อัตราค่าเสื่อมราคาตามกฎหมายภาษี (สรรพากร) มีอะไรบ้าง
สรุปอัตราค่าเสื่อมราคาสูงสุดที่หักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 145) อาคาร 5% ทรัพย์สินอื่น 20% พร้อมวิธีแปลงเป็นอายุการใช้งานและตัวอย่างคำนวณ
เวลาซื้อทรัพย์สินเข้ากิจการ คำถามที่ฝ่ายบัญชีต้องตอบทุกครั้งคือ "ตัวนี้คิดค่าเสื่อมกี่ปี" และ "หักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ปีละเท่าไหร่" สองคำถามนี้ฟังดูเหมือนกัน แต่คำตอบมาจากคนละที่ อัตราค่าเสื่อมราคาตามกฎหมายภาษี ที่กรมสรรพากรกำหนดเป็น "เพดานสูงสุด" ที่นำมาหักเป็นรายจ่ายได้ ส่วนอายุการใช้งานทางบัญชีเป็นการประมาณของกิจการเอง บทความนี้สรุปอัตราตามกฎหมาย วิธีแปลงเป็นอายุการใช้งาน และจุดที่มักพลาดเวลาตัวเลขบัญชีกับภาษีไม่ตรงกัน
ค่าเสื่อมราคาทางภาษีคืออะไร
ค่าเสื่อมราคา คือการทยอยตัดราคาทุนของทรัพย์สินที่ใช้งานได้หลายปีให้เป็นค่าใช้จ่ายตามช่วงเวลาที่ใช้ประโยชน์ แทนที่จะลงเป็นรายจ่ายก้อนเดียวในปีที่ซื้อ
ในทางภาษีเงินได้นิติบุคคล ประมวลรัษฎากรให้นำค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคามาหักเป็นรายจ่ายได้ แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และอัตราที่ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา ฉบับหลักคือ พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม คนในวงการมักเรียกสั้น ๆ ว่า "พ.ร.ฎ. 145"
หัวใจของ พ.ร.ฎ. 145 มีสามข้อ:
- กำหนด อัตราสูงสุดต่อปี แยกตามประเภททรัพย์สิน คิดเป็นร้อยละของมูลค่าต้นทุน
- รอบระยะเวลาบัญชีที่ไม่เต็ม 12 เดือน ให้ เฉลี่ยตามส่วน
- หักค่าเสื่อมจน หมดมูลค่าต้นทุนไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใด
ตารางอัตราค่าเสื่อมราคาสูงสุดตาม พ.ร.ฎ. 145
อัตราด้านล่างเป็นอัตรา ไม่เกิน ร้อยละของมูลค่าต้นทุนต่อปี ตามมาตรา 4 ของพระราชกฤษฎีกา:
| ประเภททรัพย์สิน | อัตราสูงสุดต่อปี | เทียบอายุขั้นต่ำ |
|---|---|---|
| อาคารถาวร | 5% | 20 ปี |
| อาคารชั่วคราว | 100% | 1 ปี |
| ต้นทุนเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ | 5% | 20 ปี |
| สิทธิการเช่าที่ไม่มีกำหนดอายุ หรือมีแต่ต่ออายุได้ | 10% | 10 ปี |
| สิทธิการเช่าที่มีกำหนดอายุและไม่มีการต่ออายุ | 100% หารด้วยจำนวนปีอายุการเช่า | ตามอายุสัญญา |
| สิทธิ เช่น สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ค่าความนิยม ที่ไม่จำกัดอายุการใช้ | 10% | 10 ปี |
| สิทธิแบบเดียวกันที่จำกัดอายุการใช้ | 100% หารด้วยจำนวนปีอายุการใช้ | ตามอายุสิทธิ |
| ทรัพย์สินอื่นที่ไม่ใช่ที่ดินและสินค้า | 20% | 5 ปี |
ทรัพย์สินส่วนใหญ่ที่ฝ่ายพัสดุดูแลอยู่ทุกวัน ทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องปรับอากาศ เครื่องจักร และยานพาหนะ ตกอยู่ในแถวสุดท้าย คือ ทรัพย์สินอื่น ไม่เกิน 20% ต่อปี ส่วนที่ดินไม่อยู่ในตารางเลย เพราะไม่ถือว่าเสื่อมสภาพตามการใช้งาน จึงไม่หักค่าเสื่อม
อ่านตัวบทเต็มได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร
นอกจากตารางหลัก ยังมีกรณีพิเศษที่แก้ไขเพิ่มเติมภายหลัง เช่น รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกินสิบคน ให้คิดค่าเสื่อมจากมูลค่าต้นทุนเฉพาะส่วนที่ไม่เกินหนึ่งล้านบาท (ยกเว้นบางธุรกิจ) และหลักเกณฑ์เฉพาะที่หักได้เร็วกว่าตารางสำหรับทรัพย์สินบางประเภท เช่น คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ หรือสิทธิหักค่าเสื่อมเบื้องต้นในวันที่ได้มาของกิจการขนาดเล็กตามเงื่อนไข ก่อนใช้สิทธิเหล่านี้ควรตรวจเงื่อนไขฉบับล่าสุดกับกรมสรรพากรหรือผู้สอบบัญชีของคุณ
อัตราภาษีเป็น "เพดาน" ไม่ใช่อายุการใช้งานจริง
จุดที่สับสนบ่อยที่สุดคือคิดว่าต้องคิดค่าเสื่อมตามอัตราในตารางเป๊ะ ๆ ความจริงคือ:
- อัตราในตารางเป็นอัตราสูงสุด กิจการคิดในอัตราที่ต่ำกว่าได้ (อายุยาวกว่า) แต่หักเกินอัตรานี้ไม่ได้
- ทางบัญชีต้องใช้อายุตามการใช้งานจริง มาตรฐานการรายงานทางการเงินให้ประมาณอายุการใช้งานจากประสบการณ์ของกิจการ ไม่ได้บังคับให้ใช้อัตราของสรรพากร
- เลือกแล้วต้องใช้ต่อเนื่อง พระราชกฤษฎีกากำหนดให้ใช้วิธีและอัตราที่เลือกไว้ต่อไป ถ้าจะเปลี่ยนต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร
ผลคือในทางปฏิบัติ SME ส่วนใหญ่มักตั้งอายุการใช้งานทางบัญชีให้ ไม่สั้นกว่า อายุขั้นต่ำที่เทียบจากอัตราภาษี เพื่อให้ค่าเสื่อมที่ลงบัญชีหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ทั้งจำนวน ไม่ต้องมานั่งปรับปรุงทุกปี
ถ้าอายุทางบัญชีสั้นกว่าที่ภาษียอมรับ
สมมติกิจการซื้อชุดโต๊ะประชุม ราคาทุน 40,000 บาท มูลค่าซาก 0 บาท แต่ประเมินว่าใช้ได้จริงแค่ 4 ปี คิดค่าเสื่อมแบบเส้นตรงปีละ 25% หรือ 10,000 บาท
| ทางบัญชี | ทางภาษี (สูงสุด 20%) | |
|---|---|---|
| ค่าเสื่อมต่อปี | 10,000 | 8,000 |
| ส่วนต่างที่หักไม่ได้ | 2,000 |
ส่วนเกิน 2,000 บาทต่อปีนำมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีไม่ได้ในปีนั้น ต้องบวกกลับตอนคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี ตัวเลขบัญชีกับภาษีจึงเริ่มต่างกัน และต้องตามกระทบยอดกันไปจนกว่าทรัพย์สินจะคิดค่าเสื่อมครบ งานนี้ไม่ผิด แต่เพิ่มภาระเอกสาร ถ้าไม่มีเหตุผลทางธุรกิจที่ชัดเจน การตั้งอายุให้ไม่สั้นกว่า 5 ปีสำหรับทรัพย์สินกลุ่มนี้จะง่ายกว่ามาก
แปลงอัตราเป็นอายุการใช้งาน
วิธีเส้นตรงแปลงอัตรากับอายุไปมาได้ด้วยสูตรเดียว:
อัตราค่าเสื่อมต่อปี = 100% ÷ อายุการใช้งาน (ปี)
อายุการใช้งานขั้นต่ำ = 100% ÷ อัตราสูงสุดตามกฎหมาย
ตัวอย่างการตั้งค่าที่พบบ่อย:
| ทรัพย์สิน | อายุที่นิยมตั้ง | อัตราต่อปี | ไม่เกินเพดานภาษีไหม |
|---|---|---|---|
| อาคารสำนักงาน | 20 ปี | 5% | ไม่เกิน |
| เครื่องจักรในโรงงาน | 10 ปี | 10% | ไม่เกิน (ต่ำกว่า 20%) |
| เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน | 5 ปี | 20% | เท่าเพดาน |
| เครื่องปรับอากาศ | 5 ปี | 20% | เท่าเพดาน |
| ที่ดิน | ไม่คิดค่าเสื่อม | - | - |
ตารางนี้เป็นตัวอย่างประกอบความเข้าใจ อายุที่เหมาะกับกิจการคุณขึ้นกับการใช้งานจริงและนโยบายบัญชีที่ผู้สอบบัญชียอมรับ
ตัวอย่างคำนวณ: ซื้อกลางปี คิดตามส่วน
พ.ร.ฎ. 145 ให้เฉลี่ยตามส่วนเมื่อรอบระยะเวลาไม่เต็ม 12 เดือน และในทางปฏิบัติทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างปีก็นิยมคิดค่าเสื่อมตามสัดส่วนวันตั้งแต่วันที่ได้มา
สมมติรอบบัญชีตรงกับปีปฏิทิน ซื้อเครื่องปรับอากาศ ราคาทุน 36,500 บาท เมื่อวันที่ 1 ก.ค. อายุการใช้งาน 5 ปี มูลค่าซาก 0 บาท:
ค่าเสื่อมเต็มปี = 36,500 ÷ 5 = 7,300 บาท
วันที่ใช้งานในปีแรก = 1 ก.ค. ถึง 31 ธ.ค. = 184 วัน
ค่าเสื่อมปีแรก = 7,300 × 184 ÷ 365 = 3,680 บาท
ปีที่ 2 ถึง 5 คิดปีละ 7,300 บาท และปีที่ 6 รับส่วนที่เหลือ (7,300 − 3,680 = 3,620 บาท) เพื่อให้ค่าเสื่อมสะสมรวมทุกปีเท่ากับ 36,500 บาทพอดี ถ้ามีมูลค่าซาก ค่าเสื่อมรวมจะหยุดที่ราคาทุนลบมูลค่าซาก ซึ่งสอดคล้องกับหลักที่ห้ามหักจนหมดมูลค่าต้นทุนด้วย
ปีแรกในทางภาษีคิด 3,680 บาท ซึ่งเท่ากับ 20% ต่อปีเฉลี่ยตามส่วน ไม่เกินเพดาน หักได้ทั้งจำนวน
ถ้ากิจการใช้รอบปีบัญชีที่ไม่ตรงกับปีปฏิทิน เช่น เริ่ม 1 ต.ค. ตัวหารและจำนวนวันในปีแรกต้องนับตามรอบปีบัญชีนั้น ไม่ใช่ตามปีปฏิทิน การคิดผิดรอบเป็นสาเหตุที่ตัวเลขในทะเบียนไม่ตรงกับงบบ่อยที่สุด
ตั้งค่าในทะเบียนทรัพย์สินอย่างไรให้ตรงกับภาษี
ไม่ว่าจะใช้ Excel หรือระบบใด หลักการตั้งค่าเหมือนกัน:
- ตั้งอายุการใช้งานเป็นรายชิ้น ทรัพย์สินหมวดเดียวกันอาจใช้งานหนักเบาต่างกัน การมีค่าเริ่มต้นตามหมวดช่วยให้กรอกเร็ว แต่ต้องแก้รายชิ้นได้
- แยกที่ดินออกจากอาคาร ซื้ออาคารพร้อมที่ดินต้องแบ่งราคาทุนสองส่วน ที่ดินไม่คิดค่าเสื่อม อาคารคิดได้ไม่เกิน 5%
- บันทึกวันที่ได้มาและวันเริ่มคิดค่าเสื่อมให้ถูก เพราะกำหนดสัดส่วนปีแรก
- คิดบนหน่วยที่ไม่ปัดเศษสะสม ตัวเลขปัดทีละบรรทัดหลายร้อยรายการ รวมแล้วเพี้ยนจากงบได้
ใน AssetFlow แต่ละหมวดทรัพย์สินมีอายุการใช้งานเริ่มต้นที่เติมให้อัตโนมัติตอนเพิ่มทรัพย์สิน และแก้เป็นรายชิ้นได้ วิธีคิดค่าเสื่อมเลือกที่ทรัพย์สินแต่ละชิ้น เป็นแบบเส้นตรง หรือไม่คิดค่าเสื่อม (สำหรับที่ดิน) ระบบคิดปีแรกตามสัดส่วนวัน ตัดงวดตามปีงบประมาณที่องค์กรตั้งไว้ และคำนวณบนหน่วยสตางค์เพื่อให้ผลรวมค่าเสื่อมลงพอดีกับราคาทุนลบมูลค่าซากทุกชิ้น ได้ตารางค่าเสื่อมรายปีและมูลค่าตามบัญชีให้ดูทันที (ฟีเจอร์ค่าเสื่อมอยู่ในแพ็กเกจแบบชำระเงิน ดูรายละเอียดที่หน้าราคา)
ระบบคิดค่าเสื่อมทางบัญชีตามอายุที่คุณตั้งไว้ชุดเดียว ถ้าตั้งอายุให้อัตราไม่เกินเพดานภาษี ตัวเลขจากตารางค่าเสื่อมก็ใช้ประกอบการคำนวณภาษีได้ตรงไปตรงมา ถ้าตั้งสั้นกว่าเพดาน ส่วนต่างยังต้องปรับปรุงตอนยื่นภาษีตามปกติ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- คิดค่าเสื่อมที่ดิน ที่ดินไม่หักค่าเสื่อมทั้งทางบัญชีและภาษี
- ตั้งอายุ 3 ปีให้ทรัพย์สินทุกชนิดเพื่อให้หักได้เร็ว อัตรา 33% เกินเพดาน 20% ของทรัพย์สินทั่วไป ส่วนเกินหักไม่ได้ (เว้นแต่เป็นประเภทที่มีหลักเกณฑ์เฉพาะและเข้าเงื่อนไข)
- ลืมเฉลี่ยตามส่วนในปีแรก ซื้อเดือนธันวาคมแต่คิดเต็มปี ทำให้หักเกินจริง
- เปลี่ยนอายุกลางทางโดยไม่มีเหตุผลและเอกสาร ทั้งมาตรฐานบัญชีและกฎหมายภาษีให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอ
- หักจนมูลค่าตามบัญชีเหลือศูนย์ทั้งที่ตั้งมูลค่าซากไว้ ค่าเสื่อมรวมต้องไม่เกินราคาทุนลบมูลค่าซาก
สรุป
- อัตราค่าเสื่อมตาม พ.ร.ฎ. 145 เป็น เพดานสูงสุด ที่หักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ อาคารถาวร 5% ทรัพย์สินทั่วไป 20% ต่อปี ที่ดินไม่หักค่าเสื่อม
- อายุการใช้งานทางบัญชีเป็นการประมาณของกิจการ ตั้งยาวกว่าอายุขั้นต่ำได้ ถ้าสั้นกว่า ส่วนเกินต้องบวกกลับทางภาษี
- ปีแรกคิดตามสัดส่วน และค่าเสื่อมรวมต้องไม่เกินราคาทุนลบมูลค่าซาก
- ตั้งอายุเป็นรายชิ้น แยกที่ดินออกจากอาคาร และคำนวณแบบไม่ปัดเศษสะสม จะช่วยให้ทะเบียนตรงกับงบและภาษี
อ่านวิธีคำนวณแบบละเอียดได้ที่ ค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรงคืออะไร คำนวณอย่างไร และความต่างระหว่างมูลค่าตามบัญชีกับราคาตลาด
อยากให้ระบบคิดตารางค่าเสื่อมทุกชิ้นให้อัตโนมัติ พร้อมทะเบียนครุภัณฑ์และ QR Code ในที่เดียว สมัครใช้งาน AssetFlow ได้เลย
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย บัญชี หรือภาษี กรณีมีข้อสงสัยควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและตรวจสอบมาตรฐาน/กฎหมายฉบับล่าสุด
บทความที่เกี่ยวข้อง
ค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรงคืออะไร คำนวณอย่างไร (พร้อมตัวอย่าง)
อธิบายวิธีคิดค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรง การคิด pro-rata ปีแรก มูลค่าซาก และมูลค่าตามบัญชี พร้อมตัวอย่างการคำนวณทีละขั้น
เตรียมทะเบียนทรัพย์สินให้ผู้สอบบัญชีตอนปิดงบ ต้องมีอะไรบ้าง
เช็กลิสต์เตรียมทะเบียนทรัพย์สินถาวรก่อนผู้สอบบัญชีเข้าตรวจ ตารางกระทบยอดต้นงวด เพิ่ม จำหน่าย ปลายงวด เอกสารประกอบที่ต้องมี และความผิดปกติที่ผู้สอบบัญชีมักเจอ
มูลค่าตามบัญชี vs ราคาตลาด ต่างกันอย่างไร
อธิบายความต่างระหว่างมูลค่าตามบัญชี (book value) กับราคาตลาด และเหตุใดทั้งสองค่าจึงไม่เท่ากัน พร้อมผลต่อการจำหน่ายทรัพย์สิน
พร้อมจัดการทรัพย์สินให้เป็นระบบแล้วหรือยัง?
AssetFlow รวมทะเบียนครุภัณฑ์ QR ตรวจนับ ค่าเสื่อม และแจ้งซ่อมไว้ในที่เดียว เริ่มใช้ได้ฟรี