่ผิดตัว ให้พิมพ์ป้ายใหม่ติดให้ถูกชิ้น และอย่านำป้ายเดิมไปติดของอื่น
คนนอกองค์กรที่บังเอิญสแกนเจอ จะเห็นข้อมูลลับไหม
ไม่เห็น หน้าสาธารณะแสดงเฉพาะข้อมูลทั่วไปสำหรับระบุตัวทรัพย์สิน ส่วนมูลค่า (ราคาทุน/มูลค่าซาก) และผู้ครอบครอง จะแสดงเฉพาะสมาชิกองค์กรที่เข้าสู่ระบบแล้ว
ต้องสร้าง QR เองทีละชิ้นไหม
ไม่ต้อง ระบบสร้าง QR ให้อัตโนมัติเมื่อบันทึกทรัพย์สิน เพียงเลือกรายการแล้วสั่งพิมพ์ป้ายเป็นชุดได้เลย

6. ตรวจนับประจำปี

เปิดรอบ สแกนนับด้วยมือถือ (ออฟไลน์) และดูส่วนต่าง

เฉพาะ เจ้าของ / ผู้ดูแล / เจ้าหน้าที่ / พนักงาน
6.1 ภาพรวมการตรวจนับ
ทุกคน

การตรวจนับคือการเดินสำรวจเพื่อยืนยันว่าทรัพย์สินที่มีอยู่จริงตรงกับทะเบียน โดยเปิด "รอบตรวจนับ" (session) ขึ้นมาหนึ่งรอบ แล้วใช้มือถือสแกน QR ของทรัพย์สินแต่ละชิ้น เมื่อสแกนครบระบบจะสรุปส่วนต่างให้ว่าชิ้นไหนพบ ไม่พบ พบเกิน หรืออยู่ผิดสถานที่

ขั้นตอนหลักของหนึ่งรอบ

  • เปิดรอบตรวจนับ ตั้งชื่อและขอบเขต (เช่น ทั้งองค์กร หรือเฉพาะสถานที่/แผนก)
  • เดินสแกน QR ด้วยมือถือ ทำงานออฟไลน์ได้ในจุดอับสัญญาณ
  • ดูรายงานส่วนต่าง ตรวจรายการที่ไม่พบ/พบเกิน/ผิดสถานที่
  • ปิดรอบเพื่อบันทึกผล (เฉพาะ owner / admin)
พนักงาน (staff) เข้าร่วมสแกนนับได้ทุกคน ส่วนการเปิด/ปิดรอบและการสรุปผลขึ้นกับสิทธิ์ตามบทบาท
6.2 เปิดรอบและสแกนนับ
ทุกคน

เปิดรอบตรวจนับ

  1. 1
    ไปที่เมนู ตรวจนับ แล้วกด เปิดรอบตรวจนับ
  2. 2
    ตั้งชื่อรอบ (เช่น ตรวจนับประจำปี 2568) และเลือกขอบเขตที่จะนับ
  3. 3
    บันทึก ระบบจะสร้างรอบสถานะ กำลังดำเนินการ และพร้อมให้สแกน

สแกนด้วยมือถือ

  1. 1
    เปิดรอบที่กำลังตรวจนับบนมือถือ แล้วกด สแกนนับ เพื่อเข้าหน้าสแกน
  2. 2
    เลือกสถานที่ที่กำลังเดินนับ (เพื่อให้ระบบเทียบกับทะเบียนและจับ “ผิดสถานที่” ได้) แล้วกด เริ่มสแกน เพื่อเปิดกล้อง
  3. 3
    ส่องกล้องไปที่ป้าย QR ของทรัพย์สิน ระบบบันทึกการพบทันที
  4. 4
    เดินสแกนต่อไปเรื่อย ๆ ทรัพย์สินที่นับแล้วจะถูกทำเครื่องหมายในรายการ
ป้าย QR ใช้รหัส token แบบสุ่ม (ไม่ใช่เลขครุภัณฑ์ตรง ๆ) เพื่อกันการเดา/ปลอม การสแกนจึงจับคู่กับทรัพย์สินที่ถูกต้องเสมอ
สแกนชิ้นเดิมซ้ำหลายครั้งได้ ไม่เกิดรายการซ้ำ ระบบยึดการนับเป็นหนึ่งรายการต่อทรัพย์สินหนึ่งชิ้นในรอบนั้น (idempotent)
6.3 โหมดออฟไลน์และการ sync
ทุกคน

ในคลังสินค้า ห้องใต้ดิน หรือจุดอับสัญญาณ การสแกนยังทำงานต่อได้ ผลการสแกนจะถูกเก็บไว้ในเครื่อง (บนมือถือ) ก่อน แล้วส่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์ให้อัตโนมัติเมื่อกลับมาออนไลน์

การทำงานเมื่อสัญญาณหลุด

  1. 1
    สแกนต่อได้ตามปกติ ผลถูกบันทึกไว้ในเครื่องชั่วคราว
  2. 2
    ดูป้ายจำนวน "รอ sync" ที่บอกว่ามีกี่รายการยังไม่ถูกส่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์
  3. 3
    เมื่อกลับมาออนไลน์ ระบบจะ sync ให้เอง จนป้ายรอ sync เป็น 0
ขณะที่ป้าย "รอ sync" ยังไม่เป็น 0 อย่าเพิ่งปิดรอบ และพยายามอยู่ในที่มีสัญญาณสักครู่เพื่อให้ส่งข้อมูลครบก่อน
ถ้าสแกนชิ้นเดิมซ้ำตอนออฟไลน์แล้วค่อย sync จะนับซ้ำไหม?
ไม่ซ้ำ การนับยึดคู่ (รอบ + ทรัพย์สิน) เป็นเอกลักษณ์ เมื่อ sync ขึ้นไปจะรวมเป็นรายการเดียวเสมอ
ปิดแอปหรือมือถือดับระหว่างนับ ข้อมูลหายไหม?
ไม่หาย ผลที่สแกนไว้ถูกเก็บในเครื่อง เปิดรอบเดิมขึ้นมาใหม่แล้ว sync ต่อได้
6.4 รายงานส่วนต่าง
ทุกคน

เมื่อสแกนครบ ระบบเทียบรายการที่สแกนได้กับทะเบียนทรัพย์สินในขอบเขตของรอบ แล้วจัดกลุ่มผลเป็นสถานะส่วนต่าง เพื่อให้ตามแก้ไขได้ตรงจุด

สถานะส่วนต่าง

รายการความหมาย
พบสแกนเจอ และอยู่ในสถานที่ที่ตรงกับทะเบียน - ปกติ ไม่ต้องทำอะไร
ไม่พบมีในทะเบียนแต่ยังไม่ถูกสแกนในรอบนี้ - อาจถูกย้าย ถูกยืม หรือสูญหาย ควรตามหา
พบเกินสแกนเจอแต่ไม่มีในทะเบียน (หรืออยู่นอกขอบเขตรอบ) - ตรวจว่าควรขึ้นทะเบียนเพิ่มหรือไม่
ผิดสถานที่สแกนเจอ แต่สถานที่/แผนกไม่ตรงกับทะเบียน - พิจารณาบันทึกการโอนย้ายให้ตรงจริง
รายการ "ผิดสถานที่" แก้ให้ตรงได้ผ่านการโอนย้าย (เปลี่ยนสถานที่/แผนก) ส่วน "ไม่พบ" ที่ยืนยันว่าสูญหายค่อยดำเนินการเสนอจำหน่ายในขั้นตอนถัดไป
กดปุ่มส่งออก Excel ในหน้ารายงานส่วนต่างได้ เพื่อเก็บผลหรือส่งต่อให้ฝ่ายบัญชี/ผู้บริหาร
6.5 การปิดรอบตรวจนับ
เฉพาะ เจ้าของ / ผู้ดูแล

การปิดรอบเป็นการล็อกผลและบันทึกสรุปส่วนต่างของรอบนั้น สงวนสิทธิ์ให้เจ้าของและผู้ดูแลเท่านั้น (เจ้าหน้าที่/พนักงานสแกนนับได้ แต่ปิดรอบไม่ได้)

  1. 1
    ตรวจให้แน่ใจว่าป้าย "รอ sync" ของผู้ร่วมนับทุกคนเป็น 0
  2. 2
    ทบทวนรายงานส่วนต่าง โดยเฉพาะรายการ ไม่พบ และ ผิดสถานที่
  3. 3
    กด ปิดรอบ ระบบบันทึกผลและเปลี่ยนสถานะรอบเป็น ปิดแล้ว
ก่อนปิดรอบควรเก็บข้อมูลให้ครบ เพราะหลังปิดรอบจะถือเป็นผลที่บันทึกไว้แล้ว หากต้องนับเพิ่มให้พิจารณาเปิดรอบใหม่

7. ค่าเสื่อมราคา

ตั้งค่าวิธีคิด ดูตารางค่าเสื่อม และมูลค่าตามบัญชี

เฉพาะ เจ้าของ / ผู้ดูแล / เจ้าหน้าที่ / ผู้ดูอย่างเดียว
7.1 ภาพรวมค่าเสื่อมราคา
ทุกคน

ค่าเสื่อมราคาคือการทยอยตัดมูลค่าทรัพย์สินเป็นค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน เพื่อให้มูลค่าในบัญชีสะท้อนการใช้งานจริง AssetFlow คำนวณด้วยวิธีเส้นตรง (straight-line) คือตัดค่าเสื่อมเท่ากันทุกปี โดยอ้างจากราคาทุน มูลค่าซาก และอายุการใช้งานของทรัพย์สินแต่ละชิ้น

ค่าที่ใช้คำนวณ

  • ราคาทุน - มูลค่าที่ได้มาของทรัพย์สิน (ที่บันทึกไว้ในทะเบียน)
  • มูลค่าซาก (salvage) - มูลค่าคงเหลือที่คาดว่าจะได้เมื่อสิ้นอายุการใช้งาน
  • อายุการใช้งาน - จำนวนปีที่ใช้ทยอยตัดค่าเสื่อม
  • วันที่เริ่มคิดค่าเสื่อม - ใช้คำนวณสัดส่วนของปีแรก (pro-rata)

ฐานที่นำมาตัดค่าเสื่อมคือ ราคาทุน ลบ มูลค่าซาก เมื่อตัดครบทุกปี มูลค่าตามบัญชี (book value) จะเหลือเท่ากับมูลค่าซากพอดี ไม่ตัดต่ำกว่านั้น

ทุกการคำนวณทำบนหน่วยสตางค์ (จำนวนเต็ม) แล้วค่อยแสดงผลเป็นบาท จึงไม่มีปัญหาเศษทศนิยมคลาดเคลื่อนสะสมในงบการเงิน
7.2 ตั้งค่าวิธีคิดและอายุการใช้งาน
เฉพาะ เจ้าของ / ผู้ดูแล / เจ้าหน้าที่

ที่ "หมวดทรัพย์สิน" ตั้งได้เฉพาะอายุการใช้งาน (ปี) เริ่มต้น เมื่อเพิ่มทรัพย์สินแล้วเลือกหมวดนั้น ระบบจะเติมอายุการใช้งานให้อัตโนมัติ ส่วนวิธีคิดค่าเสื่อม (เส้นตรง / ไม่คิด) และมูลค่าซาก ตั้งที่ทรัพย์สินแต่ละชิ้น (หน้าแก้ไขทรัพย์สิน หัวข้อ ค่าเสื่อมราคา)

ฟิลด์ที่เกี่ยวข้อง

ฟิลด์จำเป็นคำอธิบาย
วิธีคิดค่าเสื่อมบังคับเส้นตรง (straight-line) สำหรับทรัพย์สินที่คิดค่าเสื่อม หรือ ไม่คิดค่าเสื่อม (NONE) เช่น ที่ดิน
อายุการใช้งาน (ปี)บังคับจำนวนปีที่ใช้ทยอยตัดค่าเสื่อม จำเป็นเมื่อเลือกวิธีเส้นตรง
มูลค่าซาก-มูลค่าคงเหลือเมื่อสิ้นอายุ ถ้าไม่ระบุถือเป็น 0 - มูลค่าตามบัญชีจะไม่ลดต่ำกว่าค่านี้
วันที่ได้มา-วันที่ได้มา/พร้อมใช้งาน ใช้เป็นวันเริ่มคิดค่าเสื่อม คิดสัดส่วนปีแรกแบบ pro-rata ตามจำนวนวัน

ตั้งค่าให้ทรัพย์สิน

  1. 1
    ตั้งอายุการใช้งานเริ่มต้นที่หมวด - ไปที่ ตั้งค่า > หมวดทรัพย์สิน เลือกหมวด แล้วกำหนดอายุการใช้งาน (ปี) เริ่มต้นของหมวดนั้น
  2. 2
    ตั้งวิธีคิดค่าเสื่อมและมูลค่าซากที่ทรัพย์สินรายชิ้น - เปิดหน้าแก้ไขทรัพย์สิน หัวข้อ ค่าเสื่อมราคา เลือกวิธีคิด (เส้นตรง/ไม่คิด) อายุการใช้งาน และมูลค่าซาก
  3. 3
    ตรวจวันที่เริ่มคิดค่าเสื่อมและราคาทุนให้ถูกต้อง เพราะมีผลต่อตารางที่คำนวณออกมา
ตั้งอายุการใช้งานที่หมวดให้เรียบร้อยก่อน จะช่วยให้ทรัพย์สินที่ขึ้นทะเบียนใหม่ในหมวดนั้นได้อายุการใช้งานเริ่มต้นอัตโนมัติ ไม่ต้องมากรอกทีละชิ้น
7.3 ตารางค่าเสื่อมและมูลค่าตามบัญชี
ทุกคน

เมื่อตั้งค่าครบ ระบบสร้างตารางค่าเสื่อมรายปีงบให้อัตโนมัติ แต่ละงวดแสดงค่าเสื่อมของงวดนั้น ค่าเสื่อมสะสม และมูลค่าตามบัญชี ณ สิ้นงวด งวดถูกตัดตามเดือนเริ่มปีงบขององค์กร ดูแบบรายชิ้นได้จากหน้าทรัพย์สินแต่ละชิ้น ส่วนภาพรวมทั้งองค์กรดูที่เมนู รายงาน > รายงานค่าเสื่อมราคา

สิ่งที่ตารางบอก

  • ค่าเสื่อมของงวด - จำนวนที่ตัดเป็นค่าใช้จ่ายในปีงบนั้น
  • ค่าเสื่อมสะสม - ผลรวมค่าเสื่อมตั้งแต่เริ่มจนถึงปีนั้น
  • มูลค่าตามบัญชี - ราคาทุน ลบ ค่าเสื่อมสะสม (มูลค่าคงเหลือในบัญชี)

การคิดในแต่ละช่วงปี

รายการความหมาย
ปีแรก (pro-rata)คิดตามสัดส่วนนับจากวันที่เริ่มคิดค่าเสื่อม ไม่เต็มปี - ปัดแบบครึ่งขึ้น (half-up)
ปีกลางตัดค่าเสื่อมเต็มปีในจำนวนเท่ากันทุกปีตามวิธีเส้นตรง
ปีสุดท้ายรับเศษที่เหลือทั้งหมด เพื่อให้มูลค่าตามบัญชีลงพอดีเท่ากับมูลค่าซาก
เพราะปีแรกคิด pro-rata ค่าเสื่อมปีแรกและปีสุดท้ายจึงมักไม่เท่ากับปีกลาง นี่เป็นเรื่องปกติของการคิดตามวันที่เริ่มจริง ไม่ใช่ความผิดพลาด
7.4 ความถูกต้อง หมวดไม่คิดค่าเสื่อม และการส่งออกรายงาน
ทุกคน
ระบบบังคับให้ผลรวมค่าเสื่อมทั้งหมด เท่ากับ ราคาทุน ลบ มูลค่าซาก เสมอ และมูลค่าตามบัญชีจะไม่ต่ำกว่ามูลค่าซากในทุกปี ตัวเลขในตารางจึงลงตัวกับงบการเงินได้โดยตรง ไม่มีเศษหลุดหรือตัดเกิน

ทรัพย์สินบางประเภทไม่คิดค่าเสื่อม เช่น ที่ดิน ให้ตั้งวิธีคิดเป็น ไม่คิดค่าเสื่อม (NONE) ทรัพย์สินกลุ่มนี้จะไม่มีตารางค่าเสื่อม และมูลค่าตามบัญชีคงเท่ากับราคาทุนตลอด

ส่งออกรายงานประกอบงบ

  1. 1
    ไปที่เมนู รายงาน แล้วเลือกรายงานค่าเสื่อมราคา
  2. 2
    เลือกปีงบที่ต้องการดู (ค่าเสื่อมของงวดนั้นและมูลค่าตามบัญชี ณ สิ้นงวด) จะกรองตามหมวด/แผนกในตารางเพิ่มก็ได้
  3. 3
    กดดาวน์โหลด Excel เพื่อนำตารางค่าเสื่อม ค่าเสื่อมสะสม และมูลค่าตามบัญชีไปใช้ประกอบงบการเงิน
วันที่ในรายงานแสดงเป็น พ.ศ. และยอดเงินเป็นบาท จึงนำไปแนบกับเอกสารบัญชีไทยได้ทันที
ผู้ดูอย่างเดียว (viewer) เปิดดูค่าเสื่อมได้ไหม?
ได้ ผู้ดูอย่างเดียวเปิดดูตารางค่าเสื่อมและมูลค่าตามบัญชีได้ (เหมาะกับผู้บริหาร/ผู้สอบบัญชี) แต่แก้ไขการตั้งค่าไม่ได้
แก้ไขราคาทุนหรืออายุการใช้งานแล้ว ตารางเปลี่ยนตามไหม?
เปลี่ยน ระบบคำนวณตารางใหม่ตามค่าที่อัปเดต ควรตรวจให้แน่ใจก่อนแก้ เพราะกระทบยอดในงบ
มูลค่าค่าเสื่อมเก็บเป็นทศนิยมบาทไหม?
ไม่ ภายในเก็บเป็นสตางค์ (จำนวนเต็ม) แล้วแสดงผลเป็นบาท จึงไม่มีเศษทศนิยมคลาดเคลื่อนสะสม

8. โอนย้ายและยืม-คืน

เปลี่ยนสถานที่/ผู้ครอบครอง และจัดการการยืมคืน

เฉพาะ เจ้าของ / ผู้ดูแล / เจ้าหน้าที่
8.1 ภาพรวมการเคลื่อนไหวทรัพย์สิน
ทุกคน

เมื่อทรัพย์สินถูกย้ายที่ เปลี่ยนแผนก เปลี่ยนผู้ครอบครอง หรือถูกยืมออกไปใช้งานชั่วคราว ให้บันทึกผ่านปุ่ม โอนย้าย/ยืม-คืน บนหน้ารายละเอียดทรัพย์สินทุกครั้ง ระบบจะอัปเดตสถานะปัจจุบันของทรัพย์สิน (สถานที่/แผนก/ผู้ครอบครอง) ให้อัตโนมัติ พร้อมเก็บประวัติการเคลื่อนไหวไว้เป็นหลักฐานตรวจสอบ

ประเภทการเคลื่อนไหวที่บันทึกได้

  • โอนย้าย - เปลี่ยนสถานที่ แผนก หรือผู้ครอบครองอย่างถาวร
  • ยืม - นำทรัพย์สินออกไปใช้ชั่วคราว มีกำหนดวันคืน
  • คืน - รับทรัพย์สินที่ยืมกลับเข้าที่เดิม พร้อมบันทึกสภาพ
ประวัติการเคลื่อนไหว (movement log) เป็นบันทึกแบบแก้ไขและลบไม่ได้ ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวจะเพิ่มรายการใหม่เสมอ ทำให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าทรัพย์สินเคยอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร เมื่อใด
8.2 โอนย้ายทรัพย์สิน
ทุกคน

ใช้เมื่อต้องการเปลี่ยนสถานที่ตั้ง แผนกที่รับผิดชอบ หรือผู้ครอบครองของทรัพย์สินอย่างถาวร เช่น ย้ายโต๊ะทำงานจากชั้น 2 ไปชั้น 3 หรือส่งมอบโน้ตบุ๊กให้พนักงานคนใหม่

ขั้นตอนการโอนย้าย

  1. 1
    เปิดหน้ารายละเอียดทรัพย์สิน (ค้นหาจากเลขครุภัณฑ์ หรือสแกน QR) แล้วกดปุ่ม โอนย้าย (ปุ่มแสดงเมื่อทรัพย์สินอยู่สถานะ ใช้งาน)
  2. 2
    เลือกสถานที่ปลายทาง แผนก และ/หรือผู้ครอบครองใหม่ (จะเปลี่ยนเฉพาะช่องที่ต้องการก็ได้ เว้นว่าง = คงเดิม)
  3. 3
    ระบุเหตุผลในการโอนย้าย (ระบบบันทึกวันเวลาที่ทำรายการให้อัตโนมัติ)
  4. 4
    กดยืนยัน ระบบจะอัปเดตสถานะปัจจุบันและบันทึกประวัติให้พร้อมกัน

ข้อมูลที่กรอกตอนโอนย้าย

ฟิลด์จำเป็นคำอธิบาย
สถานที่ปลายทาง-อาคาร/ชั้น/ห้องที่ทรัพย์สินจะย้ายไป - เลือกอย่างน้อยหนึ่งช่อง (สถานที่/แผนก/ผู้ครอบครอง)
แผนกปลายทาง-หน่วยงานที่จะรับผิดชอบทรัพย์สินต่อ
ผู้ครอบครองใหม่-ผู้ที่จะดูแลทรัพย์สินหลังโอนย้าย
เหตุผล-เหตุผลหรือรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง
หลังโอนย้าย ช่องสถานที่/แผนก/ผู้ครอบครองในหน้าทรัพย์สินจะอัปเดตทันที ใช้ค้นหาและกรองรายงานได้เลย ส่วนประวัติเดิมยังคงอยู่ในส่วนประวัติการเคลื่อนไหว (ด้านล่างหน้ารายละเอียดทรัพย์สิน)
8.3 ยืมและคืน
ทุกคน

ใช้เมื่อมีการนำทรัพย์สินออกไปใช้งานชั่วคราวและจะนำกลับมาคืน เช่น ยืมโปรเจกเตอร์ไปใช้ในงานอบรม การยืมจะกำหนดวันคืนและบันทึกสภาพทรัพย์สินทั้งตอนยืมและตอนคืน

ขั้นตอนการยืม

  1. 1
    เปิดหน้าทรัพย์สินที่ต้องการยืม แล้วกดปุ่ม ยืมออก (ปุ่มแสดงเมื่อทรัพย์สินอยู่สถานะ ใช้งาน)
  2. 2
    ระบุชื่อผู้ยืม กำหนดวันคืน และเหตุผล
  3. 3
    กดยืนยัน สถานะทรัพย์สินจะเปลี่ยนเป็น ยืมออก และระบบบันทึกประวัติให้

ขั้นตอนการคืน

  1. 1
    เปิดหน้าทรัพย์สินที่กำลังถูกยืม แล้วกดปุ่ม รับคืน (ปุ่มแสดงเมื่อทรัพย์สินอยู่สถานะ ยืมออก)
  2. 2
    ตรวจและบันทึกสภาพทรัพย์สิน ณ วันคืน (ปกติ/ชำรุด/มีรอย ฯลฯ)
  3. 3
    กดยืนยัน สถานะจะกลับเป็น ใช้งาน และผู้ครอบครอง/สถานที่กลับสู่ค่าก่อนยืม

ข้อมูลการยืม-คืน

ฟิลด์จำเป็นคำอธิบาย
ชื่อผู้ยืมบังคับชื่อผู้ที่นำทรัพย์สินไปใช้งาน
กำหนดวันคืนบังคับวันที่ต้องนำกลับมาคืน - ใช้คำนวณการเตือนเกินกำหนด (แสดงเป็น พ.ศ.)
เหตุผล (ตอนยืม)-เหตุผลหรือรายละเอียดการยืม (ถ้ามี)
สภาพตอนคืน-บันทึกสภาพ ณ วันรับคืน (ไม่บังคับ) หากชำรุดสามารถแจ้งซ่อมต่อได้
ห้ามยืมทรัพย์สินที่อยู่ในสถานะ DISPOSED (จำหน่าย/ตัดบัญชีแล้ว) ระบบจะไม่อนุญาตให้ทำรายการ เพราะทรัพย์สินนั้นถูกตัดออกจากทะเบียนใช้งานแล้ว (คงไว้เพียงประวัติ)
เมื่อถึงหรือเลยกำหนดวันคืน ระบบจะแสดงจำนวนรายการที่ยืมเกินกำหนดบนหน้าแดชบอร์ด และส่งสรุปเข้า LINE ให้เจ้าขององค์กรและผู้ดูแลทุกวันเวลาประมาณ 08:00 น. การแจ้งเตือน LINE ต้องใช้แพ็กเกจโปร และแต่ละคนต้องเชื่อมบัญชี LINE ของตัวเองที่ ตั้งค่า > การแจ้งเตือน ก่อน
8.4 เอกสารและประวัติ
ทุกคน

การโอนย้ายและการยืมออกสามารถออกเป็นเอกสาร PDF เพื่อใช้เป็นหลักฐานการส่งมอบ/รับมอบ และดูย้อนหลังได้จากส่วนประวัติการเคลื่อนไหว (ด้านล่างหน้ารายละเอียดทรัพย์สิน)

สิ่งที่ทำได้ในส่วนนี้

  • ออกเอกสาร PDF ใบโอนย้าย และใบยืม สำหรับให้ผู้เกี่ยวข้องลงนาม (รายการรับคืนดูในประวัติได้ แต่ไม่มีเอกสาร PDF แยก)
  • ดูประวัติการเคลื่อนไหวทั้งหมดของทรัพย์สินเรียงตามเวลา
  • ตรวจสอบว่าทรัพย์สินเคยอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร และถูกยืม-คืนเมื่อใด

สถานะทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว

รายการความหมาย
ใช้งาน (in_use)ทรัพย์สินพร้อมใช้งานตามปกติ โอนย้ายหรือยืมออกได้
ยืมออก (on_loan)อยู่ระหว่างการยืม รอคืนตามกำหนด
ซ่อม (in_repair)อยู่ระหว่างซ่อมบำรุง
จำหน่ายแล้ว (disposed)ตัดบัญชีแล้ว ยืม/โอนย้ายไม่ได้ คงไว้เพื่อประวัติ
ประวัติการเคลื่อนไหวเป็นข้อมูลแบบแก้ไขและลบไม่ได้ (immutable) หากบันทึกผิด ให้ทำรายการใหม่เพื่อแก้ไขสถานะ ระบบจะเก็บทั้งสองรายการไว้เพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบ
ใครทำรายการโอนย้าย/ยืม-คืนได้บ้าง?
เจ้าของ (owner) ผู้ดูแล (admin) และเจ้าหน้าที่ (officer) ทำรายการและออกเอกสารได้ ส่วนพนักงาน (staff) ทำได้เฉพาะสแกนตรวจนับและแจ้งซ่อม และผู้ดูอย่างเดียว (viewer) ดูได้แต่แก้ไขไม่ได้
ถ้าบันทึกโอนย้ายผิดต้องทำอย่างไร?
ประวัติแก้ไม่ได้ ให้ทำรายการโอนย้ายใหม่ไปยังค่าที่ถูกต้อง สถานะปัจจุบันจะอัปเดตตามรายการล่าสุด ส่วนรายการที่ผิดยังคงอยู่ในประวัติ
ยืมทรัพย์สินที่กำลังซ่อมหรือจำหน่ายแล้วได้ไหม?
ไม่ได้ ทรัพย์สินที่อยู่ในสถานะ DISPOSED ยืมไม่ได้ และควรนำตัวที่อยู่ระหว่างซ่อม (IN_REPAIR) กลับสู่สถานะใช้งานก่อนจึงจะยืมได้

9. แจ้งซ่อม

แจ้งทรัพย์สินเสีย ติดตามสถานะ และบันทึกค่าใช้จ่าย

9.1 ภาพรวมการแจ้งซ่อม
ทุกคน

เมื่อทรัพย์สินชำรุดหรือใช้งานไม่ได้ ทุกคนในองค์กรแจ้งซ่อมได้ทันทีจากในระบบ ระบบจะเปิดใบแจ้งซ่อมผูกกับทรัพย์สินชิ้นนั้น ผู้รับผิดชอบติดตามสถานะ บันทึกค่าซ่อม และดูประวัติย้อนหลังเพื่อวิเคราะห์ว่าชิ้นไหนซ่อมบ่อยจนควรพิจารณาเปลี่ยนหรือจำหน่าย

วงจรของหนึ่งใบแจ้งซ่อม

  • แจ้งปัญหา โดยเปิดทรัพย์สินแล้วระบุอาการและความเร่งด่วน
  • ผู้รับผิดชอบกด รับเรื่อง แล้วกด กำลังซ่อม เมื่อเริ่มลงมือ (สถานะทรัพย์สินจะกลายเป็น ซ่อม)
  • บันทึกค่าซ่อมและปิดงาน (เสร็จ) หรือยกเลิกหากไม่ซ่อม
  • เก็บเข้าประวัติ เพื่อนำมาวิเคราะห์รายชิ้นภายหลัง
พนักงาน (staff) แจ้งซ่อมได้เต็มที่ ส่วนการมอบหมาย ปรับสถานะ และบันทึกค่าซ่อมเป็นงานของเจ้าหน้าที่/ผู้ดูแลตามสิทธิ์บทบาท
9.2 แจ้งซ่อมทรัพย์สิน
ทุกคน

แจ้งซ่อมได้ 2 ทาง: (1) เปิดหน้ารายละเอียดทรัพย์สิน แล้วกดปุ่ม แจ้งซ่อม ระบบจะผูกใบแจ้งซ่อมกับทรัพย์สินชิ้นนั้นให้เลย หรือ (2) ไปที่เมนู แจ้งซ่อม กดปุ่ม แจ้งซ่อม แล้วเลือกทรัพย์สินจากรายการ

ขั้นตอนแจ้งซ่อม

  1. 1
    เปิดหน้ารายละเอียดทรัพย์สินแล้วกดปุ่ม แจ้งซ่อม (หรือไปที่เมนู แจ้งซ่อม กดปุ่ม แจ้งซ่อม แล้วเลือกทรัพย์สิน)
  2. 2
    อธิบายอาการที่พบให้ชัดเจน และเลือกระดับความเร่งด่วน
  3. 3
    ส่งเรื่อง ระบบเปิดใบแจ้งซ่อมสถานะ แจ้งแล้ว และแสดงให้ผู้รับผิดชอบเห็น

ข้อมูลในใบแจ้งซ่อม

ฟิลด์จำเป็นคำอธิบาย
ทรัพย์สินบังคับถ้าเปิดจากหน้ารายละเอียดทรัพย์สิน ระบบเลือกให้อัตโนมัติ ถ้าแจ้งจากเมนูแจ้งซ่อม ให้เลือกจากรายการ
อาการ/รายละเอียดบังคับอธิบายปัญหาที่พบ เช่น เปิดไม่ติด มีเสียงดัง จอแตก
ความเร่งด่วน-เลือกระดับ ต่ำ / ปกติ / สูง / วิกฤต เพื่อช่วยจัดลำดับงาน (ค่าเริ่มต้น ปกติ)
ตั้งความเร่งด่วนตามผลกระทบจริง งานระดับสูง/วิกฤตจะถูกดันขึ้นมาให้ผู้รับผิดชอบเห็นก่อน ลดเวลาที่ทรัพย์สินสำคัญหยุดใช้งาน
แนบรูปจุดที่เสียได้ 1 รูปในฟอร์มแจ้งซ่อม ส่วนการสแกน QR ด้วยมือถือ ให้สแกนผ่าน LINE แล้วกด เปิดในระบบ เพื่อไปหน้าทรัพย์สิน จากนั้นกดปุ่ม แจ้งซ่อม ได้เลย (ยังไม่มีปุ่มแจ้งซ่อมบนหน้าที่สแกนเจอโดยตรง)
9.3 สถานะงานซ่อมและการบันทึกค่าซ่อม
ทุกคน

หลังเปิดใบแจ้งซ่อม ผู้รับผิดชอบจะปรับสถานะให้ตรงกับความคืบหน้าจริง และบันทึกค่าใช้จ่ายเมื่อทราบ ระบบเก็บค่าเงินเป็นหน่วยสตางค์เพื่อความแม่นยำ แต่ให้กรอกและแสดงผลเป็นบาทตามปกติ

สถานะใบแจ้งซ่อม

รายการความหมาย
แจ้งแล้วเพิ่งแจ้งเข้ามา ยังไม่มีผู้รับผิดชอบรับเรื่อง
รับเรื่องผู้รับผิดชอบรับเรื่องแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงมือซ่อม (เช่น รอคิว/รออะไหล่)
กำลังซ่อมกำลังลงมือซ่อม ระหว่างนี้สถานะทรัพย์สินจะเป็น ซ่อม
เสร็จซ่อมเรียบร้อย ทรัพย์สินกลับมาใช้งานได้ พร้อมบันทึกค่าซ่อม
ยกเลิกปิดเรื่องโดยไม่ซ่อม เช่น แจ้งผิด ใช้งานได้ตามเดิม หรือควรไปขั้นจำหน่ายแทน

บันทึกค่าซ่อมและปิดงาน

  1. 1
    เปิดใบแจ้งซ่อมที่ดำเนินการเสร็จ
  2. 2
    กรอกค่าซ่อม (บาท) และบันทึกย่อ เช่น เปลี่ยนอะไหล่อะไร ใครเป็นผู้ซ่อม
  3. 3
    เปลี่ยนสถานะเป็น เสร็จ เพื่อปิดงานและเก็บค่าใช้จ่ายเข้าประวัติ (ทรัพย์สินกลับเป็นสถานะ ใช้งาน)
ระหว่างส่งซ่อม สามารถปรับสถานะทรัพย์สินเป็น กำลังซ่อม เพื่อให้รายงานและการตรวจนับเห็นชัดว่าชิ้นนี้ไม่ได้อยู่ใช้งานตามปกติ
9.4 ประวัติและการวิเคราะห์ตัวที่ซ่อมบ่อย
ทุกคน

ทุกใบแจ้งซ่อมจะถูกเก็บไว้กับทรัพย์สินชิ้นนั้น เปิดดูหน้ารายละเอียดทรัพย์สินจะเห็นรายการซ่อมทั้งหมดพร้อมค่าใช้จ่ายรวม ช่วยให้เห็นภาพว่าชิ้นไหนเป็นภาระค่าซ่อมและควรพิจารณาเปลี่ยนหรือจำหน่าย

สิ่งที่ดูได้จากประวัติซ่อม

  • จำนวนครั้งที่แจ้งซ่อมต่อทรัพย์สินหนึ่งชิ้น
  • ค่าซ่อมสะสม เพื่อเทียบกับมูลค่าตามบัญชีที่เหลือ
  • อาการที่เกิดซ้ำ ๆ ซึ่งอาจบอกถึงปัญหาเชิงรุ่นหรือการใช้งาน
เมื่อค่าซ่อมสะสมเริ่มสูงเทียบกับมูลค่าตามบัญชีที่เหลือ เป็นสัญญาณว่าควรพิจารณาเสนอจำหน่ายแทนการซ่อมต่อ ดูขั้นตอนได้ในหัวข้อ จำหน่าย/ตัดบัญชี
พนักงานทั่วไปแจ้งซ่อมเองได้ไหม?
ได้ พนักงาน (staff) แจ้งซ่อมได้เต็มที่ ส่วนการรับเรื่อง ปรับสถานะ และบันทึกค่าซ่อมเป็นสิทธิ์ของเจ้าหน้าที่/ผู้ดูแล
แจ้งซ่อมได้จากที่ไหนบ้าง?
แจ้งได้จากหน้ารายละเอียดทรัพย์สิน (ปุ่ม แจ้งซ่อม) หรือจากเมนู แจ้งซ่อม โดยเลือกทรัพย์สินจากรายการ และแนบรูปจุดที่เสียได้ 1 รูป ถ้าอยู่หน้างานให้สแกน QR ผ่าน LINE แล้วกด เปิดในระบบ เพื่อไปหน้าทรัพย์สินนั้นแล้วกดแจ้งซ่อม
ถ้าทรัพย์สินซ่อมไม่คุ้มแล้วต้องทำอย่างไร?
ยกเลิกหรือปิดใบแจ้งซ่อม แล้วไปที่หัวข้อจำหน่าย/ตัดบัญชีเพื่อเสนอจำหน่าย ระบบจะคงประวัติทั้งหมดไว้ ไม่ลบทิ้ง

10. จำหน่ายและตัดบัญชี

เสนอจำหน่าย อนุมัติ และบันทึกการตัดบัญชี

เฉพาะ เจ้าของ / ผู้ดูแล / เจ้าหน้าที่
10.1 ภาพรวมการจำหน่าย
ทุกคน

เมื่อทรัพย์สินชำรุดจนใช้ไม่ได้ ล้าสมัย สูญหาย หรือต้องการขายทอดตลาด ให้เสนอจำหน่ายจากหน้ารายละเอียดทรัพย์สิน แล้วผู้มีสิทธิ์จึงอนุมัติที่เมนู จำหน่าย แบ่งเป็นการเสนอจำหน่ายก่อน แล้วจึงอนุมัติ เพื่อให้มีร่องรอยการตัดสินใจชัดเจนและตรวจสอบย้อนหลังได้

เหตุผลในการจำหน่าย

  • ชำรุด - เสียหายจนซ่อมไม่คุ้มหรือใช้งานต่อไม่ได้
  • ล้าสมัย - เทคโนโลยีหรือสภาพไม่เหมาะกับการใช้งานแล้ว
  • สูญหาย - หาไม่พบจากการตรวจนับหรือไม่ทราบที่อยู่
  • ขาย - จำหน่ายออกเพื่อรับเป็นเงิน (มีราคาขายซาก)
การจำหน่ายไม่ได้ลบทรัพย์สินทิ้ง แต่เปลี่ยนสถานะเป็น DISPOSED และคงประวัติทั้งหมดไว้ครบ เพื่อการตรวจสอบและจัดทำงบการเงิน
10.2 เสนอจำหน่าย
ทุกคน

ขั้นตอนเสนอจำหน่าย

  1. 1
    เปิดหน้ารายละเอียดทรัพย์สินที่ต้องการจำหน่าย
  2. 2
    กดปุ่ม เสนอจำหน่าย (ปุ่มแสดงเมื่อทรัพย์สินยังไม่ถูกจำหน่าย ไม่ได้รอจำหน่าย และไม่ได้ถูกยืมอยู่)
  3. 3
    เลือกเหตุผล (ชำรุด / ล้าสมัย / สูญหาย / ขาย) และกรอกรายละเอียดประกอบ
  4. 4
    ระบุวันที่จำหน่าย (ระบบจะคำนวณมูลค่าตามบัญชี ณ วันนั้นเก็บไว้ให้อัตโนมัติ)
  5. 5
    ยืนยันเพื่อบันทึกคำเสนอจำหน่าย รอผู้มีสิทธิ์อนุมัติ

ข้อมูลในแบบเสนอจำหน่าย

ฟิลด์จำเป็นคำอธิบาย
เหตุผลการจำหน่ายบังคับชำรุด / ล้าสมัย / สูญหาย / ขาย
วันที่จำหน่ายบังคับใช้เป็นวันอ้างอิงคำนวณมูลค่าตามบัญชี แสดงเป็น พ.ศ.
หมายเหตุ/รายละเอียด-อธิบายสภาพหรือเหตุการณ์ประกอบ เพื่อใช้ในการพิจารณาอนุมัติ
ตอนเสนอจำหน่ายยังไม่ต้องกรอกมูลค่าตามบัญชี - ระบบคำนวณ ณ วันที่จำหน่ายเก็บไว้ให้เอง (ไม่ต่ำกว่ามูลค่าซากเสมอ) ส่วนราคาขายซาก (กรณีขาย) ผู้อนุมัติจะเป็นผู้กรอกตอนอนุมัติ
ห้ามเสนอจำหน่ายทรัพย์สินที่ยังถูกยืมค้างอยู่ (สถานะ ON_LOAN) ต้องรับคืนให้เรียบร้อยก่อน จึงจะดำเนินการจำหน่ายได้
10.3 อนุมัติการจำหน่าย
เฉพาะ เจ้าของ / ผู้ดูแล

การอนุมัติจำหน่ายเป็นขั้นตอนสำคัญที่กระทบงบการเงิน จึงจำกัดเฉพาะเจ้าของ (owner) และผู้ดูแล (admin) เท่านั้น เจ้าหน้าที่ (officer) เสนอจำหน่ายได้แต่อนุมัติเองไม่ได้

ขั้นตอนอนุมัติ

  1. 1
    ไปที่เมนู จำหน่าย เปิดรายการที่รอการอนุมัติ ตรวจสอบเหตุผลและมูลค่าตามบัญชี ณ วันจำหน่าย
  2. 2
    หากเป็นการขาย กรอกราคาขายซากที่ได้รับจริงตอนอนุมัติ
  3. 3
    ยืนยันการอนุมัติ ระบบจะเปลี่ยนสถานะทรัพย์สินเป็น จำหน่ายแล้ว
  4. 4
    ระบบบันทึกมูลค่าตามบัญชี ณ วันจำหน่ายและราคาขายซากไว้เป็นหลักฐานถาวร
  5. 5
    หากต้องการ กดดาวน์โหลดเอกสาร PDF การจำหน่ายเพื่อจัดเก็บหรือเสนอผู้บริหาร (ออกได้เฉพาะรายการที่อนุมัติแล้ว)

บทบาทกับสิทธิ์จำหน่าย

รายการความหมาย
เจ้าของ (owner)เสนอและอนุมัติจำหน่ายได้ทั้งหมด
ผู้ดูแล (admin)เสนอและอนุมัติจำหน่ายได้
เจ้าหน้าที่ (officer)เสนอจำหน่ายได้ แต่อนุมัติเองไม่ได้
พนักงาน (staff)ทำได้เฉพาะสแกนตรวจนับและแจ้งซ่อม ไม่เกี่ยวข้องกับการจำหน่าย
ผู้ดูอย่างเดียว (viewer)ดูประวัติการจำหน่ายได้ แต่ดำเนินการไม่ได้
10.4 หลังจำหน่ายแล้ว
ทุกคน

สิ่งที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินที่จำหน่าย

  • สถานะเปลี่ยนเป็น DISPOSED และไม่นับรวมในรายการทรัพย์สินที่ใช้งานอยู่
  • ประวัติทั้งหมด (โอนย้าย ยืม-คืน แจ้งซ่อม ค่าเสื่อม) ยังคงอยู่ครบ ไม่ถูกลบ
  • มูลค่าตามบัญชี ณ วันจำหน่ายและราคาขายซากถูกตรึงไว้ ใช้อ้างอิงในรายงานได้
  • QR Code เดิมยังสแกนได้ และจะแสดงว่าทรัพย์สินถูกจำหน่ายแล้ว
ทรัพย์สินที่จำหน่ายแล้วยังค้นหาและเรียกดูในรายงานได้ ใช้ตัวกรองสถานะ DISPOSED เพื่อทำรายงานการจำหน่ายประจำปีหรือส่งออกเป็น Excel
จำหน่ายผิดตัว แก้ไขได้ไหม
ทรัพย์สินจะไม่ถูกลบทิ้ง หากจำหน่ายผิด ให้ติดต่อผู้ดูแลหรือเจ้าของเพื่อทบทวนรายการ ระบบเก็บประวัติไว้ทั้งหมดเพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
มูลค่าตามบัญชี ณ วันจำหน่าย คำนวณอย่างไร
ระบบนำราคาทุนหักค่าเสื่อมสะสมถึงวันที่จำหน่าย โดยคำนวณบนหน่วยสตางค์ และมูลค่าตามบัญชีจะไม่ต่ำกว่ามูลค่าซากเสมอ
ทรัพย์สินที่ไม่คิดค่าเสื่อม เช่น ที่ดิน จำหน่ายได้ไหม
ได้ มูลค่าตามบัญชีจะเท่ากับราคาทุนเดิม (เพราะหมวดที่ดินไม่คิดค่าเสื่อม) และบันทึกราคาขายซากตามที่ได้รับจริง

11. รายงานและส่งออก Excel

ดูรายงานทรัพย์สิน ค่าเสื่อม และส่งออกข้อมูล

11.1 ภาพรวมรายงาน
ทุกคน

เมนูรายงานรวบรวมข้อมูลทรัพย์สินขององค์กรให้ดูได้หลายมุม ทั้งจำนวนและมูลค่าตามหมวด สถานที่ แผนก และสถานะ และตารางค่าเสื่อมราคา ดูบนหน้าจอได้ และส่งออกเป็น Excel เพื่อทำบัญชีหรือส่งให้ผู้สอบบัญชีตรวจต่อได้

รายงานในเมนูรายงาน

  • รายงานทรัพย์สิน - แยกตามหมวด สถานที่ แผนก และสถานะ พร้อมจำนวนและมูลค่ารวม
  • รายงานค่าเสื่อมราคา - ค่าเสื่อมรายปีและมูลค่าตามบัญชี (book value) ของทรัพย์สิน
สรุปผลการตรวจนับ (พบ / ไม่พบ / พบเกิน / อยู่ผิดที่) ไม่ได้อยู่ในเมนูรายงาน แต่ดูได้จากหน้ารอบตรวจนับแต่ละรอบในเมนู ตรวจนับ และกดดาวน์โหลด Excel ได้จากตรงนั้น
มูลค่าทรัพย์สินและค่าเสื่อมในรายงานจะแสดงเฉพาะผู้ที่ลงชื่อเข้าใช้และเป็นสมาชิกองค์กรเท่านั้น ผู้ที่สแกน QR จากภายนอกจะไม่เห็นตัวเลขมูลค่า/ค่าเสื่อม
11.2 รายงานทรัพย์สินและค่าเสื่อม
ทุกคน

รายงานทรัพย์สินแสดงสรุปครบทุกมุมมองในหน้าเดียว แยกตามหมวด สถานที่ แผนก และสถานะ พร้อมจำนวนชิ้นและมูลค่ารวมของแต่ละกลุ่ม ช่วยให้เห็นภาพรวมว่าทรัพย์สินกระจายและมีมูลค่าอยู่ตรงไหน

ดูรายงานทรัพย์สิน

  1. 1
    ไปที่เมนู รายงาน แล้วเลือกรายงานทรัพย์สิน
  2. 2
    ดูสรุปทั้ง 4 มุมมองในหน้าเดียว - ตามหมวด ตามสถานที่ ตามแผนก และตามสถานะ พร้อมจำนวนชิ้นและมูลค่ารวมของแต่ละกลุ่ม
  3. 3
    กดดาวน์โหลด Excel เพื่อได้รายการทรัพย์สินทั้งหมดไปทำงานต่อ

รายงานค่าเสื่อมราคาแสดงราคาทุน มูลค่าซาก ค่าเสื่อมสะสม และมูลค่าตามบัญชี ณ ปัจจุบันของทรัพย์สินแต่ละชิ้น ระบบคิดค่าเสื่อมแบบเส้นตรงบนหน่วยสตางค์ ปีแรกคิดตามสัดส่วนวัน (pro-rata ปัดครึ่งขึ้น) และปีสุดท้ายรับเศษให้ลงพอดี เปิดดูตารางรายปีของทรัพย์สินทีละชิ้นได้จากหน้ารายละเอียดทรัพย์สิน

ค่าในรายงานค่าเสื่อม

รายการความหมาย
ราคาทุนมูลค่าตั้งต้นที่ได้มา ใช้เป็นฐานในการคิดค่าเสื่อม
มูลค่าซากมูลค่าคงเหลือที่ตั้งไว้เมื่อหมดอายุการใช้งาน มูลค่าตามบัญชีจะไม่ต่ำกว่าค่านี้
ค่าเสื่อมสะสมผลรวมค่าเสื่อมจนถึงปัจจุบัน เมื่อคิดครบจะเท่ากับ ราคาทุน ลบ มูลค่าซาก พอดี
มูลค่าตามบัญชีราคาทุน หักด้วยค่าเสื่อมสะสม คือมูลค่าที่เหลืออยู่ในบัญชี ณ ขณะนั้น
ทรัพย์สินที่ตั้งวิธีคิดค่าเสื่อมเป็น ไม่คิดค่าเสื่อม เช่น ที่ดิน จะไม่ปรากฏในรายงานค่าเสื่อม เพราะไม่คิดค่าเสื่อมตามหลักบัญชี ตัวเลขรวมทุกใบบนหน้านี้จึงนับเฉพาะทรัพย์สินที่คิดค่าเสื่อม ต่างจากการ์ดชื่อเดียวกันบนหน้าแดชบอร์ดที่นับทั้งองค์กร หากต้องการมูลค่ารวมของทะเบียนทั้งหมดให้ดูที่รายงานทรัพย์สิน
11.3 ปีงบประมาณ
ทุกคน

รายงานค่าเสื่อมเลือกดูเป็นรายปีงบประมาณ โดยยึดเดือนเริ่มปีงบที่ตั้งไว้ที่ ตั้งค่า > ข้อมูลบริษัท ค่าเริ่มต้นคือเดือนตุลาคมแบบราชการ องค์กรที่ตั้งเดือนมกราคมจะได้รอบปีตรงกับปีปฏิทินพอดี

รูปแบบปีงบที่ใช้บ่อย

รายการความหมาย
ราชการ (เริ่ม ต.ค.)ปีงบเริ่ม 1 ตุลาคม ถึง 30 กันยายนปีถัดไป เหมาะกับหน่วยงานราชการและสถานศึกษา
เอกชน (เริ่ม ม.ค.)ปีงบเริ่ม 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม ตรงกับปีปฏิทิน เหมาะกับบริษัททั่วไป
ปีงบเรียกชื่อตามปีที่รอบนั้นสิ้นสุด ตามธรรมเนียมราชการไทย เช่น องค์กรที่เริ่มปีงบเดือนตุลาคม ปีงบ 2569 คือ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569 หน้ารายงานจะแสดงช่วงวันที่กำกับไว้ให้เสมอ
11.4 ส่งออก Excel
ทุกคน

กดปุ่มดาวน์โหลด Excel ในแต่ละรายงานเพื่อส่งออกข้อมูลเป็นไฟล์ Excel - รายงานทรัพย์สินส่งออกทรัพย์สินทั้งหมด ส่วนรายงานค่าเสื่อมส่งออกตามปีงบที่เลือก ไฟล์ที่ได้นำไปวิเคราะห์ต่อ จัดทำทะเบียนคุมพัสดุ แนบงบการเงิน หรือส่งให้ผู้สอบบัญชีตรวจได้ทันที

ขั้นตอนส่งออก

  1. 1
    เปิดรายงานที่ต้องการ (รายงานทรัพย์สิน หรือรายงานค่าเสื่อมราคา)
  2. 2
    ถ้าเป็นรายงานค่าเสื่อม ให้เลือกปีงบที่ต้องการก่อน
  3. 3
    กดปุ่ม ดาวน์โหลด Excel ระบบจะสร้างไฟล์แล้วดาวน์โหลดลงเครื่อง
รายงานทรัพย์สินจะส่งออกทรัพย์สินทั้งหมดในองค์กรเสมอ ส่วนรายงานค่าเสื่อมจะส่งออกตามปีงบที่เลือกไว้
ค่าเงินในไฟล์ Excel เป็นบาทหรือสตางค์?
แสดงเป็นบาทเพื่อให้อ่านและทำบัญชีต่อได้สะดวก แม้ภายในระบบจะเก็บเป็นสตางค์เพื่อความแม่นยำของการคิดค่าเสื่อม
ทรัพย์สินที่จำหน่ายไปแล้วยังอยู่ในรายงานไหม?
ยังอยู่ ระบบไม่ลบทิ้งจริงแต่เปลี่ยนสถานะเป็น DISPOSED เพื่อคงประวัติไว้ตรวจสอบ กรองตามสถานะเพื่อแยกดูเฉพาะที่ยังใช้งานหรือที่จำหน่ายแล้วได้
ผู้ดูอย่างเดียว (viewer) ส่งออกรายงานได้ไหม?
ดูและส่งออกรายงานได้ เหมาะกับผู้บริหารหรือผู้สอบบัญชีที่ต้องการข้อมูลโดยไม่แก้ไขทะเบียน

12. ตั้งค่าและผู้ใช้

จัดการหมวด สถานที่ แผนก ผู้ใช้ และสิทธิ์

เฉพาะ เจ้าของ
12.1 ข้อมูลพื้นฐาน (หมวด / สถานที่ / แผนก)
ทุกคน

ก่อนเริ่มลงทะเบียนทรัพย์สิน ควรตั้งค่าข้อมูลพื้นฐานให้ครบก่อน - หมวดทรัพย์สิน สถานที่ และแผนก - เพราะข้อมูลเหล่านี้คือตัวเลือกที่จะนำไปใช้ตอนเพิ่มและค้นหาทรัพย์สิน ตั้งให้ดีตั้งแต่แรกจะช่วยให้ทะเบียนเป็นระเบียบและออกรายงานได้ตรงกลุ่ม

ตั้งค่าหมวดทรัพย์สิน

  1. 1
    เปิดเมนูตั้งค่า แล้วเลือกหัวข้อหมวดทรัพย์สิน (เมนูตั้งค่ามีแถบหัวข้อย่อย: หมวดทรัพย์สิน / สถานที่ / แผนก)
  2. 2
    กดเพิ่มหมวด แล้วกรอกชื่อหมวด (เช่น คอมพิวเตอร์ ครุภัณฑ์สำนักงาน ยานพาหนะ) และรหัสหมวด
  3. 3
    กำหนดอายุการใช้งาน (ปี) เริ่มต้นของหมวด (ส่วนวิธีคิดค่าเสื่อมและมูลค่าซากตั้งตอนเพิ่มทรัพย์สินรายชิ้น)
  4. 4
    บันทึก หมวดจะพร้อมให้เลือกตอนเพิ่มทรัพย์สินทันที

ฟิลด์ของหมวดทรัพย์สิน

ฟิลด์จำเป็นคำอธิบาย
ชื่อหมวดบังคับชื่อที่เข้าใจง่าย แสดงในรายการและรายงาน เช่น คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
รหัสหมวดบังคับตัวอักษร/ตัวเลขสั้น ๆ ใช้เป็นส่วนหน้าของเลขครุภัณฑ์ รูปแบบ {รหัสหมวด}-{พ.ศ.}-NNNNN เช่น COM-2568-00001
อายุการใช้งาน (ปี)บังคับค่าตั้งต้นของหมวด ระบบเติมให้ตอนเพิ่มทรัพย์สิน ปรับรายชิ้นได้
รหัสบัญชี-รหัสสำหรับจับคู่กับผังบัญชี (ถ้ามี)
ลำดับแสดง-กำหนดลำดับการเรียงหมวดในรายการ (ถ้าต้องการ)
รหัสหมวดถูกนำไปประกอบเป็นเลขครุภัณฑ์ของทรัพย์สินที่ออกไปแล้ว จึงควรกำหนดให้ลงตัวตั้งแต่แรกและหลีกเลี่ยงการแก้ไขภายหลัง เพราะการเปลี่ยนรหัสหมวดไม่ย้อนไปแก้เลขครุภัณฑ์เดิมที่พิมพ์ป้าย QR ติดไว้แล้ว

ตั้งค่าสถานที่และแผนก

  1. 1
    ในเมนูตั้งค่า เลือกหัวข้อสถานที่ แล้วเพิ่มทีละระดับเป็นลำดับชั้น เช่น สร้าง อาคาร A ก่อน แล้วสร้าง ชั้น 2 โดยเลือกสถานที่หลักเป็นอาคาร A และสร้าง ห้อง 201 โดยเลือกสถานที่หลักเป็นชั้น 2
  2. 2
    เลือกหัวข้อแผนก แล้วเพิ่มแผนก/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของหรือดูแลทรัพย์สิน
  3. 3
    บันทึก จากนั้นตอนเพิ่มหรือโอนย้ายทรัพย์สินจะเลือกสถานที่และแผนกจากรายการนี้ได้
ตั้งสถานที่ให้ละเอียดถึงระดับห้องจะช่วยให้รายงานส่วนต่างตอนตรวจนับประจำปีบอกได้ว่าทรัพย์สินอยู่ผิดที่ (พบแต่ไม่ตรงสถานที่ที่บันทึกไว้) ได้แม่นยำขึ้น
12.2 ผู้ใช้และสิทธิ์
ทุกคน

เชิญเพื่อนร่วมงานเข้ามาใช้งานองค์กรเดียวกันได้ โดยกำหนดสิทธิ์ให้แต่ละคนตามหน้าที่ สิ่งที่แต่ละคนทำได้จะถูกจำกัดตามสิทธิ์ เพื่อให้สิทธิ์ตรงกับงานจริงและตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าใครทำรายการใด

จัดการสมาชิกได้ที่เมนู ตั้งค่า > สมาชิก (เฉพาะเจ้าขององค์กร) กรอกอีเมลและเลือกสิทธิ์เพื่อส่งคำเชิญ ผู้รับกดลิงก์ในอีเมลแล้วเข้าสู่ระบบหรือสมัครใช้งานด้วยอีเมลนั้นเพื่อยอมรับ คำเชิญมีอายุ 7 วัน หากเลยกำหนดให้กดส่งคำเชิญอีกครั้งเพื่อออกใบใหม่ ถ้าอีเมลไม่ถึงมือเขา เปิดเมนูจุดสามจุดท้ายแถวแล้วกดคัดลอกลิงก์คำเชิญ ส่งให้เองทาง LINE ได้ ส่วนความหมายของแต่ละสิทธิ์ดูได้จากตารางด้านล่าง

สิทธิ์ (5 ระดับ)

รายการความหมาย
เจ้าของ (owner)สิทธิ์สูงสุด ทำได้ทุกอย่าง รวมการตั้งค่าองค์กร จัดการผู้ใช้ และเรื่องแพ็กเกจ/การชำระเงิน
ผู้ดูแล (admin)จัดการข้อมูลพื้นฐาน ผู้ใช้ และทรัพย์สินได้เกือบทั้งหมด รวมอนุมัติจำหน่ายและปิดรอบตรวจนับ (ยกเว้นเรื่องเจ้าของ เช่น โอนความเป็นเจ้าขององค์กร)
เจ้าหน้าที่ (officer)ทำงานประจำได้ครบ - เพิ่ม/แก้ทรัพย์สิน โอนย้าย ยืม-คืน แจ้งซ่อม เสนอจำหน่าย และออกเอกสาร แต่อนุมัติจำหน่ายและปิดรอบตรวจนับไม่ได้
พนักงาน (staff)สแกน QR เพื่อตรวจนับ และแจ้งซ่อมได้เท่านั้น เหมาะกับผู้ปฏิบัติงานหน้างาน
ผู้ดูอย่างเดียว (viewer)ดูข้อมูลและรายงานได้ แต่แก้ไขไม่ได้ เหมาะกับผู้บริหารหรือผู้สอบบัญชี
ยึดหลักให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น พนักงานหน้างานที่เพียงช่วยสแกนนับและแจ้งซ่อม ควรเป็นสิทธิ์พนักงาน (staff) ก็พอ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ดูแล
เปลี่ยนสิทธิ์ของผู้ใช้ทีหลังได้ไหม
ได้ ที่หน้า ตั้งค่า > ทีมงาน กดปุ่มเปลี่ยนบทบาทในแถวของคนนั้นแล้วเลือกบทบาทใหม่ สิทธิ์จะเปลี่ยนตามทันที ทั้งนี้เจ้าขององค์กรเปลี่ยนบทบาทตัวเองไม่ได้ และเปลี่ยนบทบาทของเจ้าขององค์กรไม่ได้
จำนวนผู้ใช้เพิ่มได้ไม่จำกัดไหม
ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ จำนวนที่นั่งที่ใช้อยู่และเพดานของแพ็กเกจปัจจุบันแสดงอยู่หัวหน้าทีมงาน หากที่นั่งเต็ม ระบบจะเปิดกล่องเลือกแพ็กเกจให้ตอนกดส่งคำเชิญ เจ้าขององค์กรชำระด้วย PromptPay แล้วระบบจะส่งคำเชิญที่ค้างไว้ต่อให้เอง
นำผู้ใช้ออกแล้วประวัติการทำงานของเขาหายไหม
ไม่หาย รายการที่เขาเคยทำยังคงอยู่ในบันทึกกิจกรรมเสมอ การนำสมาชิกออกเป็นเพียงการยกเลิกสิทธิ์เข้าถึงองค์กร โดยมีผลทันทีแม้เขาจะยังเปิดหน้าเว็บค้างอยู่ และเชิญกลับเข้ามาใหม่ได้ทุกเมื่อ
12.3 ตั้งค่าองค์กรและปีงบ
เฉพาะ เจ้าของ

ตั้งค่าข้อมูลองค์กรได้ที่ ตั้งค่า > ข้อมูลบริษัท (เฉพาะเจ้าขององค์กร) ใช้ตั้งโลโก้ ข้อมูลตามกฎหมายสำหรับออกเอกสาร และเดือนเริ่มปีงบประมาณ ค่าเริ่มต้นคือเดือนตุลาคมแบบราชการ

ค่าที่ตั้งได้ในหน้าข้อมูลบริษัท

ฟิลด์จำเป็นคำอธิบาย
โลโก้องค์กร-PNG หรือ JPG ไม่เกิน 2MB ใช้แสดงบนหัวเอกสาร PDF ที่ออกจากระบบ
ข้อมูลตามกฎหมาย-ชื่อตามกฎหมาย เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก ประเภทผู้เสียภาษี สาขา โทรศัพท์ และที่อยู่ - ใช้บนเอกสารที่ต้องอ้างอิงตัวตนขององค์กร
เดือนเริ่มปีงบ-เดือนแรกของรอบปีงบประมาณ - ราชการมักเริ่มตุลาคม ภาคเอกชนมักเริ่มมกราคม ใช้ตัดงวดค่าเสื่อมราคาและจัดกลุ่มรายงาน
ชื่อองค์กรที่แสดงในระบบยังแก้เองไม่ได้ (ช่องชื่อตามกฎหมายเป็นคนละค่า ใช้บนเอกสาร) หากต้องเปลี่ยนชื่อองค์กร กรุณาติดต่อทีมงาน AssetFlow
เมนูตั้งค่าทั้งหมด - ข้อมูลบริษัท ทีมงาน ภาษี/เอกสาร แพ็กเกจ และความปลอดภัย - เปิดให้เฉพาะบทบาทเจ้าขององค์กรเท่านั้น บทบาทอื่นรวมถึงผู้ดูแลจะไม่เห็นเมนูนี้ เพื่อป้องกันการเปลี่ยนค่าที่กระทบทั้งองค์กรโดยไม่ตั้งใจ ส่วนการจัดการข้อมูลพื้นฐาน (หมวด สถานที่ แผนก) อยู่ที่เมนูหลัก ผู้ดูแลและเจ้าหน้าที่แก้ไขได้

13. คำถามที่พบบ่อย

รวมคำถามที่ผู้ใช้งานถามบ่อยที่สุด

ต้องติดตั้งโปรแกรมไหม?
ไม่ต้อง AssetFlow ใช้งานผ่านเบราว์เซอร์บนมือถือหรือคอมพิวเตอร์ได้ทันที เพียงเข้าสู่ระบบด้วยอีเมลและรหัสผ่าน
เริ่มต้นใช้งานอย่างไร?
สมัครบัญชี สร้างองค์กร แล้วตั้งค่าหมวดทรัพย์สิน สถานที่ และแผนก จากนั้นเพิ่มทรัพย์สิน (หรือนำเข้าจาก Excel) ระบบจะออกเลขครุภัณฑ์และ QR ให้อัตโนมัติ พิมพ์ป้ายไปติดแล้วเริ่มสแกนใช้งานได้เลย
ดูแลหลายหน่วยงานในบัญชีเดียวได้ไหม?
ได้ ข้อมูลของแต่ละองค์กรแยกจากกันโดยสมบูรณ์ ถ้าดูแลหลายองค์กรให้สลับองค์กรที่ตัวสลับมุมซ้ายบนก่อนทำงานทุกครั้ง
ลืมรหัสผ่าน ทำอย่างไร?
ที่หน้าเข้าสู่ระบบ ให้กดลิงก์ “ลืมรหัสผ่าน?” ข้างช่องรหัสผ่าน แล้วกรอกอีเมลที่สมัครไว้ ระบบจะส่งลิงก์สำหรับตั้งรหัสผ่านใหม่ไปให้ทางอีเมล (ลิงก์มีอายุจำกัด ถ้าหมดอายุให้ขอใหม่ได้)
ตรวจนับทรัพย์สินตอนสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่ดีได้ไหม?
ได้ แอปเก็บผลการสแกนไว้ในเครื่อง (ออฟไลน์) แล้วซิงก์ให้อัตโนมัติเมื่อกลับมาออนไลน์ และมีตัวเลขแสดงจำนวนรายการที่รอซิงก์
ค่าเสื่อมราคาที่ระบบคำนวณตรงกับงบการเงินไหม?
ระบบคิดค่าเสื่อมแบบเส้นตรงบนหน่วยสตางค์ ปีแรกคิดตามสัดส่วนวัน และปีสุดท้ายรับเศษให้ผลรวมเท่ากับราคาทุนลบมูลค่าซากพอดี พร้อมตารางค่าเสื่อมรายปีไว้ประกอบงบ
ทำไมบางเมนูถึงไม่ขึ้นให้ฉันเห็น?
ระบบซ่อนเมนูที่บทบาทของคุณใช้ไม่ได้โดยอัตโนมัติ (เจ้าของเห็นทุกเมนู ผู้ดูแล/เจ้าหน้าที่/พนักงาน/ผู้ดูอย่างเดียวเห็นต่างกัน) หากต้องการสิทธิ์เพิ่ม ให้แจ้งเจ้าของหรือผู้ดูแลองค์กรเปลี่ยนบทบาทให้

ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม? ติดต่อทีมงาน AssetFlow ได้ที่ info@compatbiz.com หรือ LINE @compatbiz

พร้อมเริ่มใช้งาน AssetFlow แล้วหรือยัง?

สมัครฟรี ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที จัดการทรัพย์สินขององค์กรได้ครบจบในที่เดียว

สมัครใช้งานฟรี