โอนย้าย-ยืมคืน

ระบบยืม-คืนอุปกรณ์ในองค์กร ทำอย่างไรไม่ให้ของหาย

วางระบบยืม-คืนอุปกรณ์ในองค์กรให้ของไม่หาย ข้อมูลที่ต้องบันทึกตอนยืม กำหนดคืนและการตามของเกินกำหนด ความต่างระหว่างยืมกับโอนย้าย และทำไมประวัติต้องแก้ไม่ได้

โปรเจกเตอร์ที่ฝ่ายขายยืมไปออกบูธ โน้ตบุ๊กสำรองที่ให้พนักงานใหม่ใช้ชั่วคราว กล้องที่ฝ่ายการตลาดยืมไปถ่ายงาน ของพวกนี้ไม่ได้หายเพราะมีคนขโมย แต่หายเพราะไม่มีใครจำได้ว่าใครยืมไป ยืมไปตั้งแต่เมื่อไร และควรคืนวันไหน พอถึงรอบตรวจนับประจำปีก็กลายเป็นรายการ "ไม่พบ" ที่ไม่มีใครตอบได้ ระบบยืม-คืนอุปกรณ์ที่ดีไม่ต้องซับซ้อน แต่ต้องตอบสามคำถามนี้ได้ทุกเวลา

ทำไมของยืมถึงหาย

สาเหตุที่เจอซ้ำในแทบทุกองค์กร:

  • ยืมด้วยวาจา "ขอยืมไปก่อนนะ" แล้วไม่มีบันทึก พอคนยืมย้ายแผนกหรือลาออก ของก็หายตามไปด้วย
  • สมุดยืมที่ไม่มีใครเปิดดู มีบันทึก แต่ไม่มีใครไล่ดูว่ารายการไหนเลยกำหนดแล้ว
  • ไม่มีกำหนดคืน ยืมแบบปลายเปิด ไม่มีวันที่ให้ทวง
  • ยืมนานจนกลายเป็นของประจำตัว ไม่มีใครเปลี่ยนสถานะให้ถูก ทะเบียนบอกว่าของอยู่ห้องเก็บของ แต่ของจริงอยู่บ้านพนักงาน
  • ไม่บันทึกสภาพตอนคืน ของกลับมาชำรุด แต่ไม่รู้ว่าเสียตอนไหน ใครรับผิดชอบ

ข้อมูลที่ต้องบันทึกตอนยืม

บันทึกการยืมหนึ่งรายการควรมีอย่างน้อย:

ข้อมูลทำไมต้องมี
ทรัพย์สินที่ยืม (เลขครุภัณฑ์)ระบุตัวได้แน่นอน ไม่ใช่แค่ "โน้ตบุ๊กสีเทา"
ชื่อผู้ยืมรู้ว่าต้องทวงใคร
วันที่ยืมรู้ว่าออกไปนานแค่ไหนแล้ว
กำหนดคืนมีวันที่ให้ตามได้
เหตุผลหรือวัตถุประสงค์ช่วยตัดสินว่าควรให้ยืมนานแค่ไหน และใช้ทบทวนว่าของชิ้นไหนถูกยืมบ่อยจนควรซื้อเพิ่ม
ผู้บันทึกรู้ว่าใครเป็นคนปล่อยของออกไป

และควรมีกติกาพื้นฐานกำกับ:

  • ยืมได้เฉพาะของที่พร้อมใช้งาน ของที่กำลังซ่อม รอจำหน่าย หรือถูกยืมอยู่แล้ว ไม่ควรถูกยืมซ้ำ
  • ของที่ถูกยืมอยู่ห้ามจำหน่าย ต้องรับคืนก่อน ไม่งั้นจะตัดบัญชีของที่ยังอยู่ในมือคนอื่น
  • มีเอกสารให้ผู้ยืมลงนาม สำหรับของมูลค่าสูง ใบยืมที่ลงนามช่วยให้ความรับผิดชอบชัดเจน

กำหนดคืน และการตามของเกินกำหนด

บันทึกการยืมจะไม่มีประโยชน์ถ้าไม่มีใครดูรายการเกินกำหนด หัวใจของระบบคือ:

  1. ตั้งกำหนดคืนทุกครั้ง แม้จะยืมยาว ให้ตั้งวันทบทวน ถ้ายังต้องใช้ก็คืนแล้วยืมใหม่ จะได้เห็นว่ายังมีคนรับผิดชอบอยู่
  2. ให้รายการเกินกำหนดโผล่มาเอง ไม่ต้องรอให้ใครไปเปิดสมุด ระบบควรนับและแสดงให้เห็นทุกวัน
  3. นับตามชิ้น ไม่ใช่ตามรายการ ของที่เคยยืมแล้วคืน แล้วถูกยืมใหม่ ควรนับเป็นเกินกำหนดเฉพาะการยืมล่าสุดที่ยังไม่คืน ไม่งั้นตัวเลขจะเกินจริง
  4. บันทึกสภาพตอนรับคืน สั้น ๆ เช่น "ปกติ" หรือ "จอมีรอยร้าวมุมขวา" ถ้าเสียหายจะได้ส่งแจ้งซ่อมต่อทันที

ถ้าวันครบกำหนดคือวันนี้ ยังไม่ถือว่าเกินกำหนด เริ่มนับเกินกำหนดตั้งแต่วันถัดไป กติกานี้ดูเล็ก แต่ช่วยไม่ให้คนที่คืนตรงวันถูกทวงโดยไม่จำเป็น

ยืมต่างจากโอนย้ายอย่างไร

สองคำนี้มักถูกใช้ปนกัน แต่ความหมายต่างกันและควรบันทึกแยก:

ยืม (loan)โอนย้าย (transfer)
ระยะเวลาชั่วคราว มีกำหนดคืนถาวร จนกว่าจะโอนครั้งถัดไป
ผู้รับผิดชอบหลักยังเป็นแผนกหรือผู้ครอบครองเดิมเปลี่ยนเป็นปลายทางใหม่
สิ่งที่เปลี่ยนในทะเบียนสถานะเป็น "ยืมออก"สถานที่ แผนก หรือผู้ครอบครอง
ตัวอย่างยืมโปรเจกเตอร์ไปออกบูธ 3 วันย้ายเครื่องพิมพ์จากชั้น 2 ไปชั้น 5

กฎง่าย ๆ คือ ถ้าของจะไม่กลับมาที่เดิม ให้บันทึกเป็นโอนย้าย อย่าปล่อยเป็นยืมค้างไว้ ทะเบียนที่มีรายการยืมค้างเป็นปี บอกที่อยู่ของทรัพย์สินผิดทั้งหมด และทำให้การตรวจนับประจำปีมีรายการผิดสถานที่เต็มไปหมด

ประวัติที่แก้ไม่ได้

การยืม คืน และโอนย้ายทุกครั้งควรถูกเก็บเป็นประวัติการเคลื่อนไหวที่ เพิ่มได้อย่างเดียว แก้หรือลบไม่ได้ ถ้าบันทึกผิด ให้บันทึกรายการใหม่เพื่อแก้ ไม่ใช่ลบรายการเดิม

เหตุผลคือประวัติชุดนี้เป็นหลักฐาน เมื่อของหายหรือชำรุด คำถามแรกคือ "ใครถือไว้ล่าสุด" ถ้าใครก็แก้บันทึกได้ คำตอบก็เชื่อไม่ได้ ประวัติที่ครบยังช่วยตอนตรวจนับประจำปี ของที่ไม่พบให้ดูก่อนว่าเคยถูกยืมหรือโอนไปที่ไหน ก่อนจะสรุปว่าสูญหาย

AssetFlow จัดการยืม-คืนอย่างไร

การยืม คืน และโอนย้ายใน AssetFlow ผูกกับทะเบียนทรัพย์สินโดยตรง:

  • ยืม ระบุชื่อผู้ยืม กำหนดคืน และเหตุผล ยืมได้เฉพาะทรัพย์สินที่อยู่ในสถานะใช้งาน สถานะเปลี่ยนเป็น "ยืมออก" ให้อัตโนมัติ และของที่ถูกยืมอยู่จะเสนอจำหน่ายไม่ได้จนกว่าจะรับคืน
  • คืน รับคืนพร้อมบันทึกสภาพ สถานะกลับเป็น "ใช้งาน"
  • โอนย้าย เปลี่ยนสถานที่ แผนก หรือผู้ครอบครอง พร้อมเหตุผล ทะเบียนแสดงที่อยู่ปัจจุบันตามการโอนล่าสุดเสมอ
  • รายการเกินกำหนดขึ้นเอง ในกระดิ่งแจ้งเตือนและแดชบอร์ด นับตามการยืมล่าสุดของแต่ละชิ้น
  • ประวัติแก้หรือลบไม่ได้ ทุกการเคลื่อนไหวเพิ่มเป็นรายการใหม่ ดูย้อนหลังได้ที่หน้าทรัพย์สิน
  • ใบยืมและใบโอนย้าย PDF มีเลขเอกสารและช่องลงนาม ใช้เป็นหลักฐานกับผู้ยืมได้

ฟีเจอร์โอนย้ายและยืม-คืนอยู่ในแพ็กเกจแบบชำระเงิน ดูรายละเอียดที่หน้าราคา

สรุป

  • ของยืมหายเพราะไม่มีบันทึก ไม่มีกำหนดคืน และไม่มีใครตามรายการเกินกำหนด
  • บันทึกให้ครบตอนยืม: ทรัพย์สิน ผู้ยืม วันที่ กำหนดคืน เหตุผล
  • ให้รายการเกินกำหนดแสดงเองทุกวัน และบันทึกสภาพตอนรับคืน
  • ของที่จะไม่กลับที่เดิมให้บันทึกเป็นโอนย้าย ไม่ใช่ยืมค้าง
  • ประวัติการเคลื่อนไหวต้องเพิ่มได้อย่างเดียว เพื่อให้เป็นหลักฐานที่เชื่อได้

อ่านต่อเรื่องวิธีจัดทำทะเบียนครุภัณฑ์ให้ถูกต้อง และการติด QR Code ทรัพย์สินที่ช่วยให้รับคืนและตรวจนับได้เร็วขึ้น

อยากรู้ทุกเวลาว่าอุปกรณ์ชิ้นไหนอยู่กับใครและต้องคืนเมื่อไร สมัครใช้งาน AssetFlow ได้เลย

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย บัญชี หรือภาษี กรณีมีข้อสงสัยควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและตรวจสอบมาตรฐาน/กฎหมายฉบับล่าสุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

เตรียมทะเบียนทรัพย์สินให้ผู้สอบบัญชีตอนปิดงบ ต้องมีอะไรบ้าง

เช็กลิสต์เตรียมทะเบียนทรัพย์สินถาวรก่อนผู้สอบบัญชีเข้าตรวจ ตารางกระทบยอดต้นงวด เพิ่ม จำหน่าย ปลายงวด เอกสารประกอบที่ต้องมี และความผิดปกติที่ผู้สอบบัญชีมักเจอ

ติด QR Code ทรัพย์สิน ดีกว่าจดเลขด้วยมืออย่างไร

ทำไมการติด QR Code ให้ทรัพย์สินช่วยลดเวลาตรวจนับ ลดข้อผิดพลาด และทำให้ดูประวัติทรัพย์สินได้ทันทีจากมือถือ

แจ้งซ่อมด้วย QR Code ให้คนหน้างานแจ้งได้ทันที

ระบบแจ้งซ่อมด้วย QR Code: สแกนป้ายบนอุปกรณ์แล้วแจ้งอาการพร้อมรูปได้ทันทีโดยไม่ต้องมีบัญชี ฝ่ายซ่อมรู้ว่าเครื่องไหน อยู่ที่ไหน ติดตามสถานะ ค่าซ่อม และเครื่องที่เสียบ่อยได้ในที่เดียว

พร้อมจัดการทรัพย์สินให้เป็นระบบแล้วหรือยัง?

AssetFlow รวมทะเบียนครุภัณฑ์ QR ตรวจนับ ค่าเสื่อม และแจ้งซ่อมไว้ในที่เดียว เริ่มใช้ได้ฟรี