การตรวจสอบพัสดุประจำปีของหน่วยงานรัฐ ทำอย่างไร
สรุปการตรวจสอบพัสดุประจำปีตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 ข้อ 213 ใครแต่งตั้ง เริ่มตรวจเมื่อไร รายงานภายในกี่วัน และพัสดุชำรุดหรือสูญหายต้องทำอะไรต่อ
ทุกเดือนกันยายน งานพัสดุของหน่วยงานรัฐจะเริ่มเตรียมเรื่องเดียวกัน คือ การตรวจสอบพัสดุประจำปี ที่ต้องทำให้เสร็จและรายงานตามกำหนดในระเบียบ ต่างจากการตรวจนับของบริษัทเอกชนที่แต่ละแห่งออกแบบเองได้ การตรวจสอบพัสดุของรัฐมีขั้นตอน ผู้รับผิดชอบ และกำหนดเวลาที่ระเบียบเขียนไว้ชัด บทความนี้สรุปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 213 ถึง 218 พร้อมวิธีเตรียมงานให้ทันเวลา
ถ้าคุณอยู่ภาคเอกชน อ่านเช็กลิสต์ตรวจนับทรัพย์สินประจำปีแทนจะตรงกว่า
ใครต้องทำ และต้องเริ่มเมื่อไร (ข้อ 213)
ข้อ 213 วางหลักไว้สามเรื่อง:
- แต่งตั้งภายในเดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปีงบประมาณ ของทุกปี หน่วยงานของรัฐแต่งตั้งผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบพัสดุ ซึ่ง ไม่ใช่เจ้าหน้าที่พัสดุ ตามความจำเป็น ในทางปฏิบัติมักแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการ
- ตรวจสองอย่าง คือ ตรวจสอบการรับจ่ายพัสดุในงวด 1 ปีที่ผ่านมา (1 ต.ค. ปีก่อน ถึง 30 ก.ย.) และตรวจนับพัสดุประเภทที่คงเหลืออยู่ ณ วันสิ้นงวด
- เริ่มตรวจในวันเปิดทำการวันแรกของปีงบประมาณใหม่ แล้วรายงานผลต่อผู้แต่งตั้ง ภายใน 30 วันทำการ นับแต่วันเริ่มตรวจ
เหตุที่ต้องเป็นคนที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่พัสดุ คือหลักการแบ่งแยกหน้าที่ คนที่รับจ่ายพัสดุเองไม่ควรเป็นคนรับรองว่าของครบ
เส้นเวลาการตรวจสอบ
| ช่วงเวลา | สิ่งที่ต้องเกิดขึ้น |
|---|---|
| ภายในเดือนกันยายน | หัวหน้าหน่วยงานลงนามคำสั่งแต่งตั้งผู้รับผิดชอบหรือคณะกรรมการตรวจสอบ |
| 30 ก.ย. | วันสิ้นงวด ยอดคงเหลือในทะเบียน ณ วันนี้คือยอดที่ต้องตรวจนับ |
| วันทำการแรกของเดือนตุลาคม | เริ่มตรวจสอบการรับจ่ายและตรวจนับ |
| ภายใน 30 วันทำการนับแต่วันเริ่ม | คณะกรรมการรายงานผลต่อผู้แต่งตั้ง |
| หลังได้รับรายงาน | เสนอหัวหน้าหน่วยงาน 1 ชุด ส่งสำเนาไปยังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน 1 ชุด และหน่วยงานต้นสังกัด (ถ้ามี) 1 ชุด |
30 วันทำการดูเหมือนนาน แต่ถ้าหน่วยงานมีครุภัณฑ์หลายพันรายการกระจายหลายอาคาร และกรรมการทุกคนยังมีงานประจำ เวลาจะหมดเร็วมาก ส่วนใหญ่ที่ไม่ทันไม่ได้เพราะนับช้า แต่เพราะต้องกลับมาไล่หาว่าของที่ไม่เจออยู่ไหน และทะเบียนไม่ตรงกับของจริงตั้งแต่ต้น
ตรวจอะไรบ้าง
ระเบียบให้ตรวจเพื่อตอบคำถามสี่ข้อ:
- การรับจ่ายพัสดุถูกต้องหรือไม่ มีเอกสารรับเข้าและเบิกจ่ายครบตามที่ลงบัญชีไว้
- พัสดุคงเหลือมีตัวอยู่ตรงตามบัญชีหรือทะเบียนหรือไม่ นับของจริงเทียบกับทะเบียนครุภัณฑ์
- มีพัสดุใดชำรุด เสื่อมสภาพ หรือสูญไป เพราะเหตุใด บันทึกสภาพและสาเหตุ ไม่ใช่แค่ว่า "ไม่พบ"
- พัสดุใดไม่จำเป็นต้องใช้ในหน่วยงานต่อไป เพื่อนำไปสู่การจำหน่าย
คำถามข้อที่สองคืองานตรวจนับโดยตรง และเป็นส่วนที่ใช้แรงมากที่สุด
พัสดุในระเบียบครอบคลุมทั้งวัสดุและครุภัณฑ์ การตรวจรับจ่ายวัสดุสิ้นเปลืองมักดูจากบัญชีวัสดุและเอกสารเบิกจ่าย ส่วนครุภัณฑ์ต้องเดินตรวจของจริงทีละชิ้น ถ้ายังไม่แน่ใจว่าของชิ้นไหนเป็นครุภัณฑ์ อ่านครุภัณฑ์กับวัสดุต่างกันอย่างไร
ขั้นตอนของคณะกรรมการในทางปฏิบัติ
ระเบียบบอกว่าต้องตรวจอะไร แต่ไม่ได้บอกวิธี ขั้นตอนด้านล่างเป็นแนวทางที่ช่วยให้ทันกำหนด:
ก่อนวันเริ่มตรวจ (เดือนกันยายน)
- ปิดทะเบียน ณ 30 ก.ย. ให้นิ่ง รายการรับเข้า โอนย้าย และจำหน่ายที่เกิดก่อนสิ้นงวดต้องลงทะเบียนให้ครบ ไม่งั้นจะนับได้ไม่ตรงทะเบียนตั้งแต่วันแรก
- พิมพ์หรือเปิดรายการแยกตามสถานที่ กรรมการจะเดินตามห้อง ไม่ได้เดินตามหมวด
- แบ่งพื้นที่ให้กรรมการแต่ละคน และนัดวันส่งผลย่อยก่อนครบ 30 วันทำการ เผื่อเวลาไล่หาของที่ไม่พบ
- เช็กป้ายครุภัณฑ์ ป้ายที่หลุดหรืออ่านไม่ออกทำให้ระบุตัวไม่ได้ ควรพิมพ์ใหม่ก่อนเริ่ม
ระหว่างตรวจ
- นับของจริงทุกชิ้นในพื้นที่ ทั้งที่อยู่ในรายการและที่ไม่อยู่
- แยกผลเป็นสี่กลุ่ม: พบตรงที่, พบแต่อยู่ผิดสถานที่, พบของที่ไม่อยู่ในทะเบียน และ ไม่พบ
- บันทึกสภาพของชิ้นที่ชำรุดหรือเสื่อมสภาพไว้ทันที พร้อมรูปถ้าทำได้
- ของที่ไม่พบอย่าเพิ่งสรุปว่าสูญหาย ตรวจประวัติโอนย้ายหรือยืมก่อน หลายชิ้นแค่ถูกย้ายโดยไม่ได้ลงทะเบียน
ก่อนส่งรายงาน
- สรุปยอดตามทะเบียน ยอดที่พบ และรายการส่วนต่าง
- แนบรายการพัสดุชำรุด เสื่อมสภาพ สูญไป หรือไม่จำเป็นต้องใช้ พร้อมเหตุผล
- กรรมการลงนามครบทุกคน แล้วส่งผู้แต่งตั้งภายในกำหนด
หลังตรวจ: พัสดุชำรุด สูญหาย หรือไม่จำเป็น (ข้อ 214 ถึง 218)
รายงานการตรวจสอบเป็นจุดเริ่มของงานถัดไป:
- ข้อ 214 ถ้าพบพัสดุชำรุด เสื่อมสภาพ สูญไป หรือไม่จำเป็นต้องใช้ ให้แต่งตั้ง คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง เว้นแต่เห็นได้ชัดว่าเสื่อมสภาพจากการใช้งานตามปกติ หรือสูญหายไปตามธรรมชาติ หัวหน้าหน่วยงานสั่งให้ดำเนินการจำหน่ายต่อได้
- ข้อ 215 พัสดุที่หมดความจำเป็นหรือใช้ต่อแล้วสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานสั่งจำหน่ายด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งตามระเบียบ เช่น ขาย (ทอดตลาดก่อน เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น) แลกเปลี่ยน โอน หรือแปรสภาพหรือทำลาย
- ข้อ 218 เมื่อจำหน่ายแล้ว ให้ลงจ่ายพัสดุออกจากบัญชีหรือทะเบียนทันที และแจ้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ลงจ่าย
ขั้นตอนจำหน่ายในรายละเอียด รวมถึงการบันทึกมูลค่าตามบัญชีณ วันจำหน่าย อ่านต่อได้ที่ขั้นตอนจำหน่ายทรัพย์สินและตัดบัญชีให้ถูกต้อง
การลงจ่ายออกจากทะเบียนไม่ได้แปลว่าลบประวัติทิ้ง ทะเบียนควรเก็บร่องรอยว่าครุภัณฑ์ชิ้นนั้นเคยมีอยู่ จำหน่ายเมื่อไร ด้วยวิธีใด และตามคำสั่งเลขที่เท่าไร เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
ใช้ระบบช่วยตรวจสอบพัสดุประจำปีอย่างไร
เครื่องมือช่วยไม่ได้แทนคำสั่งแต่งตั้งหรือการลงนามของกรรมการ แต่ช่วยลดเวลาส่วนที่กินแรงที่สุด คือการนับและการไล่หาส่วนต่าง AssetFlow ดูแลส่วนครุภัณฑ์ (ไม่ใช่ระบบคลังวัสดุสิ้นเปลือง) และช่วยได้ดังนี้:
- ตัดงวดตามปีงบประมาณ องค์กรตั้งเดือนเริ่มปีงบประมาณได้ ค่าเริ่มต้นคือตุลาคมตามปีงบราชการ รายงานและค่าเสื่อมจึงตัดงวด 1 ต.ค. ถึง 30 ก.ย. ตรงกับรอบตรวจสอบ
- เปิดรอบตรวจนับ กำหนดขอบเขตเป็นทั้งองค์กรหรือทีละสถานที่ ให้กรรมการแต่ละคนรับผิดชอบพื้นที่ของตัวเอง
- สแกน QR Code บนป้ายด้วยมือถือ ผู้ใช้บทบาทพนักงานสแกนตรวจนับได้โดยไม่ต้องมีสิทธิ์แก้ทะเบียน ห้องใต้ดินหรือโกดังที่สัญญาณไม่ดีก็สแกนต่อได้ ระบบเก็บผลไว้ในเครื่องแล้วซิงก์เมื่อกลับมาออนไลน์
- แยกผลให้เอง เป็น พบ / ผิดสถานที่ / พบเกิน / ไม่พบ ตรงกับสี่กลุ่มข้างต้น และดูรายงานส่วนต่างได้ระหว่างตรวจ
- ปิดรอบแล้วผลถูกตรึง เมื่อผู้มีสิทธิ์ปิดรอบ รายการที่ไม่ถูกสแกนจะถูกบันทึกเป็น "ไม่พบ" และผลของรอบนั้นไม่เปลี่ยนตามการโอนย้ายที่เกิดภายหลัง รายงานที่ส่งไปจึงตรงกับวันที่ตรวจ
- ทำต่อจากส่วนต่างได้เลย จากรายการส่วนต่างเริ่มบันทึกโอนย้ายของที่อยู่ผิดที่ หรือเสนอจำหน่ายของที่ชำรุดได้ทันที และพิมพ์ผลตรวจนับเป็น PDF พร้อมช่องลงนามกรรมการ (การตรวจนับใช้ได้ทุกแพ็กเกจ ส่วนการจำหน่ายและรายงาน PDF อยู่ในแพ็กเกจแบบชำระเงิน ดูหน้าราคา)
สรุป
- แต่งตั้งผู้รับผิดชอบตรวจสอบพัสดุ (ไม่ใช่เจ้าหน้าที่พัสดุ) ภายในเดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปีงบประมาณ
- ตรวจการรับจ่ายในงวด 1 ปี และตรวจนับของคงเหลือ ณ วันสิ้นงวด เริ่มวันทำการแรกของปีงบใหม่
- รายงานผู้แต่งตั้ง ภายใน 30 วันทำการ แล้วเสนอหัวหน้าหน่วยงาน ส่งสำเนาไปยังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและต้นสังกัด
- พัสดุชำรุด สูญไป หรือไม่จำเป็น เข้าสู่ข้อ 214 ถึง 218: สอบหาข้อเท็จจริง จำหน่าย ลงจ่าย และแจ้งภายใน 30 วัน
- ที่ไม่ทันส่วนใหญ่มาจากทะเบียนไม่ตรงกับของจริงตั้งแต่ต้น การปิดทะเบียนให้นิ่งก่อน 30 ก.ย. และนับด้วยการสแกน ช่วยได้มากที่สุด
ข้อมูลในบทความสรุปจากระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เพื่อความเข้าใจทั่วไป ควรตรวจสอบระเบียบ หนังสือเวียน และแนวปฏิบัติล่าสุดของหน่วยงานคุณก่อนปฏิบัติจริง
อยากให้การตรวจสอบพัสดุปีนี้จบในเวลา ด้วยทะเบียนที่ตรงของจริงและการสแกนตรวจนับด้วยมือถือ สมัครใช้งาน AssetFlow เริ่มได้ฟรี
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย บัญชี หรือภาษี กรณีมีข้อสงสัยควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและตรวจสอบมาตรฐาน/กฎหมายฉบับล่าสุด
บทความที่เกี่ยวข้อง
เช็กลิสต์ตรวจนับทรัพย์สินประจำปี ทำอย่างไรให้เร็วและแม่น
ขั้นตอนและเช็กลิสต์ตรวจนับทรัพย์สินประจำปี ตั้งแต่เตรียมรอบ สแกน QR ไปจนถึงสรุปส่วนต่างและติดตามของที่หาย
ครุภัณฑ์กับวัสดุต่างกันอย่างไร ใช้เกณฑ์อะไรแยก
ครุภัณฑ์กับวัสดุแยกกันด้วยลักษณะคงทนถาวรและเกณฑ์มูลค่าขั้นต่ำ 10,000 บาทของภาครัฐ ของคงทนที่ราคาต่ำกว่าเกณฑ์ยังต้องคุมทะเบียน ส่วนเอกชนตั้งเกณฑ์บันทึกเป็นทรัพย์สินเอง
เลือกป้าย QR ครุภัณฑ์อย่างไรให้ทนและสแกนง่าย
วิธีเลือกสติกเกอร์และป้าย QR ครุภัณฑ์ วัสดุแต่ละแบบเหมาะกับงานแบบไหน ขนาด QR กับระยะสแกน ตำแหน่งติด ข้อมูลที่ควรมีบนป้าย และพิมพ์บนกระดาษ A4 หรือสติกเกอร์ม้วน
พร้อมจัดการทรัพย์สินให้เป็นระบบแล้วหรือยัง?
AssetFlow รวมทะเบียนครุภัณฑ์ QR ตรวจนับ ค่าเสื่อม และแจ้งซ่อมไว้ในที่เดียว เริ่มใช้ได้ฟรี